ต้นตาลดาบวิชัยตายเกลี้ยง! ขุดปลูกใหม่ไม่รอด

เหตุการณ์ต้นตาลดาบวิชัยตายเกลี้ยงกลายเป็นประเด็นร้อนที่สร้างความสะเทือนใจให้กับชาวศรีสะเกษและนักอนุรักษ์ทั่วประเทศ เมื่อต้นตาลอันเป็นเอกลักษณ์ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดดาบวิชัยเคยมุ่งมั่นปลูกเพื่อสร้างพื้นที่สีเขียว หนีความแห้งแล้ง กลับต้องถูกตัดโค่นทั้งหมดกว่า 20 ต้น หลังจากที่เคยขุดย้ายไปปลูกใหม่แต่ไม่รอดสักต้นเดียว สร้างความวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางถึงการจัดการที่ผิดพลาดและปัญหาการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่กระทบสิ่งแวดล้อม

ต้นตาลดาบวิชัยตายเกลี้ยง สาเหตุจากอะไร

เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2567 เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงชนบทได้นำรถเครนและเลื่อยยนต์เข้าพื้นที่ เพื่อตัดโค่นต้นตาลที่แห้งเหี่ยวและยืนต้นตายอีกกว่า 20 ต้น จากทั้งหมด 47 ต้นที่เคยถูกตัดลงก่อนหน้านี้ ต้นตาเหล่านี้ล้มลงกองกับพื้นทั้งหมด หลังจากที่แขวงทางหลวงชนบทเคยพยายามจับต้นตาลเหล่านี้ตั้งปลูกริมทางใหม่ แต่สุดท้ายก็ไปไม่รอดสักต้น เนื่องจากรากที่ถูกขุดอาจเสียหายหนัก ต้นไม้ปรับตัวไม่ได้กับสภาพใหม่ สภาพอากาศร้อนแล้ง และการดูแลที่อาจไม่เพียงพอ

ต้นตาลดาบวิชัยเหล่านี้ไม่ใช่แค่ต้นไม้ธรรมดา แต่เป็นสัญลักษณ์ของความมุ่งมั่นจาก ‘ดาบวิชัย’ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษในอดีต ที่ปลูกเรียงรายริมถนนทางหลวงหมายเลข 3013 สายปรางค์กู่-ห้วยทับทัน บ้านพิมาย ตำบลพิมายเหนือ อำเภอปรางค์กู่ เพื่อสร้างพื้นที่สีเขียวให้กับพื้นที่แห้งแล้ง สร้างความร่มรื่นและเอกลักษณ์ให้กับท้องถิ่น แต่กลับถูกทำลายในพริบตาเพราะโครงการขยายไหล่ทาง

ประวัติและความสำคัญของต้นตาลดาบวิชัย

ต้นตาลดาบวิชัยถูกปลูกขึ้นในสมัยที่ดาบวิชัยดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด โดยมุ่งเน้นการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมในภาคอีสานตอนล่างที่เผชิญปัญหาภัยแล้งรุนแรง ต้นตาลเหล่านี้เติบโตแข็งแรง ให้ร่มเงา ช่วยลดความร้อน และเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่ผ่านไปมา แต่เมื่อโครงการขยายถนนระยะ 1.2 กิโลเมตร งบ 28 ล้านบาทเข้ามา ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป

ดราม่าโครงการถนนและการบุกรุกพื้นที่

ประเด็นใหญ่ที่จุดชนวนคือการที่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งนำเครื่องจักรและคนงานเข้าพื้นที่ก่อสร้าง โดยยังไม่ได้ทำสัญญาหรือส่งมอบพื้นที่จากหน่วยงานรัฐ สร้างความไม่ชอบมาพากล จนนักอนุรักษ์ทั้งในและนอกพื้นที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์หนัก นำไปสู่การแจ้งความดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด โครงการนี้มีปัญหาหลายประการ ดังนี้

  • บริษัทเอกชนเข้าพื้นที่ก่อนกำหนด โดยไม่รอสัญญาและการส่งมอบ
  • ตัดโค่นต้นตาลโดยไม่ได้รับอนุญาตชัดเจน
  • การย้ายปลูกต้นไม้ล้มเหลว ส่งผลให้ต้นตาลดาบวิชัยตายเกลี้ยง
  • กระทบเอกลักษณ์พื้นที่และสิ่งแวดล้อม โดยไม่มีการชดเชยที่เหมาะสม

แขวงทางหลวงชนบทหลังทราบเรื่อง ได้ลงบันทึกประจำวันว่ามีการตัดต้นไม้ แต่ยังไม่ร้องทุกข์กล่าวหาใคร หากมีผู้เสียหายมาแจ้งคดี ก็จะดำเนินการตามกฎหมาย

การตรวจสอบข้อเท็จจริงจากตำรวจ

พ.ต.อ.ขวัญเมือง โกสุมา ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรปรางค์กู่ เปิดเผยว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนจากตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ ไม่ใช่การร้องทุกข์ แต่เป็นการกล่าวหาว่ามีการกระทำผิด เจ้าหน้าที่ได้มอบหมายรองผู้กำกับสอบสวนเชิญผู้ร้องมาสอบปากคำ แต่ผู้ร้องขอเลื่อน และจะเชิญเจ้าของพื้นที่คือทางหลวงชนบทมาสอบ หากตัดโดยชอบกฎหมายก็ไม่มีปัญหา แต่หากผิดก็ดำเนินคดี

สำหรับคดีอาญา จะรวบรวมพยานหลักฐาน หากเป็นเรื่องทุจริตหรือละเว้นหน้าที่ จะส่งให้ ป.ป.ช. ตำรวจยืนยันดำเนินการตรงไปตรงมา ไม่เอนเอียง

เหตุการณ์ต้นตาลดาบวิชัยตายเกลี้ยงนี้เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมควบคู่กัน ในยุคที่โลกร้อนขึ้นทุกวัน การตัดโค่นต้นไม้โดยไม่มีการวางแผนอนุรักษ์ที่ดีอาจนำไปสู่ความสูญเสียที่แก้ไขไม่ได้ ชาวศรีสะเกษและนักอนุรักษ์เรียกร้องให้มีการปลูกทดแทนอย่างจริงจังและโปร่งใส

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์นี้สะท้อนปัญหาการบริหารจัดการโครงการรัฐที่ขาดการมีส่วนร่วมจากชุมชน หากมีการปรึกษาหารือล่วงหน้าและใช้วิธีย้ายต้นไม้ที่ถูกหลักวิทยาศาสตร์ ก็น่าจะช่วยรักษาเอกลักษณ์พื้นที่ได้ คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความเพื่อสร้างกระแสอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมกันต่อไป

ที่มา – สรุปแล้วตายเกลี้ยง! ‘ต้นตาลดาบวิชัย’ ขุดมาตั้งปลูกใหม่กว่า 20 แต่ไปไม่รอดสักต้น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *