ทลายเครือข่ายนอมินีชุมพร ยึดที่ดิน 57 ล้าน
ทลายเครือข่ายนอมินีชุมพร กลายเป็นคดีที่ได้รับความสนใจ หลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร ร่วมกันสืบสวนขยายผลกรณีหญิงรายหนึ่งใช้สถานะบุคคลไทยโดยมิชอบ ก่อนเข้าไปเกี่ยวข้องกับการจัดตั้งบริษัทและถือครองอสังหาริมทรัพย์หลายรายการในพื้นที่อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร
คดีนี้เริ่มต้นจากการตรวจสอบข้อมูลทะเบียนราษฎรของ น.ส.สุพร แซ่ตั้ง ซึ่งพบความผิดปกติในกระบวนการแจ้งเกิดและการย้ายทะเบียนบ้าน โดยมีข้อมูลว่าเจ้าตัวเดินทางไปทำบัตรประชาชนในหลายพื้นที่ รวมทั้งหมด 9 ครั้ง ตั้งแต่จังหวัดยโสธรจนถึงจังหวัดชุมพร เจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบเอกสารและสถานะบุคคลอย่างละเอียด ก่อนพบเหตุอันควรสงสัยว่าอาจมีการแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน
ทลายเครือข่ายนอมินีชุมพร ตรวจพบที่ดิน 7 แปลง
จากการสืบสวน เจ้าหน้าที่พบว่า น.ส.สุพร ใช้สถานะคนไทยที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบไปจดทะเบียนจัดตั้ง บริษัท ไทยซินกอนอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด โดยบริษัทดังกล่าวถูกใช้เป็นฉากบังหน้าในการถือครองอสังหาริมทรัพย์และที่ดินจำนวน 7 แปลง รวมมูลค่ากว่า 57 ล้านบาท หนึ่งในทรัพย์สินถูกใช้เป็นสถานที่ตั้งโรงคัดบรรจุทุเรียน หรือที่คนในพื้นที่เรียกว่า “ล้ง” และมีการปล่อยให้บุคคลอื่นเช่าประกอบกิจการ
การถือครองที่ดินผ่านนิติบุคคลทำให้เจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบทั้งเส้นทางการเงิน ผู้มีอำนาจลงนาม และความเชื่อมโยงของบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อดูว่ามีการใช้คนไทยหรือนิติบุคคลไทยเป็นตัวแทนอำพรางการประกอบธุรกิจของบุคคลต่างด้าวหรือไม่ ประเด็นดังกล่าวเป็นเรื่องที่กฎหมายให้ความสำคัญ เพราะการใช้โครงสร้างนอมินีอาจกระทบต่อการแข่งขันทางธุรกิจและการถือครองทรัพย์สินตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
ทลายเครือข่ายนอมินีชุมพร จับผู้ต้องหาและแจ้งหลายข้อหา
หลังมีคำสั่งจำหน่ายรายการทะเบียนราษฎร ทำให้สถานะทางกฎหมายของ น.ส.สุพร เปลี่ยนเป็นบุคคลต่างด้าวที่อยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต เจ้าหน้าที่จึงเข้าจับกุมเมื่อช่วงเช้าวันที่ 29 ตุลาคม 2569 ที่บ้านพักในตำบลวังตะกอ อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาหลายรายการ โดยคดีจะต้องเข้าสู่กระบวนการสอบสวนและพิจารณาตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
ข้อกล่าวหาที่เจ้าหน้าที่ระบุในเบื้องต้นครอบคลุมการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน การแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ การทำให้มีชื่อในทะเบียนบ้านโดยมิชอบ และการยื่นคำขอมีบัตรประชาชนโดยไม่ได้มีสัญชาติไทย นอกจากนี้ยังมีข้อกล่าวหาตามประมวลกฎหมายที่ดิน และข้อหาตามกฎหมายคนเข้าเมือง กรณีเป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต
- ทรัพย์สินที่ตรวจสอบ: ที่ดินและอสังหาริมทรัพย์รวม 7 แปลง
- มูลค่าทรัพย์สิน: มากกว่า 57 ล้านบาท
- พื้นที่เกิดเหตุ: อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร
- ประเด็นสำคัญ: การใช้สถานะบุคคลและนิติบุคคลเพื่อถือครองทรัพย์สิน
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องทั้งหมดไว้ตรวจสอบ พร้อมเร่งตรวจเส้นทางการเงินอย่างละเอียด การดำเนินการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อค้นหาความเชื่อมโยงระหว่างบุคคล บริษัท และทรัพย์สิน รวมทั้งตรวจสอบว่ามีผู้สนับสนุนหรือผู้ร่วมขบวนการรายอื่นเพิ่มเติมหรือไม่
นอกจากการจับกุมผู้ต้องหารายแรกแล้ว เจ้าหน้าที่ยังนำหมายค้นศาลจังหวัดหลังสวนเข้าตรวจค้นบ้านอีกแห่งในตำบลวังตะกอ แม้ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายเพิ่มเติม แต่พบผู้เกี่ยวข้องอีก 2 ราย ได้แก่ นางสาวสมพร ใจดี ซึ่งเป็นบุคคลไม่มีสัญชาติไทย และนายหลี่ ซิน เฮ่า หรือ LIXINHAO สัญชาติจีน ในฐานะกรรมการนิติบุคคล
บุคคลทั้งสองถูกแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จ และข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวประกอบธุรกิจในกิจการที่คนไทยยังไม่มีความพร้อมที่จะแข่งขัน ทั้งหมดถูกควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.หลังสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
คดีนอมินีสะท้อนความสำคัญของการตรวจสอบธุรกิจ
กรณีนี้สะท้อนให้เห็นว่า การจัดตั้งบริษัทหรือการถือครองทรัพย์สินโดยใช้ชื่อบุคคลอื่นอาจนำไปสู่การตรวจสอบจากหลายหน่วยงาน โดยเฉพาะเมื่อพบความผิดปกติด้านทะเบียนราษฎร สัญชาติ การลงทุน และเส้นทางการเงิน ผู้ประกอบการจึงควรศึกษากฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างรอบคอบ เก็บเอกสารการลงทุนให้ครบถ้วน และดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส
สำหรับประชาชนทั่วไป หากพบการใช้ชื่อบุคคลเพื่อถือครองที่ดินหรือจัดตั้งกิจการแทนคนต่างด้าว ควรหลีกเลี่ยงการเข้าไปมีส่วนร่วมโดยไม่เข้าใจกฎหมาย เพราะอาจมีความผิดร่วมได้ คดี ทลายเครือข่ายนอมินีชุมพร ยังอยู่ในขั้นตอนการดำเนินคดี ผู้ต้องหาทั้งหมดจะได้รับสิทธิตามกฎหมาย และต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงต่อพนักงานสอบสวนและศาลต่อไป ติดตามความคืบหน้าจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและใช้ข้อมูลอย่างรอบคอบก่อนตัดสินบุคคลใด
ที่มา – ทลายเครือข่ายนอมินีชุมพร รวบหญิงสวมบัตรประชาชนปลอมฮุบที่ดิน 57 ล้าน จับซีอีโอจีนพร้อมพวก


