ดร.โจ ควงผู้สมัคร ส.ก. 50 เขต ปลุกคนกทม.เลือกส้มยกแผง
บรรยากาศการเมืองกรุงเทพมหานครกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง เมื่อ ดร.โจ หรือ นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร แคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. จากพรรคประชาชน เดินทางมาสมัครรับเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ โดยงานนี้เขาไม่ได้มาคนเดียว แต่ยังควงผู้สมัคร ส.ก. 50 เขต ปลุกคนกทม.เลือกส้มยกแผง เพื่อหวังผลักดันนโยบายให้เกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรมและรวดเร็วที่สุด
ดร.โจ ควงผู้สมัคร ส.ก. 50 เขต ปลุกคนกทม.เลือกส้มยกแผง
การเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคประชาชนเน้นย้ำเรื่องความพร้อมในการลงพื้นที่ โดยแคนดิเดตผู้ว่าฯ ได้แสดงวิสัยทัศน์ที่มุ่งเน้นการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ตั้งแต่ระดับเส้นเลือดฝอยไปจนถึงกระบวนการบริหารจัดการเมือง ดร.โจ ย้ำชัดเจนว่า หากพี่น้องประชาชนอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน การเลือกเพียงแค่ผู้ว่าฯ อาจไม่เพียงพอ แต่ต้องเลือก ส.ก. ของพรรคประชาชนเข้าไปทำงานด้วยเพื่อให้การนำนโยบายไปปฏิบัติทำได้ง่ายขึ้น
ทำไมต้องเลือกส้มยกแผง?
ดร.โจ ได้ให้เหตุผลว่า ดร.โจ ควงผู้สมัคร ส.ก. 50 เขต ปลุกคนกทม.เลือกส้มยกแผง เพราะความต้องการให้วาระการพัฒนาเมืองที่วางไว้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน หากเลือกผู้ว่าฯ จากพรรคหนึ่ง แต่เลือก ส.ก. จากอีกพรรค อาจเกิดอุปสรรคในการประสานงานและผลักดันวาระสำคัญของเขตนั้นๆ รวมถึงเรื่องการตรวจสอบการทุจริตที่พรรคมุ่งเน้นใช้เทคโนโลยี AI เข้ามาจัดการตั้งแต่ต้นน้ำ เพื่อปิดช่องโหว่ของการโกงงบประมาณ
- ระบบกรุงเทพฯ โปร่งใส ใช้ AI จับโกงงบประมาณ
- การจัดการปัญหาน้ำท่วมและลอกท่อผ่านการรุกงานระดับเขต
- การลดจำนวนป้ายหาเสียงเพื่อไม่ให้เป็นภาระต่อทัศนียภาพ
นอกจากเรื่องนโยบายแล้ว ทางพรรคยังแสดงความจริงใจด้วยการปรับกลยุทธ์การหาเสียง โดยลดจำนวนป้ายหาเสียงของผู้ว่าฯ ลง เพื่อไม่ให้บดบังทัศนียภาพและเป็นภาระต่อผู้ใช้รถใช้ถนนในช่วงฤดูฝน แต่เน้นการลงพื้นที่เคาะประตูบ้านและเดินเท้าแนะนำตัวให้เข้าถึงใจผู้สูงอายุและคนในชุมชนแทน
ในฐานะคนกรุงเทพฯ การตัดสินใจเลือกผู้นำและตัวแทนเขตในครั้งนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง คุณมองว่าแนวทางการเน้นเลือกพรรคเดียวทั้งผู้ว่าฯ และ ส.ก. จะเป็นคำตอบที่ใช่สำหรับการแก้ปัญหาเมืองหลวงที่ค้างคามานานหรือไม่? ลองร่วมกันพิจารณาเปรียบเทียบจากนโยบายและความตั้งใจของผู้สมัครแต่ละท่าน ก่อนเข้าคูหาเลือกตั้งในอนาคตอันใกล้นี้ครับ
ที่มา – ‘ดร.โจ-‘ ควงผู้สมัคร ส.ก. 50 เขต ปลุกคนกทม.เลือกส้มยกแผง
