‘จตุพร’ ฮึ่ม! เตรียมเคลื่อนมวลชนปิดทำเนียบ ลั่นเป้าหมายต้องการ ‘อุ๊งอิ๊ง’ ลาออก
เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ได้มีการรวมตัวของกลุ่มผู้ชุมนุมภายใต้ชื่อ คณะรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตยไทย โดยแกนนำคนสำคัญอย่าง จตุพร พรหมพันธุ์ ได้ประกาศอย่างชัดเจนว่าจะมีการเคลื่อนไหวทางมวลชนในระดับที่สูงขึ้น เพื่อกดดันให้ แพทองธาร ชินวัตร หรือที่大众รู้จักกันดีในชื่อ อุ๊งอิ๊ง ต้องออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และยังมีข้อเรียกร้องให้พรรคร่วมรัฐบาลต่างถอนตัวออกจากตั๋วรัฐบาล
การเคลื่อนไหวครั้งนี้เริ่มตั้งแต่ช่วงเวลา 18.00 น. โดยมีการปราศรัยหลายรอบสลับกับการแสดงดนตรีสด สร้างบรรยากาศที่ผสมผสานระหว่างความรักชาติและความเป็นเอกภาพของกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งเป็นการส่งกำลังใจให้กับทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ตามชายแดน
จตุพร เคลื่อนไหวชัดเจน ลั่นหากไม่ตอบสนอง มวลชนจะบุกทำเนียบ
แกนนำคนสำคัญอย่าง จตุพร พรหมพันธุ์ ยืนยันในการปราศรัยว่า การชุมนุมครั้งนี้เป็นการสื่อสารทางการเมืองที่ชัดเจนว่า ประชาชนไม่ยอมรับผลการบริหารราชการที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะประเด็นความขัดแย้งที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งเขาให้ความเห็นว่า แพทองธาร เป็นศูนย์กลางของปัญหาที่สะสมจนนำไปสู่ความตึงเครียดที่มากขึ้น
เขาย้ำว่า การที่ คุณภูมิธรรม ไปเจรจาหยุดยิงที่มาเลเซียนั้น สร้างความเสียเปรียบทางยุทธศาสตร์ให้กับประเทศไทย นอกจากนี้ เขายังประกาศแผนระดับถัดไปว่า หากไม่มีเสียงตอบรับจากฝ่ายที่เกี่ยวข้อง จะมีการนำมวลชนไปบุกทำเนียบรัฐบาลเพื่อแสดงพลังในทางจริงอย่างเต็มรูปแบบภายในสัปดาห์หน้า
นิติธร จี้หยุดข้อตกลงทางทหารกับกัมพูชา-ติงสหรัฐถอยไทยไม่จริงใจ
ขณะที่ นายนิติธร ล้ำเหลือ อีกหนึ่งแกนนำคนสำคัญก็ได้แสดงความเห็นต่อการเจรจาทางทหารระหว่างสหรัฐฯ กับกัมพูชาที่เกิดขึ้นที่ประเทศฮาวาย โดยแม้ว่าจะมีการอ้างว่าเป็นการนัดหมายล่วงหน้าหลายเดือน แต่ในบริบทของความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในไทยขณะนั้น ก็ถือว่าน่าสงสัยในเจตนา และไม่มีความเคารพต่อสถานการณ์ของไทย
สิ่งที่เขาระบุว่าจะต้องดำเนินการตามข้อเรียกร้องคือ การยกเลิกข้อตกลงอินโดแปซิฟิก และสนธิสัญญาอื่น ๆ ที่เชื่อมโยงกับประเทศกัมพูชา เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อผลประโยชน์ชาติในระยะยาว
- จตุพรมุ่งปิดทำเนียบรัฐบาลเพื่อกระตุ้นให้อุ๊งอิ๊งลาออก
- มีการติงนโยบายต่างประเทศที่เสียเปรียบและขาดความรัดกุม
- ผู้ชุมนุมยังคงเคารพธงชาติและร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ชูความรักชาติ
บรรยากาศการชุมนุมเต็มไปด้วยความสงบ ชี้ให้เห็นถึงพลังแห่งความสามัคคี
บรรยากาศโดยรวมของการชุมนุมนั้นเป็นไปอย่างสงบ แม้แต่ในช่วงเวลาที่แกนนำปราศรัยอย่างเข้มข้น แต่ผู้ชุมนุมต่างแสดงถึงการตั้งใจเป็นอย่างยิ่งในการสื่อสารจุดยืนของตนเองอย่างสุภาพ รวมทั้งมีความเป็นระเบียบในขั้นตอนของการกลับตัวกลับใจออกจากพื้นที่ ภายใต้การดูแลของ ตำรวจนครบาล ด้านการจราจรและความปลอดภัย
เพลงสรรเสริญพระบารมี ยังคงเป็นเพลงที่สร้างกำลังใจและความประทับใจอย่างลึกซึ้งให้กับทุกคนที่มาร่วมในวันนั้น แสดงถึงจิตสำนึกของประชาชนในการปกป้องชาติและสถาบันอย่างแท้จริง
ความเคลื่อนไหวในครั้งนี้สะท้อนถึงแรงกดดันทางการเมืองที่เพิ่มขึ้น
นี่ไม่ใช่เพียงแค่เหตุการณ์หนึ่ง แต่เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่ากลุ่มประชาชนจำนวนมากกำลังเรียกร้องการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง โดยเฉพาะกับรัฐบาลชุดนี้ที่ยังไม่สามารถสร้างความมั่นใจทางด้านความมั่นคงได้ ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมไม่เพียงแต่นำเสนอเสียงของตัวเองเท่านั้น แต่ยังต้องการให้พรรคร่วมรัฐบาลต่างพิจารณายุติบทบาทภายในรัฐบาลด้วยเช่นกัน
การเคลื่อนย้ายของผู้ชุมนุมในเวลา 21.45 น. ถือเป็นตัวอย่างของการรวมตัวเชิงสัญลักษณ์ที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งสะท้อนทั้งความรักชาติและเสียงเรียกร้องต่อไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน
ที่มา – https://www.dailynews.co.th/news/4980659/