จับตาผลตรวจ DNA กรณี ติณติณ–ฟารีดา และข้อกฎหมายค่าเลี้ยงดู

กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก สำหรับการตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรม หรือ จับตาผลตรวจ DNA กรณี “ติณติณ–ฟารีดา” ทนายเผยรายละเอียดข้อกฎหมายค่าเลี้ยงดูบุตร ซึ่งถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจในแง่ของสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายครอบครัว ล่าสุดทาง GMM MUSIC ได้ประกาศความชัดเจนเรื่องการตรวจ DNA เพื่อพิสูจน์ความสัมพันธ์เชิงสายเลือด ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อภาระทางกฎหมายของฝ่ายชายหลังจากนี้

จับตาผลตรวจ DNA กรณี “ติณติณ–ฟารีดา” ทนายเผยรายละเอียดข้อกฎหมายค่าเลี้ยงดูบุตร

ทนายพัฒน์ ทนายเมียหลวงชื่อดัง ได้ออกมาให้ความรู้ทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกรณีนี้อย่างชัดเจน โดยระบุว่าหากผลตรวจออกมาว่าเป็นพ่อลูกกันจริง ภาระหน้าที่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1564 จะเริ่มบังคับใช้ทันที ซึ่งสิทธิที่เด็กและแม่จะได้รับนั้นครอบคลุมมากกว่าแค่เรื่องของเงินรายเดือน แต่รวมถึงค่าใช้จ่ายในการดูแลบุตรย้อนหลังและในอนาคตด้วย

สิทธิในการเรียกร้องตามกฎหมายหากผลตรวจเป็นบวก

เมื่อมีการ จับตาผลตรวจ DNA กรณี “ติณติณ–ฟารีดา” ทนายเผยรายละเอียดข้อกฎหมายค่าเลี้ยงดูบุตร สิ่งที่แม่เด็กสามารถเรียกร้องได้คือ ‘ค่าบริบาลทารก’ ซึ่งแยกส่วนจากค่าอุปการะเลี้ยงดู โดยค่าบริบาลทารกหมายถึงค่าใช้จ่ายตั้งแต่ตั้งครรภ์จนถึงคลอด เช่น:

  • ค่าอาหารเสริมและค่าฝากครรภ์
  • ค่าเดินทางไปพบแพทย์และค่าเสื้อผ้าคนท้อง
  • ค่าใช้จ่ายช่วงคลอดและหลังคลอด

ข้อดีคือฝ่ายหญิงไม่จำเป็นต้องแยกใบเสร็จยิบย่อย เพราะทางศาลสามารถพิจารณาให้เป็นเงินเหมาก้อนเดียวได้ตามความเหมาะสม โดยวัดจากหลักฐานและความสมเหตุสมผลของรายจ่ายที่เกิดขึ้นจริงในระหว่างตั้งครรภ์

หากถามว่าทำไมต้องแยกเป็นค่าบริบาลทารก คำตอบคือในทางกฎหมายขณะที่ทารกยังอยู่ในครรภ์นั้นยังไม่มีสิทธิได้รับค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรจนกว่าจะคลอดออกมาและมีสภาพเป็นบุคคล ดังนั้นการฟ้องเรียกค่าบริบาลทารกจึงเป็นการใช้สิทธิที่แยกออกมาเพื่อให้ครอบคลุมภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงก่อนและหลังคลอดนั่นเองครับ

สรุปประเด็นสำคัญสำหรับผู้อ่าน:

ฝ่ายหญิงมีอำนาจฟ้องเรียกค่าบริบาลทารกได้ทันทีเมื่อผลพิสูจน์ความเป็นพ่อลูกปรากฏชัดเจน ส่วนค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรนั้น ต้องรอให้เด็กคลอดออกมาก่อนตามกฎหมายครับ การรู้สิทธิของตนเองในสถานการณ์ที่เปราะบางเช่นนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก เพื่อให้เด็กที่เกิดมาได้รับการดูแลอย่างเป็นธรรมที่สุด

นี่ถือเป็นอุทาหรณ์สำหรับหลายคนในสังคมว่า ความรับผิดชอบต่อบุตรไม่ใช่เรื่องเล่นๆ และกฎหมายไทยก็มีกลไกคุ้มครองเด็กที่เกิดออกมาอย่างครบถ้วน ไม่ว่าความสัมพันธ์ของพ่อแม่จะเป็นอย่างไร ความเป็นพ่อลูกในทางสายเลือดคือสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้และต้องรับผิดชอบตามกฎหมายเสมอ

ที่มา – จับตาผลตรวจ DNA กรณี “ติณติณ–ฟารีดา” ทนายเผยรายละเอียดข้อกฎหมายค่าเลี้ยงดูบุตร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *