ครม.ไฟเขียวร่าง พ.ร.บ.ควบคุมกัญชา ใช้แพทย์เท่านั้น

ประเด็นกัญชายังคงเป็นเรื่องที่ประชาชน ผู้ประกอบการ และบุคลากรทางการแพทย์ให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง หลังคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างกฎหมายฉบับใหม่ เพื่อจัดระเบียบการปลูก การจำหน่าย และการใช้กัญชาให้มีความชัดเจนมากขึ้น โดยสาระสำคัญของนโยบายคือการจำกัดการใช้กัญชาให้อยู่ในกรอบทางการแพทย์เป็นหลัก

การประกาศ ครม.ไฟเขียวร่าง พ.ร.บ.ควบคุมกัญชา ใช้แพทย์เท่านั้น สะท้อนทิศทางของภาครัฐที่ต้องการดูแลกัญชาอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ต้นทางคือแปลงเพาะปลูก ไปจนถึงปลายทางคือร้านจำหน่าย สถานพยาบาล และผู้ป่วยที่ได้รับการรักษา ทั้งนี้ ร่างกฎหมายจะถูกส่งให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป

ครม.ไฟเขียวร่าง พ.ร.บ.ควบคุมกัญชา ใช้แพทย์เท่านั้น

สาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติควบคุมกัญชาคือการกำหนดให้แหล่งปลูกทุกประเภทต้องขึ้นทะเบียนและสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ โดยจะแบ่งแปลงเพาะปลูกตามขนาด เช่น แปลงขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้หน่วยงานรัฐทราบว่าแหล่งปลูกอยู่ที่ใด ผลผลิตมีจำนวนเท่าไร และถูกนำไปใช้ประโยชน์ในรูปแบบใด

การติดตามตั้งแต่แปลงปลูกมีความสำคัญต่อการควบคุมคุณภาพ เพราะกัญชาที่นำมาใช้ทางการแพทย์จำเป็นต้องผ่านกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็นการสกัดสารสำคัญ การนำช่อดอกไปใช้ หรือการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อการรักษา ผู้ประกอบการจึงต้องเตรียมความพร้อมด้านเอกสาร ระบบการผลิต และการตรวจสอบคุณภาพให้สอดคล้องกับกฎหมายใหม่

ครม.ไฟเขียวร่าง พ.ร.บ.ควบคุมกัญชา กับแนวทางใช้ทางการแพทย์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขยืนยันว่า ขณะนี้กัญชามีเป้าหมายเพื่อใช้ในทางการแพทย์เท่านั้น การสั่งจ่ายหรือให้บริการที่เกี่ยวข้องจึงควรอยู่ภายใต้การดูแลของบุคลากรทางการแพทย์ โดยผู้ป่วยต้องได้รับคำแนะนำที่เหมาะสมและมีเอกสารรับรองตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด แนวทางดังกล่าวมีขึ้นเพื่อป้องกันการใช้กัญชาอย่างไม่เหมาะสม และลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับเด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไป

สำหรับร้านกัญชาที่เปิดดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน ใบอนุญาตเดิมมีอายุ 3 ปี และจะทยอยหมดอายุในช่วงปี 2569-2571 ร้านค้าที่ไม่ได้เป็นสถานพยาบาล หากต้องการต่ออายุใบอนุญาต อาจต้องปรับรูปแบบการดำเนินงานให้เป็นสถานพยาบาล มีแพทย์ประจำ และดำเนินการจ่ายผลิตภัณฑ์ตามใบสั่งที่มีแพทย์ลงนามรับรอง

สิ่งที่ผู้ประกอบการและผู้บริโภคควรรู้

  • ผู้ปลูก: ต้องเตรียมขึ้นทะเบียนแปลงปลูกและจัดเก็บข้อมูลแหล่งผลิตให้ตรวจสอบได้
  • ร้านจำหน่าย: ควรตรวจสอบสถานะใบอนุญาตและเตรียมปรับรูปแบบธุรกิจให้เป็นไปตามกฎระเบียบใหม่
  • สถานพยาบาล: ต้องมีบุคลากรทางการแพทย์และระบบการจ่ายผลิตภัณฑ์ที่ชัดเจน
  • ผู้บริโภค: ควรเลือกใช้บริการจากร้านที่ขึ้นทะเบียนถูกต้อง และไม่ซื้อผลิตภัณฑ์จากแหล่งที่ไม่สามารถตรวจสอบได้
  • ประชาชนทั่วไป: หากพบร้านหรือแหล่งจำหน่ายที่น่าสงสัย ควรตรวจสอบข้อมูลผ่านช่องทางของหน่วยงานรัฐก่อนตัดสินใจใช้บริการ

ปัจจุบันมีการพัฒนาระบบและแอปพลิเคชันสำหรับตรวจสอบข้อมูลร้านกัญชาและแหล่งปลูก โดยมีการบันทึกข้อมูลไว้แล้วมากกว่า 10,000 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ ระบบดังกล่าวช่วยให้ประชาชนตรวจสอบได้ว่าร้านใดขึ้นทะเบียนถูกต้อง และช่วยให้เจ้าหน้าที่ติดตามการดำเนินงานของผู้ประกอบการได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคไม่ควรพิจารณาเพียงว่าร้านมีหน้าร้านหรือมีผลิตภัณฑ์หลากหลาย แต่ควรสอบถามเรื่องใบอนุญาต แหล่งที่มาของผลิตภัณฑ์ และคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์ทุกครั้ง การใช้กัญชาโดยไม่มีความรู้หรือใช้ในปริมาณที่ไม่เหมาะสมอาจส่งผลต่อร่างกายและสุขภาพจิตได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว ผู้สูงอายุ และผู้ที่ใช้ยาบางชนิด

หลังจากร่างกฎหมายเดินหน้าต่อ กระทรวงสาธารณสุขจะเพิ่มการตรวจสอบร้านค้า โดยให้ความสำคัญกับพื้นที่ท่องเที่ยวและหัวเมืองใหญ่ ซึ่งมีร้านกัญชาเปิดให้บริการเป็นจำนวนมาก กรมการแพทย์แผนไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเข้ามาชี้แจงรายละเอียด รวมถึงตรวจติดตามให้การดำเนินงานเป็นไปตามหลักเกณฑ์

โดยสรุป ครม.ไฟเขียวร่าง พ.ร.บ.ควบคุมกัญชา ใช้แพทย์เท่านั้น เป็นสัญญาณว่าภาครัฐกำลังวางกรอบการใช้กัญชาให้รัดกุมกว่าเดิม ผู้ประกอบการควรเร่งตรวจสอบใบอนุญาตและปรับตัว ส่วนประชาชนควรเลือกใช้บริการจากแหล่งที่ถูกต้องตามกฎหมาย หากทุกฝ่ายร่วมมือกัน กัญชาจะสามารถสร้างประโยชน์ด้านการรักษาได้อย่างปลอดภัยและมีความรับผิดชอบ

ที่มา – ‘ครม.’ไฟเขียวร่างพ.ร.บ.ควบคุมกัญชา ‘รมว.สธ.’ยันใช้เพื่อการแพทย์เท่านั้น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *