จากสวนถึงเซเว่นฯ – ลำไยไทยทวีคุณค่า ‘ซีพี ออลล์’ เดินหน้านโยบายสร้างอาชีพ ‘จัดหา-กระจาย-พัฒนา’ หนุนเกษตรกรโตไปด้วยกัน
ฤดูเก็บเกี่ยวของผลไม้หลายชนิดในประเทศไทย แต่ไม่ว่าฤดูกาลใดจะเป็นอย่างไร สิ่งที่ควรได้รับการส่งเสริมคือผลผลิตจากแรงงานของเกษตรกรไทย หนึ่งในความสำเร็จในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากที่ทรงพลังคือ “ลำไยไทย” ซึ่งได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของการเติบโตแบบมีคุณภาพผ่านภาพรวมของการดำเนินนโยบายของบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ภายใต้แนวคิด “จากสวนถึงเซเว่นฯ – ลำไยไทยทวีคุณค่า ‘ซีพี ออลล์’ เดินหน้านโยบายสร้างอาชีพ ‘จัดหา-กระจาย-พัฒนา’ หนุนเกษตรกรโตไปด้วยกัน” ที่เปลี่ยนวิถีชีวิตเกษตรกรแบบเร่งด่วนและมีคุณภาพยั่งยืนในระยะยาว
จากสวนถึงเซเว่นฯ – ลำไยไทยทวีคุณค่า ‘ซีพี ออลล์’ เดินหน้านโยบายสร้างอาชีพ ‘จัดหา-กระจาย-พัฒนา’ หนุนเกษตรกรโตไปด้วยกัน
ตามรายงาน ประเทศไทยมีอันดับหนึ่งในโลกในฐานะผู้ผลิตลำไยรายใหญ่ที่สุด โดยภาคเหนือเป็นศูนย์กลางหลักของการผลิตลำไย เช่น จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน พะเยา และอื่นๆ ที่มีการผลิตในฤดูเก็บเกี่ยวอย่างหนาแน่นระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมของทุกปี อย่างไรก็ตาม ทำให้เกิดปัญหา “ลำไยล้นตลาด” โดยเฉพาะในช่วงฤดูตลอดที่ราคาตกอย่างหนัก ส่งผลโดยตรงต่อรายได้ชีวิตประจำวันของเกษตรกรที่ต้องพึ่งพาผลผลิตจากสวน
จัดหา กระจาย และพัฒนา ทางแก้ที่ยั่งยืน
ด้วยบทบาทสำคัญในฐานะบริษัทค้าปลีกระดับประเทศ ซีพี ออลล์ได้เข้ามาเปิดทางให้กับเกษตรกรผ่านแนวทางโดยใช้สามเสาหลัก ได้แก่
- 1. จัดหา: ซื้อสินค้าจากสวนในจังหวัดภาคเหนือโดยตรง ไม่ผ่านคนกลาง เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มความสามารถในการขายผลผลิตที่มีปริมาณน้อยแต่คุณภาพสูง ช่วยให้เกษตรกรตัดปัญหาราคาตกจากให้ทุนได้ในช่วงฤดูล้นตลาด
- 2. กระจาย: เปลี่ยนลำไยสดคุณภาพจากการแปลงนาเขื่อนปัจเจกไปยังถึงมือผู้บริโภคทั่วประเทศผ่านช่องทางจุดขายที่มากกว่า 30,000 สาขาทั่วประเทศภายใต้แบรนด์ เซเว่น อีเลฟเว่น และ เซเว่น เดลิเวอรี่ เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลำไยคุณภาพมากยิ่งขึ้น
- 3. พัฒนา: ฉีกแนวธุรกิจการแยกขายผลไม้สดให้หลุดพ้นจากการขายปริมาณเพียงอย่างเดียว โดยให้ความช่วยเหลือแก่サービทธุรกิจ SME ในรูปแบบของการส่งเสริมการแปรรูปผลไม้ใช้ประโยชน์เอง เช่น การทำ “ลำไยลอยแก้ว”, “วุ้นมะพร้าวผสมน้ำลำไย”, และ “เกาเหลาในน้ำลำไย” ปรับมูลค่าให้สูงขึ้นเพื่อขยายรายได้ออนกันถึงครัวเรือน
นี่ถือเป็นแนวคิดใหม่ในการรับมือกับปัญหาของเกษตรกร และมุ่งเน้นให้ระบบสร้างรายได้สู่ผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็กในท้องถิ่นที่เชื่อมโยงกับ ซีพี ออลล์ อย่างใกล้ชิด ความตั้งใจของโครงการชัดเจนในหลายด้าน ทั้งช่วยลำบากของเขาเหล่านี้มากยิ่งขึ้นผ่านการตลาดที่เข้าถึงได้จริง สู้ปัญหาความเสียหายจากการผลิตจำนวนมากโดยไร้ความเคลื่อนไหวของร้านค้า การสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างแท้จริง ร่วมพัฒนาเอกลักษณ์ท้องถิ่นในการบริโภค และส่งเสริมเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ให้เกษตรกรกลายเป็น “เถ้าแก่ใหม่” ที่มีความรู้ ความสามารถ และรายได้ที่คนปัจจุบันคาดไม่ถึง
กิจกรรมในโครงการยังเสริมสร้างความสัมพันธ์เชื่อมโยงระหว่างอุตสาหกรรมการค้าปลีกและการเกษตร ผ่านการเชื่อมพื้นฐานบนพื้นโลกของ “เศรษฐกิจเพื่อชุมชน” ที่ขึ้นชื่อว่าสามารถแข่งขันกับธุรกิจขนาดใหญ่ได้เมื่อมีการจัดการเหมาะสม รวมถึงเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตอย่างต่อเนื่องของกิจการชุมชนขนาดเล็ก เช่น ห้างหุ้นส่วนจำกัดแม่ละมาย บริษัทขนมหวานคุณเก๋ บริษัทไทยวอล์คกี้ และ บริษัทซันสวีท ที่รับลงทะเบียนส่งเสริมผลิตภัณฑ์ด้วยวัตถุดิบประโยชน์ภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง
สินค้าที่พร้อมให้เลือกรับประทานตั้งแต่วันนี้
นับเป็นเส้นทางแห่งโอกาสของเกษตรกรไทย เพราะในช่วงเวลาเดือนสิงหาคมถึงกลางเดือนกันยายนนี้ ผู้บริโภคสามารถร่วมแรงงานกับคณะก้าวทันใครได้ทันทีผ่านการเลือกระบุซื้อผลไม้สดของเกษตรแกร่งในราคายุติธรรม เช่น
- ลำไยสดถ้วย 350 กรัม – ราคา 35 บาท
- ลำไยคว้านเมล็ด – ราคา 35 บาท
- ลำไยลอยแก้ว – ราคา 25 บาท/ถ้วย
- วุ้นมะพร้าวรวมมิตรน้ำลำไย – ราคา 17 บาท/ถ้วย
- วุ้นกะทิน้ำลำไย – ราคา 27 บาท/ถ้วย
- เกาเหลาในน้ำลำไย – ราคา 20 บาท/ถ้วย
ทั้งหมดนี้สามารถหาซื้อได้ที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่นทั่วประเทศ แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในการบูรณาการการสร้างอาชีพและอนุบาลเกษตรกรอย่างใกล้ชิด
เพียงร่วมบริโภค ก็เป็นส่วนหนึ่งของการช่วยเหลือเกษตรกรไทยให้มีโอกาสสร้างรายได้อย่างยั่งยืน พร้อมเปลี่ยนแปลงชีวิตไปมากว่าที่เคยคิดไว้





