“ทรัมป์” เล็งยกเลิกคว่ำบาตร 5 โรงกลั่นจีน หลังพบหารือกับ “สี จิ้นผิง”
ในสถานการณ์การเมืองและเศรษฐกิจโลกที่ตึงเครียดระหว่างสหรัฐและจีน ล่าสุดมีข่าวสำคัญที่ทุกคนจับตา นั่นคือ “ทรัมป์” เล็งยกเลิกคว่ำบาตร 5 โรงกลั่นจีน หลังพบหารือกับ “สี จิ้นผิง” ซึ่งเกิดขึ้นหลังการประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำทั้งสองฝ่าย ข่าวนี้ไม่เพียงส่งผลต่อตลาดน้ำมัน แต่ยังสะท้อนถึงการเจรจาที่อาจคลายความขัดแย้งในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย
“ทรัมป์” เล็งยกเลิกคว่ำบาตร 5 โรงกลั่นจีน หลังพบหารือกับ “สี จิ้นผิง”
รายงานจากสำนักข่าวต่างประเทศเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม จากกรุงปักกิ่ง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ให้สัมภาษณ์ระหว่างเดินทางกลับสหรัฐบนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซ วัน โดยระบุว่าการหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้พูดถึงมาตรการคว่ำบาตรโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ 5 แห่งของจีน ซึ่งถูกสหรัฐลงโทษฐานซื้อน้ำมันจากอิหร่าน ทรัมป์ยืนยันว่ากำลังพิจารณายกเลิกมาตรการนี้ และจะตัดสินใจในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
การตัดสินใจนี้อาจเป็นสัญญาณบวกในการเจรจาการค้าระหว่างสองมหาอำนาจ โดยเฉพาะในประเด็นพลังงานที่อ่อนไหว โรงกลั่นเหล่านี้ถูกคว่ำบาตรเพราะละเมิดมาตรการของสหรัฐต่ออิหร่าน แต่ด้วยการเจรจาระหว่างทรัมป์และสี จิ้นผิง ดูเหมือนจะมีช่องทางคลายล็อก
รายชื่อ 5 โรงกลั่นจีนที่ถูกคว่ำบาตร
- เหิงลี่ ปิโตรเคมิคอล
- ซานตง จินเฉิง ปิโตรเคมิคอล
- เหอเป่ย์ ซินไห่ เคมิคอล
- โซ่วกวง ลู่ชิง ปิโตรเคมิคอล
- ซานตง เซิ่งซิง เคมิคอล
โรงกลั่นทั้ง 5 แห่งนี้เป็นผู้เล่นสำคัญในอุตสาหกรรมน้ำมันของจีน ซึ่งพึ่งพาน้ำมันดิบจากอิหร่านเป็นหลัก อิหร่านเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ ส่งออกเฉลี่ย 1.69 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 2568 โดยกว่า 90% ไหลไปยังจีน ทำให้จีนกลายเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สุด
ประเด็นช่องแคบฮอร์มุซและน้ำมันอ่าวเปอร์เซีย
ระหว่างการให้สัมภาษณ์ ผู้สื่อข่าวถามทรัมป์ว่าสี จิ้นผิงรับปากกดดันอิหร่านให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซหรือไม่ ทรัมป์ตอบอย่างชาญฉลาดว่า “ผมไม่ได้ขอร้องให้ใครช่วยอะไร เพราะเมื่อคุณขอให้คนอื่นช่วย คุณก็ต้องตอบแทนสิ่งนั้นกลับไปเช่นกัน” แต่เขามั่นใจว่าจีนเองก็ต้องการช่องแคบนี้เปิด เพราะนำเข้าน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียในสัดส่วนสูง ในขณะที่สหรัฐไม่พึ่งพาน้ำมันจากที่นั่นเลย
ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก คิดเป็น 20% ของการค้าขายน้ำมันทั่วโลก หากปิดกั้นจะส่งผลกระทบหนักต่อเศรษฐกิจจีนและประเทศนำเข้าน้ำมันอื่นๆ การที่ทรัมป์เล็งยกเลิกคว่ำบาตรจึงอาจเป็นส่วนหนึ่งของดีลใหญ่ที่ช่วยคลายความตึงเครียด
จากมุมมองเศรษฐกิจ การยกเลิกคว่ำบาตรจะช่วยให้โรงกลั่นจีนกลับมาดำเนินงานเต็มประสิทธิภาพ ลดต้นทุนน้ำมันและส่งผลดีต่อราคาน้ำมันโลก นอกจากนี้ ยังแสดงให้เห็นว่าทรัมป์ใช้การทูตแบบ ‘ดีลเมกเกอร์’ เพื่อแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ ขณะที่จีนอาจต้องปรับพฤติกรรมในการนำเข้าน้ำมันจากอิหร่าน
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าการตัดสินใจนี้ยังไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับท่าทีของอิหร่านและสถานการณ์ในตะวันออกกลาง หากทรัมป์ยกเลิกจริง จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในสงครามการค้าสหรัฐ-จีน
ในฐานะนักวิเคราะห์ สถานการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่าการเมืองโลกเชื่อมโยงกับพลังงานอย่างแยกไม่ออก การติดตามพัฒนาการจะช่วยให้เราเข้าใจทิศทางเศรษฐกิจได้ดีขึ้น คุณคิดอย่างไรกับข่าวนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และกดแชร์เพื่อติดตามข่าวสารล่าสุด!
ที่มา – “ทรัมป์” เล็งยกเลิกคว่ำบาตร 5 โรงกลั่นจีน หลังพบหารือกับ “สี จิ้นผิง”