ครม.สัญจร อุดรธานี
การประชุม ครม.สัญจร อุดรธานี ครั้งล่าสุด นับเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวสำคัญของการพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน โดยที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ได้รับทราบข้อเสนอจากคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ หรือ กรอ. กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 ซึ่งประกอบด้วยอุดรธานี บึงกาฬ เลย หนองคาย และหนองบัวลำภู
ข้อเสนอทั้งหมดมีจำนวน 36 โครงการ คิดเป็นวงเงินงบประมาณรวมกว่า 3.5 หมื่นล้านบาท แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ระยะ ได้แก่ มาตรการเร่งด่วนหรือควิกวิน จำนวน 21 โครงการ วงเงินกว่า 950 ล้านบาท และโครงการระยะยาวอีก 15 โครงการ วงเงินกว่า 3.41 หมื่นล้านบาท เป้าหมายสำคัญคือการกระตุ้นเศรษฐกิจ แก้ไขปัญหาในพื้นที่ และวางรากฐานการเติบโตในอนาคต
ครม.สัญจร อุดรธานี รับทราบแผนพัฒนาอีสานตอนบน
การพิจารณาของ ครม.สัญจร อุดรธานี ได้จัดลำดับความสำคัญของโครงการตามความพร้อมและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน โดยโครงการระยะสั้นมุ่งเน้นงานที่สามารถเริ่มต้นได้เร็ว ช่วยสร้างรายได้ให้ชุมชน และเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการท้องถิ่น ขณะเดียวกัน โครงการระยะยาวจะเน้นการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบคมนาคม โลจิสติกส์ การแพทย์ การท่องเที่ยว และการเชื่อมโยงเศรษฐกิจชายแดน
โครงการเร่งด่วนจาก ครม.สัญจร อุดรธานี
สำหรับมาตรการเร่งด่วน 21 โครงการ มีแนวคิดในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการในพื้นที่ ตัวอย่างโครงการที่น่าสนใจ ได้แก่ การพัฒนาห่วงโซ่การผลิตโคขุนลุ่มน้ำโขงสู่เกษตรแปรรูปมูลค่าสูง การส่งเสริมการผลิตและการค้าสินค้าเกษตรและอาหารกลุ่มสบายดี รวมถึงการจ้างที่ปรึกษาสำรวจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการเวนคืน และการพัฒนาท่าอากาศยานบึงกาฬ
โครงการด้านการเกษตรมีโอกาสช่วยให้เกษตรกรเปลี่ยนจากการจำหน่ายวัตถุดิบไปสู่การแปรรูปและสร้างแบรนด์ของตนเองมากขึ้น หากมีการสนับสนุนด้านความรู้ เทคโนโลยี มาตรฐานสินค้า และช่องทางตลาดอย่างต่อเนื่อง ก็จะช่วยเพิ่มรายได้และลดความเสี่ยงจากราคาผลผลิตที่ผันผวนได้ ส่วนการพัฒนาสนามบินบึงกาฬจะช่วยเพิ่มทางเลือกด้านการเดินทางและรองรับการขยายตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในอนาคต
โครงการระยะยาวและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ
ในส่วนของโครงการระยะยาว 15 โครงการ รัฐบาลให้ความสำคัญกับการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและการเชื่อมโยงพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น หนึ่งในโครงการสำคัญคือการก่อสร้างทางหลวง 4 ช่องจราจรแนวใหม่ เชื่อมทางหลวงหมายเลข 2 กับทางหลวงหมายเลข 222 ระหว่างอำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี และจังหวัดบึงกาฬ เส้นทางดังกล่าวจะช่วยเพิ่มความสะดวกในการขนส่งสินค้า ลดเวลาเดินทาง และสนับสนุนการค้าภายในภูมิภาค
- ศึกษาความเหมาะสมของสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 7 เพื่อเพิ่มศักยภาพการเชื่อมโยงระหว่างประเทศ
- พัฒนาศูนย์เชี่ยวชาญระดับพรีเมียมด้านโรคหัวใจและการปลูกถ่ายอวัยวะ โรงพยาบาลอุดรธานี
- ก่อสร้างกระเช้าภูกระดึง เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวและเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้จังหวัดเลย
- พัฒนาเส้นทางโลจิสติกส์และโครงข่ายคมนาคมเพื่อรองรับการค้าชายแดน
ด้านการแพทย์ การพัฒนาศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางในโรงพยาบาลอุดรธานีจะช่วยเพิ่มโอกาสให้ประชาชนในภาคอีสานตอนบนเข้าถึงบริการรักษาที่มีคุณภาพ โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปรักษาในกรุงเทพฯ หรือจังหวัดใหญ่ในภูมิภาคอื่น นอกจากนี้ยังช่วยยกระดับบุคลากรทางการแพทย์และส่งเสริมการพัฒนาระบบสาธารณสุขในระยะยาว
ส่วนการท่องเที่ยวก็เป็นอีกเครื่องยนต์สำคัญของภูมิภาค โครงการก่อสร้างกระเช้าภูกระดึง รวมถึงการส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น จะช่วยเพิ่มระยะเวลาการพำนักของนักท่องเที่ยวและกระจายรายได้ไปยังชุมชน ทั้งธุรกิจที่พัก ร้านอาหาร ร้านค้า ผู้ประกอบการนำเที่ยว และกลุ่มผู้ผลิตสินค้าพื้นถิ่น
หน่วยงานเร่งจัดลำดับและเดินหน้าโครงการ
ที่ประชุมได้มอบหมายให้กระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดลำดับความสำคัญ พร้อมจัดทำรายละเอียดด้านความเหมาะสม รูปแบบการลงทุน และแหล่งเงินทุน ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป กระทรวงคมนาคมจะประสานสำนักงบประมาณและสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. เพื่อพิจารณาความพร้อมของโครงการพัฒนาท่าอากาศยานบึงกาฬ รวมถึงการจัดหาแหล่งเงินสำหรับการสำรวจอสังหาริมทรัพย์และการเวนคืน
ขณะเดียวกัน กระทรวงมหาดไทยและ สศช. จะร่วมศึกษาความเหมาะสมในการจัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดนจังหวัดบึงกาฬ ซึ่งอาจมีบทบาทสำคัญต่อการค้าระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน หากสามารถพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด่านการค้า ระบบขนส่ง และบริการภาครัฐให้เชื่อมโยงกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ พื้นที่ดังกล่าวก็จะมีศักยภาพในการดึงดูดการลงทุนเพิ่มขึ้น
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้รับมอบหมายให้ทำงานร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงมหาดไทย เพื่อยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยว พัฒนาบุคลากร ส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยว และกระจายรายได้อย่างทั่วถึง นอกจากนี้ ยังเตรียมจัดกิจกรรมกระตุ้นการท่องเที่ยวต่อเนื่องจากมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี โดยให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเข้ามามีส่วนร่วมในการประชาสัมพันธ์และสร้างกิจกรรมใหม่ ๆ
โดยภาพรวม ครม.สัญจร อุดรธานี สะท้อนความพยายามของภาครัฐในการนำปัญหาและโอกาสของพื้นที่เข้าสู่การพิจารณาโดยตรง อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของทั้ง 36 โครงการจะขึ้นอยู่กับการจัดลำดับความสำคัญ ความโปร่งใสของการใช้งบประมาณ การมีส่วนร่วมของประชาชน และการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง หากทุกฝ่ายทำงานร่วมกันอย่างจริงจัง แผนพัฒนาอีสานตอนบนก็มีโอกาสเปลี่ยนจากข้อเสนอให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่สร้างรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิต และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของภูมิภาคได้อย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ ควรติดตามความคืบหน้าของแต่ละโครงการอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมตัวใช้ประโยชน์จากโอกาสใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้น ทั้งด้านการเกษตร การท่องเที่ยว การค้า และบริการ เพราะการพัฒนาที่ประสบความสำเร็จไม่ได้เกิดจากภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยพลังของชุมชนและภาคเอกชนร่วมกัน
ที่มา – ครม.สัญจร อุดรธานี รับทราบพัฒนาอีสานตอนบน 36 โครงการกว่า 3.5 หมื่นล้าน