คำต่อคำเสียงข้างน้อย เปิดหลักฐานคดีฮั้ว สว.
คำต่อคำเสียงข้างน้อย กลายเป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้สังคมเห็นรายละเอียดของการลงมติคดีฮั้ว สว. ชัดเจนมากขึ้น หลังนายสิทธิโชติ อินทร์วิเศษ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกมาเปิดเผยเหตุผลในฐานะกรรมการเสียงข้างน้อย โดยยืนยันว่าการพิจารณาคดีไม่ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ในทุกข้อกล่าวหา และกรรมการแต่ละคนใช้ข้อเท็จจริงกับพยานหลักฐานเป็นหลักในการตัดสินใจ
การเปิดข้อมูลครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนเข้าใจว่า มติของ กกต. ในคดีดังกล่าวมีทั้งส่วนที่เห็นพ้องต้องกันและส่วนที่มีความเห็นแตกต่างกัน โดยเฉพาะข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับบุคคลในพรรคการเมือง กรรมการบริหารพรรค และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีรายละเอียดของคะแนนเสียงแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
คำต่อคำเสียงข้างน้อย เปิดเหตุผลคดีฮั้ว สว.
นายสิทธิโชติระบุว่า ก่อนการแถลงข่าวของประธาน กกต. มีการพูดคุยกันว่าจะชี้แจงผลการลงมติเป็นรายข้อกล่าวหา เพื่อให้ประชาชนเห็นภาพเดียวกับการเผยแพร่คำชี้แจงของศาลรัฐธรรมนูญ แม้จะไม่ได้เปิดเผยว่าใครเป็นเสียงข้างมากหรือเสียงข้างน้อย แต่ควรแจ้งให้ชัดเจนว่าแต่ละข้อกล่าวหามีผลลงมติอย่างไร
สำหรับข้อกล่าวหาที่ 1 และ 2 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการกระทำของบุคคลในพรรคการเมือง กรรมการบริหารพรรค และ ส.ส. มติไม่ได้เป็นเอกฉันท์ โดยบุคคลสำคัญบางรายมีมติ 5 ต่อ 2 เสียงให้ยกคำร้อง ขณะที่บางรายมีมติ 6 ต่อ 1 เสียง ส่วนกรรมการบริหารพรรคที่ไม่พบความเกี่ยวข้อง มีบางกรณีที่ยกคำร้องเป็นเอกฉันท์
หลักฐานที่เสียงข้างน้อยนำมาพิจารณา
นายสิทธิโชติและนายชาย นครชัย เป็น 2 กรรมการที่เห็นว่าพยานหลักฐานมีน้ำหนักเพียงพอที่จะพิจารณาลงโทษ โดยมองว่าพฤติการณ์ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงจุดเดียว แต่กระจายอยู่ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ เช่น นครศรีธรรมราช ภูเก็ต หนองบัวลำภู อุทัยธานี นครสวรรค์ และสุโขทัย
ประเด็นสำคัญคือการประชุมตามโรงแรมเพื่อจัดทำโพยรวม 12 โพย โดยผู้ที่ได้คะแนนสูงสุด 7 อันดับแรกมีหมายเลขตรงกับข้อมูลในโพยทั้งหมด ขณะเดียวกัน ผู้จัดทำโพยบางรายถูกลงโทษไปแล้ว จึงทำให้เสียงข้างน้อยมองว่าพฤติการณ์ดังกล่าวอาจสะท้อนการทุจริตการเลือกตั้ง และอาจเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
นอกจากโพยแล้ว ยังมีพยานบุคคล ข้อมูลการติดต่อทางโทรศัพท์ และเส้นทางการเงินที่ถูกนำมาพิจารณาประกอบกัน โดยพบความเชื่อมโยงระหว่างพยานกับสมาชิกพรรค กรรมการบริหารพรรค หรือ ส.ส. ในสำนวนคดี นายสิทธิโชติย้ำว่าไม่ได้พิจารณาจากความน่าเชื่อถือของตัวบุคคลเพียงอย่างเดียว แต่ดูว่าคำให้การนั้นสอดคล้องกับเหตุการณ์และมีหลักฐานอื่นรองรับหรือไม่
โทรศัพท์ เส้นเงิน และการนัดประชุม สว.
