ตม.ประจวบฯ รวบหนุ่มอังกฤษอยู่เกินกำหนด
กรณี ตม.ประจวบฯ รวบหนุ่มอังกฤษอยู่เกินกำหนด กลายเป็นข่าวที่ได้รับความสนใจในพื้นที่หัวหิน หลังเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เข้าจับกุมชายชาวอังกฤษวัย 27 ปี ซึ่งอยู่ในประเทศไทยเกินระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตถึง 140 วัน โดยผู้ต้องหารับสารภาพว่าไม่อยากเดินทางกลับ เพราะรู้สึกติดใจเมืองไทย และพยายามใช้ภาพถ่ายหนังสือเดินทางของเพื่อนเพื่อปกปิดสถานะของตัวเอง
ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้นโยบายของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่มุ่งปราบปรามคนต่างด้าวกระทำผิดกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนปราบปราม ตม.จว.ประจวบคีรีขันธ์ ลงพื้นที่ติดตามเบาะแสและประสานความร่วมมือกับผู้ประกอบการในท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง จนนำไปสู่การตรวจสอบและจับกุมผู้ต้องหาได้ในพื้นที่ตำบลทับใต้ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ตม.ประจวบฯ รวบหนุ่มอังกฤษอยู่เกินกำหนด
เจ้าหน้าที่จับกุมนาย TEEJAY HUGGETT อายุ 27 ปี สัญชาติอังกฤษ ในข้อหา “เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” หรือ Overstay เบื้องต้นพบว่า ผู้ต้องหาเดินทางเข้าประเทศไทยด้วยสิทธิยกเว้นวีซ่า และได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรถึงวันที่ 16 มิถุนายน 2569 แต่เมื่อครบกำหนดแล้วยังไม่ได้เดินทางออกนอกประเทศ จึงมีระยะเวลาอยู่เกินกำหนดรวม 140 วัน
การตรวจสอบไม่ได้พิจารณาเพียงเอกสารที่ผู้ต้องหานำมาแสดงเท่านั้น เจ้าหน้าที่ใช้ระบบไบโอเมตริก หรือ Biometrics เพื่อยืนยันตัวบุคคล รวมถึงตรวจสอบตราประทับและข้อมูลการเดินทางในระบบสารสนเทศของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำให้สามารถตรวจพบความผิดปกติและยืนยันตัวตนของชายชาวอังกฤษได้อย่างชัดเจน
ตม.ประจวบฯ รวบหนุ่มอังกฤษอยู่เกินกำหนด หลังใช้ภาพพาสปอร์ตเพื่อน
จุดเริ่มต้นของคดีมาจากผู้ให้เช่ารถจักรยานยนต์ในพื้นที่หัวหิน ซึ่งสังเกตเห็นความผิดปกติเมื่อผู้ต้องหานำเพียงรูปถ่ายหน้าหนังสือเดินทางมาแสดงเพื่อขอเช่ารถ แทนที่จะนำหนังสือเดินทางฉบับจริงมาใช้ประกอบการทำรายการ เมื่อตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น พบว่าหนังสือเดินทางดังกล่าวเป็นของบุคคลที่เดินทางออกจากประเทศไทยไปแล้วเป็นเวลานาน
ผู้ประกอบการจึงแจ้งข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ทราบ จากนั้นชุดสืบสวนได้ประสานเครือข่ายร้านเช่ารถจักรยานยนต์และผู้ประกอบการในพื้นที่ เพื่อช่วยเฝ้าระวังและติดตามความเคลื่อนไหวของผู้ต้องสงสัย การทำงานร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่กับประชาชนช่วยให้การสืบสวนมีข้อมูลมากขึ้น และสามารถจำกัดพื้นที่ติดตามได้อย่างรวดเร็ว
ต่อมาชุดสืบสวนตรวจสอบข้อมูลจากระบบติดตามรถจักรยานยนต์คันล่าสุดที่ผู้ต้องหาเช่าไว้ ก่อนเดินทางไปตรวจสอบที่พักในอำเภอหัวหิน เมื่อพบตัวนาย TEEJAY เจ้าหน้าที่ขอตรวจสอบเอกสารและพบหนังสือเดินทางฉบับจริง จึงนำข้อมูลเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบตัวตนและประวัติการเดินทางอย่างละเอียด
พฤติการณ์ใช้พาสปอร์ตเพื่อนตบตาเจ้าหน้าที่
จากการสอบสวน ผู้ต้องหารับว่าอยู่ในประเทศไทยเกินกำหนดจริง พร้อมให้เหตุผลว่า “ติดใจเมืองไทยจนไม่อยากกลับ” อย่างไรก็ตาม การพำนักในประเทศต่อหลังสิ้นสุดระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตถือเป็นความผิดตามกฎหมายตรวจคนเข้าเมือง แม้ผู้กระทำจะมีเหตุผลส่วนตัวหรือมีความประสงค์จะท่องเที่ยวต่อก็ตาม
นอกจากนี้ ผู้ต้องหายังยอมรับว่าใช้ภาพถ่ายหน้าหนังสือเดินทางของเพื่อนที่เดินทางกลับประเทศไปแล้ว เพื่อใช้เช็กอินโรงแรมและเช่ารถจักรยานยนต์ โดยหวังปกปิดตัวตนและหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ การกระทำดังกล่าวทำให้เจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบข้อมูลหลายด้าน ทั้งเอกสารจริง ประวัติการเดินทาง ระบบไบโอเมตริก และข้อมูลจากผู้ประกอบการในพื้นที่
- ผู้ต้องหาเป็นชายชาวอังกฤษ อายุ 27 ปี
- ถูกจับกุมในพื้นที่ตำบลทับใต้ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
- กระทำความผิดฐานอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด หรือ Overstay
- อยู่เกินกำหนดรวม 140 วัน
- ใช้ภาพถ่ายหนังสือเดินทางของเพื่อนเพื่อเช่ารถและเช็กอินที่พัก
- เจ้าหน้าที่ตรวจสอบตัวตนด้วยระบบไบโอเมตริกและข้อมูลการเดินทาง
ความร่วมมือในพื้นที่ช่วยติดตามผู้กระทำผิด
ความสำเร็จของคดี ตม.ประจวบฯ รวบหนุ่มอังกฤษอยู่เกินกำหนด สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐกับประชาชน โดยเฉพาะผู้ประกอบการรถเช่า โรงแรม และธุรกิจบริการที่พบเห็นนักท่องเที่ยวหรือชาวต่างชาติเป็นประจำ หากพบเอกสารผิดปกติหรือพฤติกรรมที่น่าสงสัย การแจ้งข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบจะช่วยป้องกันปัญหาได้ตั้งแต่ต้น
เจ้าหน้าที่ระบุว่าการปฏิบัติงานเป็นไปตามแนวทาง SOP หรือ Standard Operating Procedure ด้านการสืบสวนของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งเน้นการสร้างเครือข่ายแหล่งข่าว การรวบรวมข้อมูลอย่างเป็นระบบ และการบูรณาการการทำงานกับหน่วยงานและประชาชนในพื้นที่ แนวทางดังกล่าวช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามผู้กระทำผิดได้แม่นยำขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยการตรวจค้นแบบสุ่มเพียงอย่างเดียว
สำหรับชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวหรือพำนักในประเทศไทย ควรตรวจสอบวันสิ้นสุดการอนุญาตให้อยู่ในประเทศอยู่เสมอ หากต้องการอยู่ต่อ ควรยื่นคำร้องขอต่ออายุหรือดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดก่อนถึงวันครบกำหนด การปล่อยให้สถานะหมดอายุอาจนำไปสู่ค่าปรับ การควบคุมตัว การผลักดันออกนอกประเทศ หรือผลกระทบต่อการเดินทางเข้าประเทศไทยในอนาคต
กรณีนี้จึงเป็นทั้งอุทาหรณ์สำหรับผู้ที่ต้องการอยู่ในประเทศไทยต่อ และเป็นตัวอย่างของการทำงานเชิงรุกที่อาศัยข้อมูลจากชุมชนมาช่วยสนับสนุนเจ้าหน้าที่ การชื่นชอบประเทศไทยเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่การพำนักต้องอยู่ภายใต้กฎหมายและเงื่อนไขที่กำหนด หากไม่แน่ใจเรื่องวีซ่าหรือระยะเวลาพำนัก ควรสอบถามสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองโดยตรงก่อนดำเนินการ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจกระทบต่ออนาคต
ข้อคิด: การตรวจสอบวันหมดอายุของวีซ่าหรือสิทธิพำนักเป็นเรื่องสำคัญสำหรับชาวต่างชาติทุกคน การวางแผนล่วงหน้าและปฏิบัติตามกฎหมาย ย่อมดีกว่าการพยายามหลบเลี่ยงด้วยเอกสารของผู้อื่น
ที่มา – ตม.ประจวบฯ รวบหนุ่มอังกฤษ Overstay สารภาพติดใจเมืองไทย ใช้พาสปอร์ตเพื่อนตบตา