ด่วน! ห้ามซื้อขายที่ดินอุทยานแห่งชาติทับลาน
สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้มีเรื่องสำคัญที่ต้องรีบมาแจ้งเตือนกันด่วนๆ เลยครับ เกี่ยวกับกระแสข่าวลือเรื่องการเพิกถอนพื้นที่ป่าทับลานที่กำลังเป็นประเด็นร้อนแรง จนทำให้เกิดการปั่นราคาและมีการประกาศซื้อขายที่ดินกันอย่างคึกคัก ล่าสุดทาง หัวหน้าอุทยานฯ ทับลาน ออกประกาศด่วนที่สุด! สยบข่าวลือเพิกถอนป่า สั่งห้ามซื้อ-ขาย-เปลี่ยนมือที่ดินพิพาทเด็ดขาด เพื่อยุติความเข้าใจผิดที่อาจส่งผลเสียต่อพี่น้องประชาชนในระยะยาวครับ
หัวหน้าอุทยานฯ ทับลาน ออกประกาศด่วนที่สุด! สยบข่าวลือเพิกถอนป่า สั่งห้ามซื้อ-ขาย-เปลี่ยนมือที่ดินพิพาทเด็ดขาด
เหตุการณ์เริ่มต้นจากมติที่ประชุมคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา ในเรื่องแนวทางการเพิกถอนพื้นที่บางส่วน ซึ่งกลายเป็นกระแสเข้าใจผิดว่าพื้นที่ดังกล่าวหลุดพ้นจากความเป็นอุทยานฯ ไปแล้ว ทำให้กลุ่มมิจฉาชีพหรือผู้ไม่หวังดีฉวยโอกาสปั่นข่าวเพื่อขายที่ดินในพื้นที่พิพาท นายประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ หัวหน้าอุทยานฯ ทับลาน จึงไม่อยู่เฉย รีบเซ็นประกาศเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้แก่ประชาชนโดยทั่วกันโดยทันทีครับ
รายละเอียดคำสั่งเด็ดขาดเรื่องที่ดินทับลาน
เพื่อให้ทุกคนเข้าใจตรงกัน พื้นที่ทับลานยังคงเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติและอยู่ภายใต้การดูแลของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ตามกฎหมาย พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 มติที่เกิดขึ้นยังไม่มีผลบังคับใช้เป็นกฎหมายแต่อย่างใด ดังนั้นการซื้อขายหรือเปลี่ยนมือผู้ครอบครองในตอนนี้จึงถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย โดยทางอุทยานฯ ได้ระบุข้อกำหนดชัดเจนดังนี้ครับ:
- ห้ามซื้อ-ขาย หรือโอนสิทธิโดยเด็ดขาด: พื้นที่ทุกตารางนิ้วในเขตอุทยานฯ ยังคงเป็นของรัฐ การซื้อขายไม่มีผลทางกฎหมายแถมยังมีความผิดฐานบุกรุกป่า
- อย่าหลงเชื่อคำโฆษณา: กรมอุทยานฯ เตือนอย่าหลงเชื่อผู้ที่มาแอบอ้างว่าโฉนดหรือสิทธิครอบครองสามารถเปลี่ยนมือได้ เพื่อป้องกันไม่ให้ทุกคนกลายเป็นเหยื่อของการฉ้อโกงและสูญเสียเงินทองไปฟรีๆ
- ดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด: หากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบการฝ่าฝืน ไม่ว่าจะเป็นผู้ซื้อหรือผู้ขาย จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุดทั้งทางอาญาและมาตรการทางปกครอง
ท้ายที่สุดนี้ ผมอยากฝากเตือนเพื่อนๆ ที่กำลังมองหาที่ดินทำกินหรือซื้อที่ดินในแถบพื้นที่อุทยานฯ ว่าอย่าเพิ่งใจร้อนหรือหลงเชื่อข่าวลือที่ไม่ได้ผ่านการยืนยันจากหน่วยงานรัฐ เพราะเงินที่เสียไปอาจกลายเป็นศูนย์และยังต้องรับโทษทางกฎหมายด้วยครับ หากไม่แน่ใจให้สอบถามข้อมูลโดยตรงจากสำนักงานอุทยานแห่งชาติทับลานจะดีที่สุดครับ