ชาวบราซิลจัดม็อบต่อต้านสหรัฐ ประท้วงทรัมป์รีดภาษี 50%

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2568 ชาวบราซิลจากกรุงบราซิเลีย และเมืองรีโอเดจาเนโร ได้ออกมารวมตัวกันบนท้องถนนเพื่อประท้วงรัฐบาลสหรัฐของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่กำหนดเก็บภาษีจากบราซิลอย่างสูงถึง 50% ซึ่งถือเป็นอัตราที่สูงที่สุดในโลกในขณะนี้ การเคลื่อนไหวครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความไม่พอใจอย่างรุนแรงทั้งจากรัฐบาลและประชาชนชาวบราซิล ที่ต้องเผชิญกับแรงกดดันทางการค้าจากระบอบการปกครองแบบทรัมป์อีกครั้ง

ชาวบราซิลระดมประท้วงรีดภาษี 50%

การชุมนุมประท้วงครั้งนี้มีการจัดขึ้นในหลายเมือง แต่จุดเด่นของกิจกรรมอยู่ที่การรวมตัวกันหน้าสถานกงสุลใหญ่สหรัฐในเมืองเซาเปาลู ที่มีการถือป้ายข้อความหลากหลาย ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาโปรตุเกส ซึ่งต่างก็มีเสียงเดียวกันในเรื่องความไม่เห็นด้วยต่อค่าภาษีนำเข้าที่รัฐบาลทรัมป์กำหนด นี่ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องเศรษฐกิจ แต่ยังส่งผลกระทบถึงความสัมพันธ์ทางการเมืองระหว่างสองประเทศที่เคยร่วมมือกันมาอย่างยาวนาน

การตอบโต้ไม่ได้มีแค่ภาษี

ชาวบราซิลมีมุมมองว่าการขึ้นภาษีนี้มีแรงจูงใจทางการเมืองมากกว่าเศรษฐกิจเสียอีก ทรัมป์ไม่ปิดบังเจตนารมณ์ว่าเหตุผลของเขาในการเพิ่มภาษีนั้นมาจากความไม่พอใจในกรณีที่บราซิลกำลังสอบสวนอดีตประธานาธิบดีฌาอีร์ โบลโซนารู ซึ่งถือเป็นพันธมิตรใกล้ชิดของทรัมป์เอง การกระทำลักษณะนี้ทำให้รัฐบาลสหรัฐใช้มาตรการคว่ำบาตรโดยตรงโดยไม่นานมานี้ยังมีการอายัดทรัพย์สิน และสั่งห้ามเข้าสหรัฐต่ออเล็กซองเดร เดอ โมราเอส ผู้พิพากษาศาลฎีกาของบราซิล ที่รับหน้าที่สอบสวนโบลโซนารูในข้อหาความมั่นคงแห่งรัฐ

การตอบสนองต่อคดีกบฏของโบลโซนารู ถือเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน และการแทรกแซงของสหรัฐยิ่งทำให้เกิดความไม่ไว้วางใจกันในระดับสากล เดอ โมราเอส ได้ให้คำมั่นว่าจะไม่หวั่นเกรงต่ออำนาจใด ๆ และจะทำหน้าที่ต่อไปตามหลักนิติธรรมของประเทศ

  • สหรัฐเพิ่มภาษีนำเข้าจากบราซิลเป็น 50% ทำสถิติสูงสุดในโลก
  • ชาวบราซิลจัดม็อบแสดงความไม่พอใจทั่วประเทศ
  • รัฐบาลทรัมป์กล่าวอ้างถึงนโยบายการค้าที่ไม่เป็นธรรมและการลึกสอบสวนอดีตผู้นำบราซิล
  • ผู้พิพากษาชาวบราซิลถูกคว่ำบาตรจากสหรัฐ แต่ยืนยันปฏิบัติงานอย่างเข้มแข็ง

ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและบราซิลดูเหมือนจะยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งในแง่เศรษฐกิจและการเมือง หากไม่มีการคลี่คลายอย่างรอบคอบก่อนจะเกิดวิกฤตรุนแรง ตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่ในลาตินอเมริกาก็อาจเผชิญผลกระทบตามมาหลายระลอก

บทสรุปและบทบาทของประชาชน ความเคลื่อนไหวของผู้คนในบราซิลไม่ใช่แค่การแสดงจุดยืนทางการเมืองเท่านั้น แต่สะท้อนให้เห็นถึงความอ่อนไหวของระบอบประชาธิปไตยในยุคโลกาภิวัตน์ที่ถูกรบกวนด้วยผลประโยชน์ระหว่างประเทศ การตอบโต้จากชาวบราซิลต่อสหรัฐอาจไม่ใช่เพียงแค่ความไม่พอใจเรื่องภาษี แต่เป็นการเตือนให้โลกตื่นตัวต่อการใช้อำนาจที่อาจเกินขอบเขต

ทั้งนี้ เราทุกคนควรติดตามและเข้าใจการเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านการค้าและการเมืองระดับสากล เพื่อให้สามารถรับมือกับผลกระทบโดยตรงหรือทางอ้อมในชีวิตของเราได้อย่างทันท่วงที

ที่มา – ชาวบราซิลจัดม็อบต่อต้านสหรัฐ ประท้วงทรัมป์รีดภาษี 50%

Tags:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *