จับได้แล้ว! หนุ่มอัฟกานิสถานฆ่าหมกกระเป๋าหญิงอังกฤษ

จากกรณีข่าวสะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นในกรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถไขปมคดีฆาตกรรมสุดโหดได้แล้ว เมื่อมีการรายงานว่ามีการจับกุมตัวชายชาวอัฟกานิสถานวัย 26 ปี ผู้ต้องสงสัยในคดีที่ชื่อว่า จับได้แล้ว! ตำรวจเผยหนุ่มอัฟกานิสถานฆ่าหมกกระเป๋าหญิงอังกฤษ เหตุไม่พอใจเรื่องสอนศาสนา โดยเหตุการณ์นี้สร้างความตกใจให้กับคนทั่วโลกไม่น้อย

จับได้แล้ว! ตำรวจเผยหนุ่มอัฟกานิสถานฆ่าหมกกระเป๋าหญิงอังกฤษ เหตุไม่พอใจเรื่องสอนศาสนา

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อ เอลิซาเบธ รอสส์ นักท่องเที่ยวสาวชาวอังกฤษวัย 38 ปี ได้หายตัวไปอย่างลึกลับ จนกระทั่งพบร่างของเธอถูกยัดใส่ในกระเป๋าเดินทางทิ้งไว้ในอาคารร้างแห่งหนึ่ง การสืบสวนสอบสวนพบว่า ผู้ต้องสงสัยรายนี้มีความโกรธแค้นเป็นการส่วนตัว โดยอ้างว่าผู้เสียชีวิตพยายามโน้มน้าวเขาเรื่องศาสนาคริสต์อยู่ตลอดเวลา ซึ่งนำไปสู่ความขัดแย้งที่บานปลายจนถึงขั้นลงมือฆาตกรรม

รายละเอียดการสืบสวนคดี จับได้แล้ว! ตำรวจเผยหนุ่มอัฟกานิสถานฆ่าหมกกระเป๋าหญิงอังกฤษ

จากการสอบสวนเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เผยข้อมูลที่น่าตกใจว่า หลังจากที่ผู้ต้องสงสัยลงมือก่อเหตุ เขาไม่ได้แค่ทิ้งศพไว้เฉยๆ แต่ยังพยายามอำพรางคดีและขโมยบัตรเครดิตของเหยื่อไปกดเงินสดออกมาเป็นจำนวนมากถึง 9,000 ปอนด์ หรือประมาณ 400,000 บาท ภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่วัน นอกจากนี้ยังมีการใช้โทรศัพท์มือถือของเหยื่อส่งข้อความหาครอบครัวและเพื่อนฝูงเพื่อทำทีว่าเธอยังมีชีวิตอยู่และกำลังเดินทางไปประเทศตุรกี เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของเจ้าหน้าที่

พฤติกรรมของผู้ก่อเหตุนั้นค่อนข้างแยบยลในตอนแรก โดยเขามีการย้ายศพจากกระเป๋าใบแรกไปใส่กระเป๋าใบที่สองเนื่องจากเกรงว่าจะมีรอยนิ้วมือติดอยู่ แต่สุดท้ายความพยายามเหล่านั้นก็ไม่อาจหลบเลี่ยงสายตาของเจ้าหน้าที่ตำรวจไปได้ โดยหลักฐานสำคัญที่พบในบ้านพักของผู้ต้องหา ได้แก่ ปืนสั้นอัดลมจำลองและมีด ซึ่งเป็นหลักฐานมัดตัวสำคัญในคดี จับได้แล้ว! ตำรวจเผยหนุ่มอัฟกานิสถานฆ่าหมกกระเป๋าหญิงอังกฤษ เหตุไม่พอใจเรื่องสอนศาสนา นี้

  • เอลิซาเบธ รอสส์ เป็นอาสาสมัครใจดีที่มุ่งมั่นช่วยเหลือผู้อพยพ
  • ผู้ต้องสงสัยทำงานเป็นพนักงานทำความสะอาดในอาคารที่พักของเหยื่อ
  • เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัด
  • ครอบครัวของเหยื่อได้รับข้อความหลอกลวงนานถึง 2 สัปดาห์หลังการเสียชีวิต

คดีนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปต่างแดน การระมัดระวังตัวและรู้จักการเว้นระยะห่างกับคนแปลกหน้าถือเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลย แม้ว่าเหยื่อจะมีเจตนาที่ดีในการเป็นอาสาสมัครช่วยเหลือผู้อื่น แต่ความขัดแย้งทางความคิดความเชื่ออาจนำมาซึ่งอันตรายที่เราคาดไม่ถึง หวังว่ากระบวนการยุติธรรมของกรีซจะสามารถนำความยุติธรรมมาให้แก่ครอบครัวผู้สูญเสียได้โดยเร็วที่สุด

ที่มา – จับได้แล้ว! ตำรวจเผยหนุ่มอัฟกานิสถานฆ่าหมกกระเป๋าหญิงอังกฤษ เหตุไม่พอใจเรื่องสอนศาสนา

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *