ตร.แจ้งข้อหาเจ้าอาวาสวัดม่วงแจ้งความเท็จเกี่ยวกับเงิน-ทองหาย

กรณีที่น่าจับตามองของเจ้าอาวาสวัดม่วง ซึ่งถูกกล่าวหาว่าแจ้งความเท็จเกี่ยวกับทรัพย์สินหายภายในกุฎิของตนเอง ทำให้พนักงานสอบสวนเริ่มหันมาสืบสวนข้อเท็จจริง และพบพยานหลักฐานที่ขัดแย้งกับคำให้การที่แจ้งไว้ในตอนแรก

ตร.แจ้งข้อหาเจ้าอาวาสวัดม่วงแจ้งความเท็จเกี่ยวกับเงิน-ทองหาย

ภายหลังจากที่ พระราชวัชรพัฒนาทร เจ้าอาวาสวัดม่วง เพชรเกษม ได้แจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.เพชรเกษม ว่ามีผู้ไม่ประสงค์ดีบุกเข้าไปลักทรัพย์ภายในกุฎิ โดยอ้างว่าสูญหายทั้งเงินสดและทองคำมูลค่ากว่า 22 ล้านบาท รวมทั้งหมดเป็นเงินสดประมาณ 10 ล้านบาท และทองคำแท่งหนัก 250 บาท มูลค่ากว่า 12 ล้านบาท

ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม พนักงานสอบสวน สน.เพชรเกษม ได้ดำเนินคดีกับ เจ้าอาวาสวัดม่วง ในข้อหา “ร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจหรือผู้มีอำนาจสอบสวน” ซึ่งเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177 และ 189 วงการได้ระบุว่า ความผิดนี้มีโทษสูงสุดถึงจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 14,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

หลักฐานสับสน เจ้าอาวาสปกปิดความจริง

รายงานเผยว่าหลังจากได้รับแจ้งเหตุ พนักงานสอบสวนได้เข้าตรวจพื้นที่จุดเกิดเหตุพร้อมกับฝ่ายกองพิสูจน์หลักฐาน และเก็บรูปภาพและวีดีโอประกอบการสืบสวน ปรากฏว่าเหตุการณ์ไม่ได้เกิดขึ้นตามที่แจ้งไว้ และการให้การของ เจ้าอาวาสวัดม่วง มีลักษณะไม่สอดคล้องกับพยานหลักฐาน

หนึ่งในหลักฐานสำคัญที่ได้เปิดเผยออกมา คือ เจ้าอาวาสและนายศักดา ไวยาวัจกร ได้นำทองคำหนัก 170 บาทไปขายให้บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง คอมโมดิทัช จำกัด ที่เยาวราช ซึ่งตรงกับวันที่ 18 เมษายน 2568 โดยมีการถ่ายรูปและวีดิโอการแบ่งเงินจำนวนกว่า 5.2 ล้านบาทไปส่งให้เจ้าอาวาส ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่ตรงกับคำให้การที่ว่าทองคำหายไปอย่างที่แจ้งไว้

อีกประเด็นที่น่าสนใจ คือ เจ้าอาวาสวัดม่วงเคยกล่าวว่าทรัพย์สินทั้งหมดเก็บไว้กันข้างในกุฎิ ซึ่งห้องนั้นมีกล้องวงจรปิดติดตั้งไว้อย่างครบถ้วน แต่กลับมีข่าวว่าเจ้าอาวาสกลับนำมาปิดหน้ากล้องด้วยวัสดุอื่น อันเป็นพฤติกรรมที่ไม่สอดคล้องกับธรรมเนียมความสมควรของผู้มีพระที่มีหน้าที่ปฏิบัติธรรม

พระนิทัศน์ประเสริฐขอให้ดำเนินคดีกับเจ้าอาวาส

ที่น่าจับตามอง พระนิทัศน์ ประเสริฐ ได้เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจและยอมรับว่าอยากให้ดำเนินคดีกับเจ้าอาวาสและไวยาวัจกร เนื่องจากมีการแจ้งความเท็จและมีพฤติกรรมผิดวินัย และที่สำคัญอาจทำให้เกิดคดีติดตามข้อเท็จจริงและมีผลเสียแก่ความเชื่อของประชาชนต่อสถาบันศาสนา

ขณะนี้เจ้าหน้าที่สอบสวนยังอยู่ในขั้นตอนการรวบรวมหลักฐานอย่างละเอียด เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านทั้งจากการถ่ายภาพ วีดิโอ การ์ดรายงานจากกล้องวงจรปิด และการฉีกลายลายนิ้วมือ ถือเป็นคดีที่น่าจับตาและอาจมีผลกระทบอย่างมากต่อภาพลักษณ์ของสถาบันพระพุทธศาสนา

จากเหตุการณ์ดังกล่าว เป็นอีกหนึ่งกรณีที่เตือนใจผู้ที่อยู่ในตำแหน่งผู้นำว่า การใช้ความเชื่อถือของประชาชนเพื่อกระทำสิ่งที่ผิดจรรยาบรรณอาจนำมาซึ่งความเสื่อมเสียอย่างมหันต์ และสิ่งสำคัญนั่นคือเรื่องความจริง ที่แม้จะกลบไว้ในคืนวันใด แต่ก็จะเผยแผ่ได้ในวันหนึ่ง

หากคุณอยู่ใกล้วัดม่วง หรือมีความรู้เห็นพยานหลักฐานเพิ่มเติม อย่าลังเลที่จะให้ข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่สอบสวน เพื่อความยุติธรรมของสาธารณะชนและระบบกฎหมายของเรา

ที่มา – ตร.เอาผิด “เจ้าอาวาสวัดม่วง” แจ้งความเท็จ อ้างเงินสด-ทองคำ 22 ล้านถูกขโมย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *