ครม. ไฟเขียวขยายระยะเวลา-กรอบวงเงินโครงการปรับปรุงคลองยม-น่าน

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม ที่ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เกี่ยวกับความคืบหน้าโครงการสำคัญที่ส่งผลต่อชุมชนในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย โดยมีการอนุมัติขยายระยะเวลาและกรอบวงเงินโครงการปรับปรุงคลองยม-น่าน ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการบริหารจัดการน้ำ ลดปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง

ครม. ไฟเขียวขยายระยะเวลาจริงจังเพื่อแก้ปัญหาคลองยม-น่าน

ปัจจุบัน ปัญหาการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำยมยังคงเป็นเรื่องที่ท้าทาย เนื่องจากไม่สามารถสร้างเขื่อนกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ในต้นน้ำได้ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมซ้ำซากในฤดูฝน และปัญหาภัยแล้งในฤดูแล้ง โดยเฉพาะในพื้นที่ตอนล่างของลุ่มน้ำยม ซึ่งแต่ละปีมักได้รับผลกระทบรุนแรงขึ้น ความเสียหายรวมกันไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท

為了แก้ปัญหาเหล่านี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภายใต้การดำเนินงานของกรมชลประทาน ได้วางแผนโครงการสองส่วนเพื่อปรับปรุงระบบคลองในจังหวัดสุโขทัย โดยในปี พ.ศ. 2567 ครม. ได้อนุมัติโครงการปรับปรุงคลองชักน้ำแม่น้ำยมฝั่งขวา ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ แต่ยังมีโครงการปรับปรุงคลองยม–น่าน ที่เริ่มได้รับอนุมัติเมื่อปี 2563 และล่าสุด ได้มีการเสนอขอขยายระยะเวลาการดำเนินโครงการรวมและกรอบวงเงิน ให้รองรับกับปัจจัยทั้งทางกายภาพและกฎหมายที่ซับซ้อน

ปรับปรุงคลองหกบาทและคลองยม – น่าน เสริมการระบายน้ำแม่น้ำยม

กรมชลประทานมีแผนปรับปรุงระบบคลองระบายน้ำทั้งสองคลองหลักในพื้นที่ ได้แก่ คลองหกบาท และคลองยม – น่าน เพื่อเพิ่มศักยภาพในการระบายน้ำ โดยมีการสร้างคลอง 1 ขวา เพื่อช่วยส่งน้ำจากแม่น้ำยมเข้าคลองหกบาทมากขึ้น ให้สามารถรับน้ำได้ถึง 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ก่อนระบายน้ำลงสู่คลองยม–น่านที่ปรับปรุงใหม่จำนวน 300 ลบ.ม./วินาที

  • ตัดยอดน้ำบางส่วนออกจากแม่น้ำยม
  • ควบคุมปริมาณน้ำที่ไหลลงสู่เมืองให้อยู่ในระดับปลอดภัย
  • คลองทั้งสองเป็นส่วนสำคัญของระบบระบายน้ำหลักในสุโขทัย

ภารกิจท้าทายของกรมชลประทาน

การขยายระยะเวลาจากเดิม 5 ปี (2563–2567) ไปเป็น 8 ปี (2563–2570) และขยายกรอบวงเงินจาก 2,875 เป็น 3,069 ล้านบาท เกิดจากปัจจัยหลายประการ เช่น การจัดหาที่ดินเพื่อเวนคืน และปัญหาการรังวัดที่ดิน เพราะบางส่วนราษฎรยังไม่ยินยอมยื่นคำขอรังวัด

อีกทั้งช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 ยังส่งผลให้การขนส่งวัสดุก่อสร้างขาดแคลน รวมถึงแรงงานไม่สามารถเคลื่อนย้ายเข้าพื้นที่ก่อสร้างได้อย่างปกติ นอกจากนี้ ในช่วงฤดูน้ำหลากยังมีความจำเป็นต้องใช้คลองยม–น่านเพื่อระบายน้ำ จึงกระทบต่อระบบที่ลงพื้นที่ก่อสร้างทันที

ราคาประเมินและค่าชดเชยที่สูงขึ้น

อีกสาเหตุที่ต้องขยายวงเงินเพิ่ม 194 ล้านบาท เป็นเพราะราคาวัสดุก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งราคาที่ดินที่สูงกว่าที่ประเมินเบื้องต้น ซึ่งจำเป็นต้องปรับค่าชดเชยให้เหมาะสม เพื่อลดความขัดแย้งกับประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

ทางเลือกที่ยั่งยืน: ครม. ไฟเขียวขยายเวลาเพื่อสิ่งแวดล้อม

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้สนับสนุนให้โครงการปรับปรุงคลองยม–น่านดำเนินการให้เสร็จตามระยะเวลาที่กำหนด เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับการตรวจสอบความคุ้มค่าด้านงบประมาณ รวมถึงการรายงานความคืบหน้าทุก 6 เดือนให้คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการบริหารโครงการ

ครม. ได้แสดงความเห็นชอบต่อแนวทางนี้ โดยย้ำให้กรมชลประทานดำเนินการตามกฎหมายและมาตรฐานที่กำหนดอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นทั้งในตัวโครงการและให้ราษฎรในพื้นที่ได้รับผลกระทบได้รับการเยียวยาที่เป็นธรรม

มุมมองและ Call to Action ที่สำคัญ

การลงทุนในโครงการด้านน้ำนี้ไม่เพียงช่วยชะลอปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง แต่ยังสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตชาวสุโขทัยและจังหวัดรอบข้างในระยะยาว การจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกภาคส่วนควรให้ความสนใจร่วมกัน

ติดตามความคืบหน้าโครงการปรับปรุงคลองยม–น่าน เพื่อดูว่าจะสามารถแก้ปัญหาชุมชนได้ครั้งแล้วครั้งเล่าหรือไม่ และหากคุณเป็นชาวสุโขทัยหรือผู้ที่สนใจในนโยบายด้านน้ำ อย่าลืมติดตามช่องทางข่าวท้องถิ่นและเว็บไซต์ของกรมชลประทานเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

ที่มา – ครม. ไฟเขียวขยายระยะเวลา-กรอบวงเงินโครงการปรับปรุงคลองยม-น่าน

Tags:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *