ท่าเดินผิดปกติ สัญญาณเตือนว่าคุณอาจป่วยเป็นโรคที่ร้ายแรง
ท่าเดินผิดปกติ สัญญาณเตือนโรคร้ายที่ไม่ควรมองข้าม
การเดินเป็นกิจวัตรที่หลายคนทำทุกวันโดยไม่ให้ความสำคัญมากนัก แต่หารู้ไม่ว่า ท่าเดินผิดปกติ อาจเป็นสัญญาณแรกๆ ที่บ่งบอกถึงโรคร้าย โดยเฉพาะเมื่อเรารู้สึกว่าท่าทางหรือลักษณะการเดินของเราเปลี่ยนแปลกไปจากเดิม
นายแพทย์หง เติ้งพาน หัวหน้าแผนกประสาทวิทยา โรงพยาบาลประสาทการแพทย์แผนจีนซีอาน กล่าวว่า ท่าเดินผิดปกติ หรือความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นโดยทันที อาจบ่งชี้ถึงปัญหาสุขภาพที่ควรได้รับการตรวจเช็กโดยเร็ว โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ ที่ลักษณะการเดินสามารถบอกถึงการอุดตันของหลอดเลือด หรือความผิดปกติของระบบประสาท
สัญญาณเตือนจากท่าเดินที่ผิดปกติ
ในผู้สูงอายุ การเดินที่ผิดแปลกไป เช่น เดินเซ เดินช้า ก้าวเท้าไม่เท่ากัน หรือลากเท้า ล้วนเป็น ท่าเดินผิดปกติ ที่อาจสื่อถึงโรคที่เกี่ยวข้องกับประสาท หรือสมอง เช่น ภาวะหลอดเลือดอุดตัน โรคพาร์กินสัน หรือแม้แต่ภาวะหลอดเลือดสมอง
- ลากเท้าขณะเดิน: อาจเป็นสัญญาณของภาวะโพรงสมองคั่งน้ำความดันปกติ
- ตัวโน้มไปข้างหน้า แขนไม่แกว่ง: ควรสงสัยว่าอาจเป็นโรคพาร์กินสัน
- ก้าวเท้าไขว้กันคล้ายกรรไกร: เสี่ยงต่อภาวะกล้ามเนื้อขาตึงตัวหรือเกี่ยวข้องกับอาการหลอดเลือดสมอง
- เดินโยกตัวซ้ายขวา: อาจจะมาจากโรคกล้ามเนื้อเสื่อมหรือสมองส่วนน้อยได้รับผลกระทบ
ทำไมต้องใส่ใจกับท่าเดิน
ในวัยชรา เราทุกคนอาจพบกับลักษณะการเดินที่เปลี่ยนไปตามอายุ อย่างไรก็ตาม หากการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างกระทันหัน หรือมีอาการร่วมกับระบบประสาท เช่น มึนงง เวียนหัว เป็นอันตรายสุดๆ โดยเฉพาะกับอาการ ท่าเดินผิดปกติ ที่อาจเชื่อมโยงกับโรคร้ายโดยไม่ทราบตัว
หากพบว่าเดินยากขึ้น เดินแล้วล้ม การทรงตัวลำบากมากกว่าปกติ ควรรีบไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบประสาท หรือ neurosurgeon เพื่อทำการตรวจร่างกายอย่างละเอียด เพิ่มความปลอดภัยให้ตัวเองและป้องกันความรุนแรงของโรค
คำแนะนำหลังพบท่าเดินแปลกๆ
เมื่อตรวจพบอาการที่เกี่ยวข้องกับท่าเดินผิดปกติ สิ่งสำคัญที่สุดคือการเตรียมตัวป้องกันภาวะแทรกซ้อน เช่น สวมรองเท้ากันลื่น ปรับสภาพแวดล้อมในบ้านให้ปลอดภัย รวมถึงการทำกายภาพบำบัด เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ข้อต่อ และป้องกันอาการทรุดลงอย่างรวดเร็ว
การใส่ใจต่อการเดินของเราในแต่ละวันอาจช่วยชีวิตเราได้! หากพบ ท่าเดินที่ผิดปกติ ควรตรวจสุขภาพโดยด่วน อย่าปล่อยให้อาการรุนแรงก่อน ทั้งนี้ ควรสังเกตตัวเองและคนรอบตัวเป็นประจำ เพื่อให้การตรวจคัดกรองเป็นไปอย่างทันเวลา
ป้องกันล่วงหน้า ดีกว่ารักษาทีหลัง การสังเกตท่าเดินเป็นสิ่งเล็กๆ ที่อาจบ่งบอกปัญหาสุขภาพใหญ่ๆ หากคุณหรือคนในครอบครัวมีลักษณะการเดินที่เปลี่ยนไป อย่าชะล่าใจ ควรปรึกษาแพทย์ทันทีเพื่อการรักษาที่ถูกต้องและเหมาะสม รวมถึงการดูแลชีวิตประจำวันที่ปลอดภัย