จีนได้รับความไว้วางใจให้กำกับดูแลเอไอ
ผลสำรวจความคิดเห็นใน 12 ประเทศสะท้อนภาพที่น่าสนใจเกี่ยวกับความเชื่อมั่นต่อการกำกับดูแลปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ โดยผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 43% ระบุว่าไว้วางใจจีนให้มีบทบาทกำกับดูแลเทคโนโลยีนี้ ขณะที่สหรัฐได้รับความเชื่อมั่น 35% และสหภาพยุโรป หรืออียู อยู่ที่ 34% ตัวเลขดังกล่าวทำให้ประเด็น จีนได้รับความไว้วางใจให้กำกับดูแลเอไอ กลายเป็นหัวข้อที่ถูกจับตามองในเวทีระหว่างประเทศ
ผลสำรวจดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าทุกประเทศมีมุมมองเหมือนกัน แต่สะท้อนว่าความไว้วางใจต่อมหาอำนาจและหน่วยงานกำกับดูแลเอไอแตกต่างกันไปตามบริบททางสังคม เศรษฐกิจ ประสบการณ์ด้านเทคโนโลยี และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของแต่ละพื้นที่
จีนได้รับความไว้วางใจให้กำกับดูแลเอไอ
จีนได้รับการจัดอันดับให้เป็นหน่วยงานกำกับดูแลจากภายนอกที่ผู้คนเชื่อมั่นสูงสุดในบังกลาเทศ มาเลเซีย ปากีสถาน ศรีลังกา รวมถึงเขตเวสต์แบงก์และเยรูซาเล็มตะวันออก สถานการณ์นี้อาจสะท้อนถึงการรับรู้ของประชาชนต่อความสามารถของจีนในการพัฒนาเทคโนโลยีและการนำเอไอไปใช้ในระดับประเทศ
อย่างไรก็ตาม ความเชื่อมั่นไม่ได้เป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมด ชาวสิงคโปร์ให้คะแนนจีนและสหภาพยุโรปเท่ากัน ส่วนผู้ตอบแบบสอบถามในชิลีและไทยให้ความเชื่อมั่นต่อจีน สหรัฐ และอียูในระดับใกล้เคียงกัน จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าประเทศใดได้รับการยอมรับเหนือกว่าทุกพื้นที่
จีนได้รับความไว้วางใจให้กำกับดูแลเอไอในหลายประเทศ
สำหรับกานา เปรู และโคลอมเบีย ผู้ตอบแบบสอบถามมีความเชื่อมั่นต่อสหรัฐและจีนใกล้เคียงกัน ขณะที่ฟิลิปปินส์เป็นประเทศเดียวในกลุ่มสำรวจที่ประชาชนไว้วางใจสหรัฐมากกว่าจีนและสหภาพยุโรป ความแตกต่างนี้แสดงให้เห็นว่าปัจจัยด้านการเมืองระหว่างประเทศและประสบการณ์ของประชาชนอาจมีผลต่อมุมมองเรื่องการกำกับดูแลเอไอ
นอกจากความเชื่อมั่นต่อมหาอำนาจแล้ว หลายประเทศยังให้ความสำคัญกับรัฐบาลของตนเอง โดยผู้ตอบแบบสอบถามใน 6 จาก 12 ประเทศเชื่อมั่นต่อการกำกับดูแลภายในประเทศมากกว่าการให้มหาอำนาจเข้ามามีบทบาท ปากีสถานและบังกลาเทศมีระดับความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลของตนสูงที่สุด โดยมีประชาชนประมาณ 8 ใน 10 คนที่เชื่อว่ารัฐบาลสามารถทำหน้าที่นี้ได้
- ปากีสถานและบังกลาเทศมีความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลภายในประเทศสูง
- ชิลี โคลอมเบีย และเปรูมีระดับความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลค่อนข้างต่ำ
- ผู้ตอบแบบสอบถามบางส่วนยังไม่แน่ใจว่ารัฐบาลของตนกำกับดูแลเอไอได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่
- มาเลเซีย โคลอมเบีย และเขตเวสต์แบงก์มีผู้ไม่แน่ใจในสัดส่วนประมาณหนึ่งในสี่หรือมากกว่านั้น
ความรู้เรื่องเอไอมีผลต่อความไว้วางใจ
อีกปัจจัยสำคัญคือระดับความตระหนักรู้เกี่ยวกับเอไอ ผู้ที่เคยอ่านหรือได้ยินข้อมูลเกี่ยวกับเทคโนโลยีนี้มาบ้าง มักเปิดใจให้รัฐบาลต่างประเทศหรืออียูเข้ามามีบทบาทในการกำกับดูแลมากกว่า ขณะที่ผู้ที่ยังไม่คุ้นเคยกับเอไอมักมีความลังเลและไม่แน่ใจ
ประเด็นนี้สะท้อนว่าการสื่อสารข้อมูลอย่างถูกต้องและเข้าใจง่ายมีความสำคัญอย่างมาก ประชาชนควรรู้ว่าเอไอทำงานอย่างไร มีประโยชน์ด้านใด และมีความเสี่ยงเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล ความปลอดภัย การเลือกปฏิบัติ และการเผยแพร่ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนอย่างไร เมื่อประชาชนมีความรู้มากขึ้น พวกเขาจะสามารถประเมินนโยบายของรัฐบาลและมาตรการกำกับดูแลจากต่างประเทศได้อย่างมีเหตุผล
ในมุมมองของผู้เขียน ผลสำรวจนี้ชี้ว่า จีนได้รับความไว้วางใจให้กำกับดูแลเอไอ ในหลายพื้นที่ แต่ความไว้วางใจเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ รัฐบาลทุกประเทศควรแสดงให้เห็นถึงความโปร่งใส เปิดเผยหลักเกณฑ์การกำกับดูแล และมีกลไกตรวจสอบที่ประชาชนเข้าถึงได้ การกำกับดูแลเอไอที่ดีควรสร้างสมดุลระหว่างการส่งเสริมนวัตกรรมกับการคุ้มครองสิทธิของผู้ใช้งาน
ท้ายที่สุด ไม่ว่าประเทศใดจะได้รับความไว้วางใจมากที่สุด ประชาชนควรติดตามข้อมูลจากหลายแหล่งและมีส่วนร่วมในการเสนอความคิดเห็น เพื่อให้อนาคตของเอไอพัฒนาไปอย่างปลอดภัย เป็นธรรม และเป็นประโยชน์ต่อสังคม หากคุณสนใจประเด็นเทคโนโลยีและนโยบายดิจิทัล อย่าลืมติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่องและร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองอย่างสร้างสรรค์
ที่มา – ผลสำรวจชี้ ผู้คนไว้ใจ “จีน” ให้กำกับดูแลเอไอ มากกว่าสหรัฐ-อียู