ชาวบ้านวัดบ้านเลนจมน้ำครึ่งเดือน
ชาวบ้านวัดบ้านเลนจมน้ำครึ่งเดือน กำลังเผชิญความเดือดร้อนอย่างหนัก หลังน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาไหลเข้าท่วมชุมชนวัดบ้านเลนสระกระจับ หมู่ 9 ตำบลบ้านโพ อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จนถนนภายในชุมชนไม่สามารถใช้สัญจรได้ตามปกติ หลายครอบครัวต้องย้ายออกมาอาศัยอยู่ที่ศาลาริมทาง ขณะที่ผู้ที่ยังอยู่ในบ้านต้องพายเรือเข้าออกเพื่อไปทำงานและใช้ชีวิตประจำวัน
สถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องประมาณ 2 สัปดาห์ โดยเริ่มตั้งแต่คืนวันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา แม้กรมชลประทานจะปรับลดการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาลงเหลือ 2,350 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่พื้นที่ท้ายเขื่อนยังได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง จังหวัดพระนครศรีอยุธยามีพื้นที่ประสบภัย 16 อำเภอ 205 ตำบล 1,361 หมู่บ้าน และ 68 ชุมชน รวมกว่า 61,365 ครัวเรือน
ชาวบ้านวัดบ้านเลนจมน้ำครึ่งเดือน ต้องใช้เรือเดินทาง
ชุมชนวัดบ้านเลนเป็นพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีบ้านเรือนอยู่มากกว่า 100 หลังคาเรือน เมื่อน้ำเพิ่มสูงขึ้น ถนนทางเข้าชุมชนจึงถูกน้ำท่วมจนรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไม่สามารถผ่านได้ ชาวบ้านต้องนำรถไปจอดไว้บริเวณริมถนนทางหลวงหมายเลข 3477 สายอยุธยา-บางปะอิน ก่อนใช้เรือเป็นพาหนะเดินทางกลับเข้าบ้าน
นายกิตติชัย ภาคทับศรี อายุ 41 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ เล่าว่า ชุมชนแห่งนี้เผชิญน้ำท่วมเป็นประจำทุกปี แต่ครั้งนี้ต้องย้ายออกมาอยู่ที่ศาลาริมถนนนานประมาณ 2 สัปดาห์แล้ว นอกจากดูแลความปลอดภัยของรถที่ชาวบ้านนำมาจอดไว้ เขายังต้องคอยติดตามระดับน้ำและช่วยเหลือคนในชุมชนเท่าที่ทำได้ เพราะหลายครอบครัวไม่มีพื้นที่จอดรถที่ปลอดภัย
ชีวิตประจำวันของชาวบ้านวัดบ้านเลนจมน้ำครึ่งเดือน
บ้านของนายกิตติชัยไม่มีเรือเป็นของตัวเอง หากต้องเข้าไปตรวจดูบ้านจึงต้องขอยืมเรือจากเพื่อนบ้าน ส่วนบ้านที่อยู่ในพื้นที่ต่ำบางหลังถูกน้ำท่วมถึงพื้นบ้านแล้ว ระดับน้ำในชุมชนสูงเกือบ 2 เมตร และเหลือระยะเพียงประมาณ 1 ศอกก็จะถึงพื้นชั้นสอง ชาวบ้านที่ยังพักอาศัยอยู่ในบ้านจึงต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะครอบครัวที่มีผู้สูงอายุและเด็กเล็ก
นางภัคมน อยู่พิภัฒน์ อายุ 43 ปี เปิดเผยว่า ระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วผิดจากทุกปี ปกติชาวบ้านจะมีเวลาขนย้ายสิ่งของและเตรียมตัวรับมือ แต่ครั้งนี้ช่วงเย็นยังสามารถขับรถเข้าออกได้ กระทั่งเวลาประมาณ 19.00-20.00 น. น้ำกลับสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนถนนถูกตัดขาด บางช่วงระดับน้ำเพิ่มขึ้นราว 50 เซนติเมตรภายในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง
ชาวบ้านเรียกสถานการณ์ระดับน้ำที่ผันผวนว่า “ลงคืบ ขึ้นศอก” หมายถึงเมื่อน้ำลดจะลดลงเพียงเล็กน้อย แต่เมื่อกลับขึ้นจะเพิ่มสูงขึ้นมาก ทำให้ทุกคนต้องเฝ้าระวังตลอดเวลา สิ่งของที่เคยยกขึ้นที่สูงแล้วอาจต้องย้ายซ้ำอีกครั้ง หากน้ำเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เครื่องใช้ไฟฟ้า เอกสารสำคัญ เสื้อผ้า และข้าวของจำเป็นจึงต้องถูกจัดเก็บไว้ในจุดที่ปลอดภัย
- ถนนภายในชุมชนถูกน้ำท่วม รถยนต์ไม่สามารถสัญจรได้
- ชาวบ้านบางส่วนต้องกินนอนที่ศาลาริมทางนานประมาณ 2 สัปดาห์
- ผู้ที่ยังอยู่ในบ้านต้องพายเรือไปทำงานและซื้อของใช้จำเป็น
- หลายครอบครัวต้องยกสิ่งของหนีน้ำมากกว่าหนึ่งครั้ง
- เด็กเล็กและผู้สูงอายุต้องมีผู้ดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ
ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเดินทางเท่านั้น ชาวบ้านจำนวนมากทำงานในโรงงานอุตสาหกรรม จึงต้องเผื่อเวลาเดินทางมากขึ้น หากเส้นทางหลักมีน้ำท่วมหรือระบายน้ำไม่ทัน ก็ต้องเปลี่ยนเส้นทางและเดินทางอ้อม บางคนต้องพายเรือออกจากบ้านก่อนต่อรถไปทำงาน ทำให้การใช้ชีวิตแต่ละวันเต็มไปด้วยความกังวลและความเหนื่อยล้า หากลืมสิ่งของจำเป็นก็ต้องเสียเวลาพายเรือกลับเข้าไปเอาอีกครั้ง
นางภัคมนยอมรับว่า ชาวบ้านเข้าใจว่าพื้นที่ริมแม่น้ำเป็นพื้นที่รับน้ำ และการระบายน้ำมีความจำเป็นต่อการป้องกันพื้นที่สำคัญ รวมถึงกรุงเทพมหานคร แต่ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบริหารจัดการน้ำอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน อย่างน้อยควรมีถนนบางเส้นทางที่ยังสามารถใช้เข้าออกชุมชนได้ เพื่อให้ผู้ป่วย คนทำงาน เด็กนักเรียน และเจ้าหน้าที่กู้ภัยเดินทางได้สะดวกขึ้น
ขณะเดียวกัน วัดในพื้นที่ก็ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเช่นกัน พระสงฆ์ต้องช่วยกันก่อกระสอบทรายเพื่อป้องกันน้ำไม่ให้ไหลเข้าพื้นที่สำคัญ ชาวบ้านบางรายต้องลางานเพื่อกลับมาช่วยครอบครัวย้ายของและหนุนสิ่งของให้สูงขึ้น ภาระดังกล่าวเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพราะน้ำยังมีระดับขึ้นลงไม่แน่นอน
เหตุการณ์ของชาวบ้านวัดบ้านเลนจมน้ำครึ่งเดือนสะท้อนให้เห็นว่า การแจ้งเตือนระดับน้ำและการบริหารจัดการพื้นที่รับน้ำต้องมีความรวดเร็วและสอดคล้องกับสภาพจริงของชุมชน นอกจากการช่วยเหลือเฉพาะหน้าแล้ว ควรมีแผนระยะยาว เช่น จุดจอดรถที่ปลอดภัย เส้นทางฉุกเฉิน เรือสำหรับสาธารณประโยชน์ และศูนย์พักพิงที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกเพียงพอ หากทุกฝ่ายร่วมกันวางแผนและรับฟังเสียงของคนในพื้นที่ ชุมชนจะสามารถรับมือกับน้ำท่วมได้อย่างปลอดภัยและลดความสูญเสียในอนาคต
ประชาชนที่ต้องการช่วยเหลือสามารถติดตามประกาศจากหน่วยงานท้องถิ่น และประสานทีมกู้ภัยหรือผู้นำชุมชนก่อนเดินทางเข้าพื้นที่น้ำท่วม ส่วนผู้ที่กำลังเผชิญปัญหา ควรเก็บเอกสารสำคัญ ยาประจำตัว โทรศัพท์ และอาหารแห้งไว้ในกระเป๋าพร้อมหยิบ เพื่อให้สามารถอพยพได้ทันทีเมื่อระดับน้ำเพิ่มขึ้น
ที่มา – ชาวบ้านวัดบ้านเลนฯ ทุกข์ระทมจมน้ำครึ่งเดือน กินนอนศาลาริมทาง-พายเรือทำงาน




