จับตา! บอร์ด กสทช. เคาะงบ 180 ล้าน IPTV Cell Broadcast

ในยุคที่ภัยพิบัติทางธรรมชาติเกิดขึ้นบ่อยครั้ง จับตา! บอร์ด กสทช. เคาะงบ 180 ล้าน IPTV Cell Broadcast จึงกลายเป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนให้ความสนใจ ระบบแจ้งเตือนภัยฉุกเฉินผ่าน Cell Broadcast ที่เคยจำกัดอยู่แค่โทรศัพท์มือถือ กำลังจะขยายไปสู่กล่อง IPTV เพื่อปิดช่องโหว่และเพิ่มความครอบคลุมในการแจ้งเตือนประชาชนให้ทันท่วงที

จับตา! บอร์ด กสทช. เคาะงบ 180 ล้าน IPTV Cell Broadcast

แหล่งข่าวจากสำนักงาน กสทช. เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในวันพรุ่งนี้ 22 เมษายน จะมีวาระสำคัญที่ต้องจับตามอง นั่นคือการพิจารณาอนุมัติงบประมาณ 180 ล้านบาท สำหรับพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติผ่านกล่องรับสัญญาณโทรทัศน์ระบบ IPTV หรือ Internet Protocol Television โดยจะจัดสรรงบผู้ให้บริการรายละ 60 ล้านบาท เพื่อสร้างระบบหลังบ้านเชื่อมต่อกับ Cell Broadcast

ข้อเสนอนี้มาจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย ที่ต้องการให้ระบบเตือนภัยเข้าถึงประชาชนทุกช่องทาง ไม่ใช่แค่สมาร์ทโฟน แต่รวมถึงโทรทัศน์ผ่านกล่อง IPTV ที่กำลังได้รับความนิยม โดยเฉพาะในร้านอาหาร โรงแรม และครัวเรือนจำนวนมาก การหักงบจากกองทุน USO (Universal Service Obligation) ของ กสทช. จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้ผู้ประกอบการ

ผู้ให้บริการกล่อง IPTV ที่จะได้รับประโยชน์

ผู้ให้บริการหลัก 3 รายที่ยังคงให้บริการกล่อง IPTV อยู่ ได้แก่

  • บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS กับกล่อง AIS Play
  • บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ True กับกล่อง True ID
  • บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ที่มีกล่อง IPTV ราว 100,000 กล่อง

กล่องเหล่านี้จะถูกดึงมาเสริมทัพระบบ Cell Broadcast ทำให้การแจ้งเตือนภัย เช่น น้ำท่วม แผ่นดินไหว หรือพายุ สามารถแสดงบนหน้าจอทีวีได้ทันที โดยไม่ต้องพึ่งพาแอปหรืออินเทอร์เน็ตแบบเฉพาะเจาะจง

พื้นฐานระบบ Cell Broadcast และความสำคัญ

Cell Broadcast (CB) คือเทคโนโลยีมาตรฐานสากลที่ส่งข้อความเตือนภัยไปยังอุปกรณ์ทั้งหมดในพื้นที่เฉพาะ โดยไม่ต้องรู้หมายเลขโทรศัพท์ ไม่เสียค่าบริการ และไม่ถูกบล็อกแบบ SMS ปกติ ก่อนหน้านี้ กสทช. เคยอนุมัติงบ USO ลดหย่อนให้ผู้ให้บริการมือถือ 3 ค่าย ได้แก่

  • บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวิร์ค (AWNN) ในเครือ AIS: 377 ล้านบาท
  • บริษัท ทรู มูฟ เอช (TU) ในเครือ True: 375 ล้านบาท
  • บริษัท NT: 261 ล้านบาท

การขยายสู่ IPTV จะช่วยปิดช่องโหว่สำหรับผู้ที่ไม่ได้ถือมือถือหรือไม่เปิดเครื่อง โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่นิยมดูทีวีผ่านกล่องเหล่านี้ สถิติจาก ปภ. ชี้ว่าภัยพิบัติในไทยเพิ่มขึ้น 20% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ทำให้ระบบแจ้งเตือนที่มีประสิทธิภาพยิ่งจำเป็น

นอกจากนี้ การ integrate กับทีวีดิจิทัลที่เคยมีมาก่อน จะทำให้ประเทศไทยมีระบบเตือนภัยแบบ Multi-Channel ที่ครบครัน สอดคล้องกับมาตรฐาน ASEAN และสากล เช่น ETWS (Earthquake and Tsunami Warning System)

อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นที่น่าจับตา เช่น ผู้ให้บริการจะพัฒนาระบบหลังบ้านเสร็จภายในกี่เดือน และจะทดสอบอย่างไรเพื่อให้ไม่มีข้อผิดพลาด หากบอร์ดเห็นชอบ คาดว่าจะเริ่ม rollout ภายในสิ้นปีนี้

การตัดสินใจครั้งนี้ไม่เพียงปิดช่องโหว่ภัยพิบัติ แต่ยังแสดงถึงวิสัยทัศน์ของ กสทช. ในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลยกระดับความปลอดภัยสาธารณะ คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? ติดตามผลการประชุมบอร์ด กสทช. พรุ่งนี้ และแชร์ความเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง เพื่อให้เรารู้ว่าประชาชนต้องการระบบแจ้งเตือนแบบไหนมากที่สุด

ที่มา – จับตา! พรุ่งนี้ บอร์ด กสทช. เคาะงบ 180 ล้าน ปิดช่องโหว่ภัยพิบัติ ดึงกล่อง IPTV เสริมทัพระบบ Cell Broadcast

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *