คิดได้ไง? แม่ค้าอาหารป่า หวั่นกฎหมายแอลกอฮอล์ ทำ ‘เศรษฐกิจฐานราก’ พัง
คิดได้ไง? แม่ค้าอาหารป่า หวั่นกฎหมายแอลกอฮอล์ ทำ ‘เศรษฐกิจฐานราก’ พัง
ในช่วงไม่กี่เดือนมานี้ ข่าวการประกาศใช้พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 กลายเป็นประเด็นร้อนที่ถูกพูดถึงในวงกว้าง ไม่ใช่แค่ในแวดวงการเมือง แต่ยังลุกลามไปถึงร้านค้า ร้านอาหาร และผู้ประกอบการรายย่อยทั่วประเทศ หลายคนต่างตั้งคำถามว่า คิดได้ไง? กับกฎหมายที่ดูเหมือนจะดีต่อสุขภาพ แต่กลับส่งผลกระทบต่อ “เศรษฐกิจฐานราก” อย่างรุนแรง
กฎหมายแอลกอฮอล์ฉบับใหม่ กระทบชีวิตจริงของผู้คน
กฎหมายฉบับนี้มีสาระสำคัญหลายประการ โดยเฉพาะการห้ามขายและห้ามดื่มแอลกอฮอล์ใน “เวลาต้องห้าม” ได้แก่ เที่ยงคืนถึง 11.00 น. และ 14.00 น. ถึง 17.00 น. พร้อมกับการกำหนดโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท ฟังดูเหมือนเป็นมาตรการเพื่อสุขภาพ แต่ในทางปฏิบัติ กลับกลายเป็นดาบสองคมที่ฟันเข้าใส่ผู้ประกอบการรายย่อยอย่างรุนแรง
นางลัดดา พรหมมาลี เจ้าของร้านดาบเดชอาหารป่าในจังหวัดเพชรบูรณ์ ให้สัมภาษณ์ว่า ร้านของเธอเปิดขายในช่วงกลางวัน และลูกค้ากว่า 80% เมื่อสั่งอาหารก็มักจะสั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาคู่กัน เพราะเป็นธรรมเนียมของการสังสรรค์ในกลุ่มเพื่อนและครอบครัว หากกฎหมายนี้ถูกบังคับใช้อย่างเข้มงวด ร้านของเธอและร้านอื่น ๆ ก็คงต้องเผชิญกับปัญหาลูกค้าหาย รายได้ลดลง และอาจต้องปิดกิจการในที่สุด
เศรษฐกิจฐานรากจะพังจริงหรือ?
คำถามนี้ไม่ใช่เรื่องเกินจริง เพราะร้านอาหารป่า ร้านขายของชำ ร้านข้าวแกง หรือร้านขายอาหารตามสั่งทั่วไป มักพึ่งพาการขายแอลกอฮอล์เป็นส่วนสำคัญของรายได้ ยิ่งในพื้นที่ชนบทหรือจังหวัดเล็ก ๆ ที่การท่องเที่ยวและกิจกรรมสังสรรค์เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม การห้ามขายแอลกอฮอล์ในช่วงเวลาที่กำหนด จึงเท่ากับการตัดเส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจชุมชน
- ร้านค้ารายย่อยจะขาดรายได้จากการขายแอลกอฮอล์
- ลูกจ้างและพนักงานเสิร์ฟอาจถูกเลิกจ้าง
- ผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายในพื้นที่ได้รับผลกระทบตาม chain
- รายได้ภาษีของรัฐอาจลดลงหากการขายถูกลดทอน
หลายคนตั้งข้อสังเกตว่า รัฐบาลควรหันไปจัดการกับปัญหาที่ร้ายแรงกว่า เช่น ยาเสพติด อาชญากรรม หรือการทุจริต แทนที่จะออกกฎหมายที่ดูเหมือนดีต่อสุขภาพ แต่กลับทำลายโอกาสในการทำมาหากินของประชาชน
เสียงเรียกร้องจากผู้ได้รับผลกระทบ
“ใครที่คิดออกกฎหมายฉบับนี้ และเพื่ออะไร” คือคำถามที่ดังก้องในใจของผู้ประกอบการรายย่อยจำนวนมาก พวกเขาไม่ได้ต่อต้านการดูแลสุขภาพ แต่พวกเขาต่อต้านการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่ได้ผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างแท้จริง
หากกฎหมายนี้ยังคงถูกบังคับใช้ต่อไปโดยไม่มีการทบทวน ผลกระทบจะไม่หยุดอยู่แค่ร้านค้า แต่จะลามไปถึงครอบครัว พนักงาน และชุมชนทั้งระบบ ซึ่งก็คือ “เศรษฐกิจฐานราก” ที่กำลังถูกบั่นทอนทีละน้อย
ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของผู้กำหนดนโยบายที่ต้องหันมามองภาพรวม ไม่ใช่แค่เรื่องสุขภาพ แต่ต้องมองเรื่องปากท้อง อาชีพ และอนาคตของคนจำนวนมากด้วย เพราะการพัฒนาประเทศ ไม่ควรแลกมากับการทุบทำลายเศรษฐกิจฐานราก
ที่มา – คิดได้ไง? แม่ค้าอาหารป่า หวั่นกฎหมายแอลกอฮอล์ ทำ ‘เศรษฐกิจฐานราก’ พัง

