จับตา! สนามบินขนงพระ หยุดใช้งานแล้ว ปมรันเวย์พาดถนนสาธารณะ
จับตา! สนามบินขนงพระ หยุดใช้งานแล้ว ปมรันเวย์พาดถนนสาธารณะ
กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก สำหรับกรณี สนามบินขนงพระ ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลขนงพระ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งล่าสุดมีความเคลื่อนไหวสำคัญว่าสนามบินดังกล่าวได้หยุดการใช้งานลงแล้ว หลังจากเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับการนำทางสาธารณประโยชน์มาใช้เป็นรันเวย์ส่วนบุคคล โดยมีข้อมูลเชื่อมโยงไปถึงธุรกิจกอล์ฟของครอบครัวนายอนุทิน ชาญวีรกูล
จากการตรวจสอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ในช่วงที่ผ่านมา พบว่าพื้นที่สนามบินแห่งนี้มีความเกี่ยวข้องกับที่ดินหลายแปลง และมีการนำถนนสาธารณะที่ประชาชนใช้สัญจรมาเป็นส่วนหนึ่งของทางวิ่งอากาศยาน ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับคนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทำให้หน่วยงานรัฐต้องเข้ามาตรวจสอบว่าการดำเนินงานของสนามบินขนงพระ หยุดใช้งานแล้ว ปมรันเวย์พาดถนนสาธารณะ นั้นถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่
ความคืบหน้ากรณีสนามบินขนงพระหยุดใช้งานแล้ว ปมรันเวย์พาดถนนสาธารณะ
เมื่อเจาะลึกรายละเอียดการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ พบว่ามีการประสานขอเอกสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึง 5 แห่ง เพื่อหาคำตอบว่าใครเป็นผู้มีอำนาจอนุญาตให้ใช้พื้นที่สาธารณะดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันสนามบินแห่งนี้ได้หยุดทำการบินไปแล้ว ท่ามกลางคำถามจากสังคมว่าเหตุใดการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ป.ป.ช. ถึงยังไม่มีบทสรุปที่ชัดเจนหลังจากผ่านมาหลายเดือน
ประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้มีดังนี้:
- ความชอบธรรมในการนำที่ดินของรัฐและทางสาธารณะมาทำรันเวย์สนามบินส่วนบุคคล
- การตรวจสอบเส้นทางการเงินและผู้ได้รับผลประโยชน์จากธุรกิจการบินในพื้นที่
- ความล่าช้าของกระบวนการยุติธรรมในการเอาผิดผู้เกี่ยวข้องตามมาตรา 157
เป็นที่ชัดเจนว่าการที่ สนามบินขนงพระ หยุดใช้งานแล้ว ปมรันเวย์พาดถนนสาธารณะ นั้น เป็นผลพวงมาจากการขยับตัวของภาคประชาชนและการทำงานของเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ แต่สิ่งที่สังคมยังต้องการคำตอบคือ ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อการใช้ประโยชน์บนที่ดินของรัฐที่ผ่านมา และจะมีการคืนพื้นที่สาธารณะให้ประชาชนกลับมาใช้สัญจรได้อย่างปลอดภัยและสง่างามอีกครั้งเมื่อไหร่ เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่ามหากาพย์การใช้ที่ดินในเขาใหญ่นี้จะลงเอยอย่างไร
ที่มา – จับตา! ‘สนามบินขนงพระ’ หยุดใช้งานแล้ว ปมรันเวย์พาดถนนสาธารณะ โยงธุรกิจกอล์ฟครอบครัว ‘อนุทิน’


