คุย 5 ชม. ‘อัยการ’ ไกล่เกลี่ย จบศึกเงินเยียวยาน้องกร-ตา

วันนี้เรามาคุยกันเรื่องราวสุดสะเทือนใจที่เพิ่งจบลงอย่างสวยงาม กับเหตุการณ์ คุย 5 ชั่วโมง ‘อัยการ’ ไกล่เกลี่ยสำเร็จ จบศึกเงินเยียวยา ‘น้องกร-คุณตา’ แบ่งกันคนละครึ่ง ซึ่งเป็นข่าวที่หลายคนติดตามมาตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุเศร้าเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา เรื่องนี้ไม่เพียงแสดงให้เห็นถึงความสูญเสีย แต่ยังสะท้อนระบบยุติธรรมที่เข้ามาช่วยเหลือครอบครัวให้คลี่คลายปัญหาได้อย่างน่าประทับใจ

คุย 5 ชั่วโมง ‘อัยการ’ ไกล่เกลี่ยสำเร็จ จบศึกเงินเยียวยา ‘น้องกร-คุณตา’ แบ่งกันคนละครึ่ง

ทุกอย่างเริ่มต้นจากอุบัติเหตุร้ายแรง เมื่อ น.ส.สุพิณนา หรือ พิน สัตบุตร วัย 28 ปี ชาวบุรีรัมย์ เสียชีวิตอย่างน่าเศร้า หลังจากเครนของบริษัทรับเหมาก่อสร้างทางรถไฟรางคู่หล่นทับขบวนรถไฟด่วนพิเศษที่ 21 เส้นทางกรุงเทพฯ-อุบลราชธานี บริเวณระหว่างสถานีหนองน้ำขุ่น-สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 14 ม.ค. ที่ผ่านมา เวลา 09.05 น. เหตุการณ์นี้ทำให้ทางการรถไฟและผู้รับเหมาเยียวยาเบื้องต้นคนละ 1,539,000 บาท แต่ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อเงินทั้งหมดไหลเข้าบัญชีของ นายสำเริง สัตบุตร วัย 64 ปี ซึ่งเป็นพ่อของน.ส.พิน หรือก็คือปู่ของ ด.ช.ธนกร หรือน้องกร ลูกชายวัย 10 ปี นักเรียน ป.4

ดราม่าเงินเยียวยา: ทำไมถึงต้องมีอัยการไกล่เกลี่ย

น้องกรถูกเลี้ยงดูโดยญาติฝั่งปู่มาตั้งแต่เด็ก หลังพ่อเสียชีวิตตั้งแต่อายุ 1 ขวบ แต่เงินเยียวยากลับไม่ถึงมือเด็ก ทำให้ นายปิยะ ปิจนำ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ต้องโทรทวงถามจากตาน้องกร (นายสำเริง) สุดท้ายได้เงินคืนมาเพียง 200,000 บาท โดยอ้างว่าใช้หนี้และงานศพไปหมดแล้ว สถานการณ์ตึงเครียด จน นายเอกณรงค์ เฉิดพันธ์ อัยการคุ้มครองสิทธิ์ จ.บุรีรัมย์ เข้ามาไกล่เกลี่ย เมื่อ 6 ก.พ. ที่ผ่านมา

การเจรจายาวนานกว่า 5 ชั่วโมง เพราะทั้งปู่และตาต่างอยากรับน้องกรไปเลี้ยง สุดท้ายอัยการให้เด็กตัดสินใจเอง น้องกรเลือกอยู่กับญาติปู่ที่เลี้ยงมาตั้งแต่เล็ก โดยไม่มีฝ่ายใดคัดค้าน

รายรับ-รายจ่ายชัดเจน แบ่งเงินคนละครึ่ง

อัยการสอบถามรายละเอียดบัญชีอย่างละเอียด นายสำเริงชี้แจงดังนี้

  • รายรับรวม 1,539,000 บาท: เงินบริษัทผู้รับเหมา 150,000 บาท, การรถไฟ 80,000 บาท, เงินพระราชทาน 20,000 บาท, เงินเยียวยารัฐบาล 1 ล้านบาท, กองทุนยุติธรรม 200,000 บาท, ซองงานศพ 89,000 บาท
  • รายจ่ายรวม 1,230,227 บาท: ให้เด็ก 200,000 บาท, งานศพ 589,000 บาท, หนี้นอกระบบ 154,100 บาท, หนี้รถจยย. 26,375 บาท, หนี้สหกรณ์ 60,752 บาท, หนี้ที่ดิน抵押 200,000 บาท

เหลือสุทธิ 769,525 บาท อัยการสั่งแบ่งคนละครึ่ง คนละ 384,762.50 บาท น้องกรรับโอนไปแล้ว 200,000 บาท ปู่จ่ายเพิ่มเงินสด 185,000 บาท จบลงด้วยดี ทั้งสองฝ่ายตกลงกัน

นอกจากนี้ ยังมีเงินเยียวยาจากการรถไฟอีก 260,000 บาท ที่ต้องแบ่งเช่นกัน และคดีฟ้องเรียกค่าเสียหายที่อัยการ จ.นครราชสีมากำลังดำเนินการ ซึ่งเงินที่ได้จะนำมาพิจารณาเพิ่มเติม

นายเอกณรงค์ อัยการผู้ไกล่เกลี่ย เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจากอธิบดีอัยการคุ้มครองสิทธิ์ ประเด็นหลักคือผู้ปกครองตามกฎหมาย เนื่องจากพ่อเด็กตายนาน แม่เพิ่งจากไป เด็กผูกพันกับปู่มากกว่า และเรื่องเงินเยียวยา ไม่ใช่มรดก แต่เป็นสิทธิ์เท่าเทียม ตาและเด็กมีสิทธิ์คนละครึ่งเพราะตาจดทะเบียนสมรสกับผู้ตาย

เรื่องราวนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการทำงานของอัยการ ที่ช่วยเหลือประชาชนในข้อพิพาทครอบครัว แสดงให้เห็นว่ากฎหมายสามารถเข้าถึงประชาชนได้ หากมีปัญหาคล้ายกัน แนะนำให้ติดต่ออัยการคุ้มครองสิทธิ์ใกล้บ้านทันที

สุดท้ายแล้ว คุย 5 ชั่วโมง ‘อัยการ’ ไกล่เกลี่ยสำเร็จ ทำให้ทุกคนได้บทเรียนเรื่องความรับผิดชอบและความยุติธรรม คุณคิดว่าการแบ่งเงินแบบนี้ยุติธรรมไหม? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่าน เพื่อสร้างความตระหนักเรื่องสิทธิเด็กกำพร้าและเงินเยียวยา

ที่มา – คุย 5 ชั่วโมง ‘อัยการ’ ไกล่เกลี่ยสำเร็จ จบศึกเงินเยียวยา ‘น้องกร-คุณตา’ แบ่งกันคนละครึ่ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *