ซูเปอร์โพลชี้ประชาชนหนุน “อนุทิน”เดินหน้าฟื้นเศรษฐกิจ ปักหมุด 100 วันต้องเห็นผล
เมื่อวันที่ 7 กันยายน ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา ผู้ก่อตั้งสำนักวิจัยซูเปอร์โพล มูลนิธิสถาบันวิจัยความสุขชุมชน ได้เปิดเผยผลสำรวจเชิงวิชาการเกี่ยวกับ “ประสบการณ์จริงของผู้ประกอบการขนาดเล็ก รายย่อย ไม่เป็นทางการ และกิจการครัวเรือน” ภายใต้บริบทที่ อนุทิน ชาญวีรกูล เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยสำรวจกลุ่มตัวอย่างทั่วประเทศจำนวน 485 ราย ระหว่างวันที่ 6–7 กันยายนที่ผ่านมา
ซูเปอร์โพลชี้ประชาชนหนุน “อนุทิน”เดินหน้าฟื้นเศรษฐกิจ ปักหมุด 100 วันต้องเห็นผล
ผลสำรวจชี้ให้เห็นว่า ปัญหาหลักที่ผู้ประกอบการรายย่อยเผชิญในขณะนี้คือ “ขาดเงินทุนหมุนเวียน” (69.2%) รองลงมาคือ “หนี้สะสมสูง” (63.5%) และ “ยอดขายตก–ลูกค้าเงียบ” (58.8%) อีกทั้งภาระต้นทุนอย่างสาธารณูปโภคและพลังงานที่สูงถึง 56.9% นั้นเป็นอุปสรรคสำคัญ เช่นเดียวกับการเข้าถึงแหล่งทุนจากรัฐ (43.7%) และข้อจำกัดด้านระบบราชการ (48.1%)
ความคาดหวังต่อ “อนุทิน” นายกรัฐมนตรี
ในการสำรวจเกี่ยวกับการสนับสนุนต่อตำแหน่งนายกฯ ของ อนุทิน พบว่ามีประชาชน “สนับสนุนค่อนข้างมากถึงมากที่สุด” ถึง 65.8% ซึ่งบ่งบอกถึงความคาดหวังว่ารัฐบาลชุดใหม่จะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและวิกฤตการณ์ในพื้นที่ฐานรากได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผู้ตอบแบบสอบถามจำนวนมากมองว่าพรรคการเมืองเก่าที่เคยเลือกไม่สามารถผลักดันนโยบายที่ตอบโจทย์ได้จริง จึงเกิดความต้องการใน “พรรคที่ทำงานเร็ว เข้าถึงง่าย และแก้ปัญหาได้จริง” โดยพรรคราชสีมาที่ได้รับความไว้วางใจมากที่สุดคือพรรคภูมิใจไทย (38.9%) รองลงมาคือพรรคประชาชน (28.1%) และเพื่อไทย (19.3%)
นโยบายเร่งด่วนเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานราก
กลุ่มเปราะบางทางธุรกิจมีเสียงชัดเจนว่าพวกเขาต้องการนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในทันที โดยเฉพาะในสามประเด็นหลัก: “เสริมสภาพคล่อง”, “ลดต้นทุน”, และ “เพิ่มช่องทางการขาย”
- “คนละครึ่ง ร้านเล็ก–ร้านชุมชน” (79.3%)
- “กองทุนเครดิตย่อย ดอกเบี้ยต่ำ” (74.2%)
- “ท่องเที่ยวชุมชน–ยกระดับโฮมสเตย์” (70.6%)
โครงการเหล่านี้ไม่เพียงช่วยบริหารกระแสเงินทุนภายในระบบ แต่ยังสามารถเป็นพลวัตเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
100 วันแรก ต้องเห็นผลจริง
สำนักวิจัยซูเปอร์โพลสรุปว่า รัฐบาลใหม่ภายใต้การนำของ “อนุทิน” ต้องเร่งดำเนินการตามกรอบเวลาสั้นๆ โดยเฉพาะภายใน “100 วันแรก” เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน โดยมาตรการสำคัญควรมี เช่น กลไก One-Stop MSME ระดับอำเภอ, โครงการคนละครึ่ง, เส้นทางท่องเที่ยวชุมชน 365 และการลดต้นทุนพลังงานสำหรับธุรกิจรายย่อย
หากสามารถนำไปปฏิบัติจริงจนถึงผู้ประกอบการรายย่อยได้อย่างรวดเร็วและโปร่งใส จะเป็นการสร้าง “ความหวังใหม่” ให้กับเศรษฐกิจ และเป็นแนวทางให้โครงการระยะยาวภายหลังได้อย่างมั่นคง
การฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากไม่ใช่เพียงความหวังของผู้ประกอบการรายย่อย แต่เป็นเส้นทางสำคัญที่ประชาชนทั่วไปต้องการให้รัฐบาลเดินหน้าอย่างจริงจัง ด้วยความพร้อมทั้ง政策・การเงิน・การดำเนินงานจากรัฐ
ที่มา – ซูเปอร์โพลชี้ประชาชนหนุน “อนุทิน”เดินหน้าฟื้นเศรษฐกิจ ปักหมุด 100 วันต้องเห็นผล