อีกประเด็นหนึ่งที่ถูกกล่าวถึงคือการนัดประชุมสมาชิกวุฒิสภาที่โรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ หลังการประกาศผลเลือกตั้ง สว. โดยมีพยานซึ่งเคยทำงานเป็นเลขานุการของ ส.ส. และเคยอยู่หน้าห้องรัฐมนตรี ให้ข้อมูลว่ามีการนัดหมายเพื่อกำหนดตัวประธานและรองประธานวุฒิสภา
ในเหตุการณ์ดังกล่าวมีการยึดโทรศัพท์มือถือ และพบบุคคลสำคัญของพรรคเดินออกจากสถานที่ รวมถึงมีข้อมูลการติดต่อทางโทรศัพท์ของรัฐมนตรีบางคนในช่วงเวลาเลือกตั้ง เสียงข้างน้อยจึงเห็นว่าหลักฐานหลายส่วนมีความสอดคล้องกัน และอาจเป็นการสนับสนุนให้เกิดการจัดทำโพยหรือการฮั้วโหวต
ส่วนพยานที่กลับคำให้การโดยอ้างว่าถูกข่มขู่นั้น นายสิทธิโชติมองว่ามีข้อพิรุธ เนื่องจากพยานบางรายเป็น ส.ส. และอีกคนมีความเกี่ยวข้องกับหัวหน้าพรรคใหญ่ นอกจากนี้ การกลับคำให้การยังเกิดขึ้นหลังจากเวลาที่เคยให้ข้อมูลไว้นานพอสมควร จึงควรพิจารณาประกอบกับพยานหลักฐานทั้งหมดอย่างรอบคอบ
- ข้อมูลโพยที่ตรงกับผลคะแนนในหลายพื้นที่
- การติดต่อทางโทรศัพท์ระหว่างบุคคลที่เกี่ยวข้อง
- เส้นทางการเงินและการใช้เงินสดบางส่วน
- การนัดประชุมและการยึดโทรศัพท์มือถือ
- คำให้การของพยานหลายรายที่มีเนื้อหาสอดคล้องกัน
นายสิทธิโชติเปรียบเทียบว่า การพิจารณาคดีต้องมองภาพรวมเหมือนการมองช้างทั้งตัว ไม่ใช่เลือกดูเพียงรายละเอียดเล็ก ๆ จุดใดจุดหนึ่งแล้วสรุปว่าไม่มีความผิด เพราะเมื่อรวบรวมพฤติการณ์ทั้งหมดเข้าด้วยกัน เสียงข้างน้อยเห็นว่ามีน้ำหนักเพียงพอที่จะชี้ว่าข้อกล่าวหาที่ 1 และ 2 มีความเชื่อมโยงกัน
มติไม่เอกฉันท์และขั้นตอนหลังจากนี้
สำหรับกลุ่ม สว. ที่ยังดำรงตำแหน่งอยู่ พบว่าบางกลุ่มมีมติ 4 ต่อ 3 เสียง ขณะที่กลุ่มโหวตเตอร์ซึ่งมีข้อมูลเส้นเงินชัดเจน มีมติเป็นเอกฉันท์ อย่างไรก็ตาม เส้นเงินที่เชื่อมโยงไปถึงนักการเมืองบางส่วนไม่ได้ออกจากตัวนักการเมืองโดยตรง แต่ผ่านบุคคลรอบข้าง รวมถึงมีข้อมูลการโอนเงินสดจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ไปยังจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งมติ 4 ต่อ 3 ไม่รับประเด็นดังกล่าวไว้ ทำให้ไม่สามารถสอบสวนต่อในส่วนนั้นได้
นายสิทธิโชติยังกล่าวถึงการทำงานของคณะกรรมการชุดที่ 26 ว่า การสืบสวนในพื้นที่ถูกจำกัดอยู่ในระดับอำเภอ ผู้สมัครจำนวนมากให้ข้อมูลในลักษณะเดียวกันว่า สมัครเอง ใช้เงินเอง และไม่ได้เลือกตัวเอง แม้บางรายจะมีฐานะยากลำบากหรือเป็นเพียงลูกจ้าง ทำให้การสอบสวนเดินหน้าต่อได้ยาก จึงต้องประสานความร่วมมือกับกรมสอบสวนคดีพิเศษและตำรวจสืบสวนภาค
หลังจาก กกต. มีมติแล้ว การออกมาให้ข้อมูลของเสียงข้างน้อยไม่สามารถเปลี่ยนแปลงผลการลงมติได้โดยตรง แต่ในชั้นศาลฎีกา ศาลอาจใช้ดุลพินิจเรียกพยานหลักฐานเพิ่มเติม หรือเปิดโอกาสให้ผู้เสียหายยื่นคำร้องเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม
ประเด็นที่สังคมควรติดตามต่อไปจึงไม่ใช่เพียงว่าใครเป็นฝ่ายชนะหรือแพ้จากมติ แต่ควรพิจารณาเหตุผล หลักฐาน และกระบวนการตรวจสอบอย่างรอบด้าน การเปิดเผยรายละเอียดแบบ คำต่อคำเสียงข้างน้อย ช่วยให้ประชาชนเห็นว่าความเห็นที่แตกต่างในองค์กรไม่ได้หมายความว่ามีความแตกแยกเสมอไป แต่อาจเกิดจากการตีความข้อเท็จจริงและน้ำหนักพยานหลักฐานที่ไม่เหมือนกัน
ท้ายที่สุด คดีนี้ยังมีขั้นตอนทางกฎหมายที่ต้องติดตามต่อ ความจริงจะเป็นอย่างไรควรปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมตรวจสอบอย่างโปร่งใส พร้อมเปิดพื้นที่ให้ทุกฝ่ายนำเสนอข้อมูลและเหตุผลอย่างเต็มที่ เพื่อให้คำตัดสินสุดท้ายตั้งอยู่บนหลักฐานและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน
ที่มา – คำต่อคำเสียงข้างน้อย…เปิดหลักฐานมัดแน่นเชื่อมโยงนักการเมือง-พรรคการเมืองชัด แต่ถูกตีตก