คุก 2 ปี! อัยการเรียกเงินวิ่งคดีช่วยจีนปลอมพาสปอร์ต

เมื่อวันที่ 21 ต.ค. มีรายงานว่าเมื่อวันที่ 18 ส.ค.ที่ผ่านมา ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง มีคำพิพากษาลงโทษจำคุก 2 ปี ว่าที่ร้อยตรี อภิสัคค์ พรหมสวาสดิ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอัยการพิเศษฝ่าย สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 4 (ยานนาวา) และ นางสาวธัญญา เต็มชำนาญ จำเลยที่ 1-2

โดยคดีนี้ ปปช.ชี้มูลว่า ระหว่างวันที่ 26 พ.ย. 2562 – 29 ม.ค. 2563 นางสาวธัญญา เต็มชำนาญ ได้ติดต่อกับญาติของผู้ต้องหาชาวจีนซึ่งถูกดำเนินคดีในความผิดฐานปลอมหนังสือเดินทางและใช้หนังสือเดินทางปลอมของสถานีตำรวจภูธรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และนัดหมายให้พบกับว่าที่ร้อยตรี อภิสัคค์ พรหมสวาสดิ์ อัยการพิเศษฝ่าย สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 4 (ยานนาวา) สำนักงานอัยการสูงสุด ว่าที่ร้อยตรี อภิสัคค์ พรหมสวาสดิ์ ได้อ้างกับญาติของผู้ต้องหาว่าสามารถช่วยเหลือทางคดีได้ และเรียกรับเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายจำนวน 5 เเสนบาท ญาติของผู้ต้องหาได้หลงเชื่อและจ่ายเงินจำนวนดังกล่าวให้ว่าที่ร้อยตรี อภิสัคค์ พรหมสวาสดิ์ ผ่านนางสาวธัญญา เต็มชำนาญ การกระทำของว่าที่ร้อยตรี อภิสัคค์ พรหมสวาสดิ์ กับพวก จึงเป็นการเรียกรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด เพื่อเป็นการตอบแทนในการที่จะจูงใจเจ้าพนักงานของรัฐ โดยวิธีอันทุจริต หรือผิดกฎหมาย เพื่อให้กระทำการในหน้าที่อันเป็นคุณแก่ผู้ต้องหา

โดยพนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตฯ ยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ

ศาลพิจารณาเเล้ว เห็นว่าที่จำเลยต่อสู้ว่าคดีไม่อยู่ในอำนาจเห็นว่า เเม้จะไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของจำเลยที่ 1 และไม่ว่าจำเลยที่ 1 จะไปติดต่อพูดคุยกับเจ้าพนักงานตำรวจหรือพนักงานอัยการจริงหรือไม่ ถือว่าจำเลยที่ 1 มีเจตนาแสดงออกให้ผู้เสียหายเชื่อว่าจำเลยที่ 1 ติดต่อกับเจ้าพนักงานตำรวจและพนักงานอัยการที่เกี่ยวข้องกับคดีแสดงว่าเงิน 5 เเสนบาท เป็นเงินให้เพื่อตอบแทนในการที่จะจูงใจเจ้าพนักงานโดยวิธีอันทุจริต กฎหมายให้กระทำการหรือไม่กระทำการในหน้าที่อันเป็นคุณแก่ผู้ที่ถูกดำเนินคดีอาญา ไม่ว่าจำเลยทั้งสองจะตั้งใจไปติดต่อกับพนักงานอัยการหรือตำรวจจริงหรือไม่หรือเป็นเพียงการเเสดงให้น่าเชื่อถือว่าได้ช่วยเหลือคดีแล้ว เมื่อจำเลยที่ 1 กับ 2 ร่วมกันเรียกเงินและได้รับตามที่เรียกดังกล่าวแล้ว จึงเป็นความผิดตามฟ้อง

พิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 143 พรป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 175 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทแต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 143 เพียงบทเดียวตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 จำคุกคนละ 2 ปี คำให้การในชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณาของจำเลยที่ 2 เป็นประโยชแก่การพิจารณาอยู่บ้างมีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 1 ปี 4 เดือน

ต่อมาจำเลยทั้งสองยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราวศาลพิจารณาเเล้วอนุญาตปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์

ผู้สื่อรายงานว่า ว่าที่ร้อยตรี อภิสัคค์ ก่อนหน้านี้คณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) มีมติให้ออกจากราชการไว้ก่อนตั้งเเต่ตอนที่อัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตฯ มีคำสั่งยื่นฟ้องคดีต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ เเล้ว

อัยการเรียกเงินวิ่งคดีช่วยชาวจีนปลอมพาสปอร์ต: ศาลสั่งจำคุก 2 ปี

คดีอัยการเรียกเงินเพื่อช่วยเหลือชาวจีนที่กระทำความผิดฐานปลอมพาสปอร์ตได้สร้างความสั่นสะเทือนในวงการยุติธรรมเป็นอย่างมาก รายละเอียดของคดีนี้มีความซับซ้อน และเกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมหลายส่วน ทำให้ประชาชนเกิดความสงสัยในความโปร่งใสและความยุติธรรม

ผลกระทบจากคดี อัยการเรียกเงินวิ่งคดีช่วยชาวจีนปลอมพาสปอร์ต

คดีนี้ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ขององค์กรอัยการ แต่ยังส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อกระบวนการยุติธรรม การที่เจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งมีหน้าที่รักษากฎหมายกลับกระทำผิดเสียเอง ยิ่งทำให้ประชาชนรู้สึกผิดหวังและตั้งคำถามถึงความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย

นอกจากนี้ คดีอัยการเรียกเงินวิ่งคดีช่วยชาวจีนปลอมพาสปอร์ต ยังเป็นอุทาหรณ์ให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจภายในองค์กรภาครัฐ การมีกลไกที่เข้มแข็งในการตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่ จะช่วยป้องกันและลดโอกาสในการเกิดการทุจริตได้

ความโปร่งใสและความรับผิดชอบเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน หากองค์กรภาครัฐสามารถแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการต่อต้านการทุจริต และพร้อมที่จะลงโทษผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง ก็จะช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนได้

การที่ศาลมีคำพิพากษาจำคุกจำเลยในคดี อัยการเรียกเงินวิ่งคดีช่วยชาวจีนปลอมพาสปอร์ต ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า การทุจริตจะไม่ได้รับการยอมรับ และผู้กระทำผิดจะต้องได้รับโทษตามกฎหมาย

คดีนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า การใช้อำนาจในทางที่ผิด และการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ จะนำมาซึ่งผลเสียร้ายแรง ทั้งต่อตนเอง องค์กร และสังคมโดยรวม

การมีระบบราชการที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และปราศจากการทุจริต เป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาประเทศ การสร้างสังคมที่เข้มแข็งและยั่งยืน จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการต่อต้านการทุจริต และส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมในสังคม

การตัดสินของศาลในคดี อัยการเรียกเงินวิ่งคดีช่วยชาวจีนปลอมพาสปอร์ต เป็นเครื่องยืนยันว่า กฎหมายยังคงมีความศักดิ์สิทธิ์ และพร้อมที่จะลงโทษผู้กระทำผิด ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือ การป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริตขึ้นตั้งแต่แรก โดยการสร้างระบบราชการที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมในสังคม

ที่มา – ศาลอาญาคดีทุจริตฯ สั่งจำคุก 2 ปี อัยการเรียกเงินวิ่งคดีช่วยชาวจีนปลอมพลาสปอร์ต

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *