ชายแดนเดือด! ปะทะหนักปราสาทตาควาย–เนิน 350 ไทยเร่งยึดจุดยุทธศาสตร์

ชายแดนเดือด! ปะทะหนักปราสาทตาควาย–เนิน 350 ไทยเร่งยึดจุดยุทธศาสตร์

วันที่ 19 ธันวาคม 2568 เหตุการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านจังหวัดสุรินทร์ ยังคงร้อนระอุต่อเนื่อง หลังเกิดการปะทะกันระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชา บริเวณแนวรบปราสาทตาควายและเนิน 350 โดยทั้งสองฝ่ายใช้ยุทธวิธีและอาวุธหนักเพื่อชิงความได้เปรียบในจุดยุทธศาสตร์สำคัญ

การปะทะรุนแรงตลอดคืนสู่รุ่งเช้า

ตลอดช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา ทหารไทยได้ดำเนินการทางทหารอย่างต่อเนื่อง เพื่อพยายามเข้าควบคุมพื้นที่เนิน 350 ซึ่งถือเป็นจุดสูงข่มและมีความได้เปรียบในด้านยุทธศาสตร์อย่างมาก ฝั่งกัมพูชาพยายามส่งกำลังเสริมจำนวนกว่า 160 นาย เข้ามาในพื้นที่ แต่ถูกขัดขวางด้วยการปะทะกันอย่างดุเดือดและการยิงปืนใหญ่สลับกันไปมา

การยิงตอบโต้กันดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งเวลาประมาณ 23.00 น. การปะทะจึงค่อยๆ ชะลอความรุนแรงลง แต่สันติภาพนี้ก็ไม่ยั่งยืนนัก เมื่อเช้าวันที่ 19 ธันวาคม เวลา 06.00 น. การปะทะกันก็กลับมาอีกครั้ง ทหารกัมพูชายังคงพยายามส่งกำลังเสริมเข้ามาในพื้นที่ ทำให้ทหารไทยต้องเร่งดำเนินการรุกคืบและควบคุมพื้นที่ให้ได้อย่างเบ็ดเสร็จ

ยุทธวิธีการรบและกลยุทธ์ต่างๆ

รายงานการรบชี้ให้เห็นว่า ทหารกัมพูชาใช้วิธีการหน่วงเวลาและซุ่มโจมตี เพื่อสกัดกั้นการรุกคืบของทหารไทย ซึ่งถือเป็นยุทธวิธีที่มีประสิทธิภาพในการต้านทานการบุกโจมตีจากอีกฝ่ายหนึ่ง ในขณะเดียวกัน ทหารไทยก็ใช้การยิงปืนใหญ่และการยิงจรวดบีเอ็ม-21 เพื่อสกัดแนวรบและตัดเส้นทางการลำเลียงเสบียงและกำลังบำรุงของฝ่ายกัมพูชา

สิ่งที่น่าสังเกตคือ การยิงปืนใหญ่และจรวดบีเอ็ม-21 จากฝั่งกัมพูชาในช่วงเช้าวันนี้มีน้อยมาก หรือแทบไม่ได้ยินเลย ซึ่งอาจบ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงยุทธวิธี หรือการขาดแคลนกระสุนและเสบียง

ความห่วงใยของประชาชน

ในพื้นที่ด้านหลังแนวรบ พบว่าชาวบ้านที่อพยพไปอยู่ศูนย์พักพิงชั่วคราว ได้ขอกลับเข้าหมู่บ้านเป็นระยะ เพื่อดูแลบ้านเรือนและสัตว์เลี้ยง ก่อนจะกลับไปยังศูนย์พักพิงตามเดิม เนื่องจากพื้นที่ยังคงมีความเสี่ยงจากการปะทะกัน

ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านในพื้นที่ชายแดน ถูกเปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง พวกเขาต้องใช้ชีวิตลักษณะไป–กลับเช่นนี้ตลอดตั้งแต่มีการปะทะกัน โดยยังไม่สามารถกลับไปอยู่อาศัยตามปกติได้ เนื่องจากพื้นที่ยังเป็นอันตราย

คำขอจากประชาชน

ชาวบ้านรายหนึ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักใจว่า ขอให้กำลังใจทหารไทย ให้ปฏิบัติภารกิจจนยุติเหตุการณ์โดยเร็ว เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาดำเนินชีวิตและทำมาหากินได้ตามปกติ

เช่นเดียวกับชาวบ้านในพื้นที่ตำบลแนงมุด ที่พาบุตรหลานขับรถออกจากศูนย์อพยพในช่วงเช้า เพื่อนำอาหารไปให้สุนัขและแมว รวมถึงตรวจดูบ้านเรือน ก่อนจะเดินทางกลับศูนย์อพยพในช่วงค่ำ โดยระบุว่า แม้จะมีความวิตกกังวลจากสถานการณ์ แต่ยังคงอดทน และขอเป็นกำลังใจให้ทหารไทยทุกนายปฏิบัติหน้าที่อย่างปลอดภัย

การดูแลทหารไทย

ขณะเดียวกัน การนำร่างทหารไทย 2 นาย ที่พลีชีพจากแนวรบปราสาทตาควาย ยังคงอยู่ระหว่างการปฏิบัติการ เพื่อนำออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง นี่คือความสูญเสียที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่ก็เป็นความจริงที่ทหารไทยทุกนายต้องเผชิญหน้า

รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรให้ความสำคัญกับการดูแลครอบครัวทหารไทย และการเยียวยาผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดน

คำเรียกร้องสู่สันติภาพ

การปะทะกันบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านจังหวัดสุรินทร์ ถือเป็นปัญหาที่ยืดเยื้อมายาวนาน และส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่

เราขอเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายหันหน้าเข้าหากัน หาทางออกร่วมกันด้วยสันติวิธี เพื่อยุติความขัดแย้ง และให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้อย่างสงบสุข

ที่มา – ชายแดนเดือด! ปะทะหนักปราสาทตาควาย–เนิน 350 ไทยเร่งยึดจุดยุทธศาสตร์ ชาวบ้านขอให้กำลังใจทหาร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *