ทรัมป์ขู่ระงับการค้ากับชาติที่สหรัฐขาดดุล หากเฟดยังไม่ยอมลดดอกเบี้ย

ทรัมป์ขู่ระงับการค้ากับชาติที่สหรัฐขาดดุล หากเฟดยังไม่ยอมลดดอกเบี้ย

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงเศรษฐกิจโลกอีกครั้ง เมื่ออดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาแสดงจุดยืนที่แข็งกร้าวต่อธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) โดยมีเนื้อหาสำคัญคือการขู่ว่าจะระงับการค้าหรือเรียกเก็บภาษีกับประเทศที่สหรัฐเสียเปรียบดุลการค้า หากเฟดไม่ยอมปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงมาให้สอดคล้องกับความต้องการของเขา

สถานการณ์นี้เริ่มขึ้นหลังจากมีการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรที่แข็งแกร่งเกินคาด ซึ่งตลาดมองว่าอาจเป็นปัจจัยหนุนให้เฟดเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย แต่ในมุมมองของทรัมป์นั้นกลับมองต่างออกไป โดยเขายืนยันว่าการที่ทรัมป์ขู่ระงับการค้ากับชาติที่สหรัฐขาดดุล หากเฟดยังไม่ยอมลดดอกเบี้ยนั้น เป็นเครื่องมือที่จำเป็นเพื่อให้เศรษฐกิจสหรัฐยังคงมีความได้เปรียบในการแข่งขันระดับโลก

มุมมองต่อเฟดและการดำเนินนโยบายดอกเบี้ย

ทรัมป์ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์คณะกรรมการเฟดอย่างตรงไปตรงมาว่าควรจะต้องมีความฉลาดมากขึ้นในการบริหารจัดการอัตราดอกเบี้ย โดยเขาเสนอว่าระดับดอกเบี้ยที่เหมาะสมสำหรับสหรัฐในขณะนี้ควรอยู่ที่ประมาณ 1% หรือต่ำกว่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้สหรัฐต้องเสียเปรียบทางการค้าอย่างไม่เป็นธรรมให้กับประเทศอย่างสวิตเซอร์แลนด์ เม็กซิโก และกลุ่มสหภาพยุโรป

นอกจากนี้ ประเด็นที่น่าสนใจคือการที่ทรัมป์ขู่ระงับการค้ากับชาติที่สหรัฐขาดดุล หากเฟดยังไม่ยอมลดดอกเบี้ย กลายเป็นแรงกดดันที่ทำให้ตลาดหุ้นเกิดความผันผวน เพราะในทางทฤษฎีแล้ว ตัวเลขการจ้างงานที่แข็งแกร่งควรจะเป็นสัญญาณที่ดีของตลาดหุ้น แต่เมื่อเกิดความไม่ชัดเจนเรื่องนโยบายดอกเบี้ย จึงส่งผลให้นักลงทุนเกิดความกังวล

  • เฟดถูกกดดันให้ลดดอกเบี้ยเหลือ 1% หรือต่ำกว่านั้น
  • การขู่ใช้มาตรการภาษีกับประเทศคู่ค้าที่ได้เปรียบดุลการค้า
  • ผลกระทบต่อตลาดหุ้นและพันธบัตรสหรัฐจากความไม่แน่นอนของนโยบาย

ในฝั่งของทำเนียบขาว ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจได้ออกมาระบุว่า แม้รัฐบาลจะยังคงเคารพความเป็นอิสระของเฟด แต่ตัวเลขการจ้างงานในปัจจุบันถือเป็นเหตุผลสนับสนุนชั้นดีที่เฟดควรคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับเดิมแทนที่จะปรับขึ้นตามที่ตลาดคาดการณ์กันไว้

โดยสรุปแล้ว การที่ทรัมป์ขู่ระงับการค้ากับชาติที่สหรัฐขาดดุล หากเฟดยังไม่ยอมลดดอกเบี้ย เป็นเครื่องสะท้อนให้เห็นว่านโยบายการเงินและนโยบายการค้าของสหรัฐนั้นมีความสัมพันธ์กันอย่างแนบแน่น และความต้องการของภาคการเมืองที่ต้องการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยต้นทุนที่ต่ำ มักจะสวนทางกับมุมมองของธนาคารกลางที่เน้นการคุมเงินเฟ้ออยู่เสมอ นักลงทุนควรจับตาดูท่าทีของเฟดในการประชุมรอบถัดไปอย่างใกล้ชิด เพราะไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร ก็ย่อมส่งผลกระทบต่อทิศทางเศรษฐกิจโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ที่มา – ทรัมป์ขู่ระงับการค้ากับชาติที่สหรัฐขาดดุล หากเฟดยังไม่ยอมลดดอกเบี้ย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *