‘ธนกร’ตอก‘โรม’ แซะกองทัพ อย่าใจคับแคบมีอคติ
เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม นายธนกร วังบุญคงชนะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อกรณีที่นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ได้ติการเปิดรับบริจาคลวดหนามหีบเพลงของกองทัพภาคที่ 2 ว่าไม่เหมาะสม
‘ธนกร’ตอก‘โรม’ แซะกองทัพ อย่าใจคับแคบมีอคติ
นายธนกรกล่าวว่า กองทัพภาคที่ 2 มีความจำเป็นเร่งด่วนในการเปิดรับบริจาคลวดหนามหีบเพลงเพื่อใช้งานในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งเป็นพื้นที่อธิปไตยของไทย และมีสถานการณ์ไม่สงบ การใช้ระบบราชการจัดซื้อแบบปกติอาจใช้เวลานานถึงหนึ่งเดือน ทำให้ความช่วยเหลือไม่ทันสถานการณ์
ทำไมต้องมีการบริจาคโดยด่วน?
การเปิดรับบริจาคลวดหนามหีบเพลงเป็นการดำเนินการเฉพาะหน้า ตามสถานการณ์ที่ต้องป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับเจ้าหน้าที่ทหารและประชาชน การดำเนินการด้วยการบริจาคจากภาคประชาชนจึงถือเป็นทางเลือกที่เร่งด่วน ตรงจุด และเป็นการร่วมแรงร่วมใจระหว่างภาครัฐและประชาชน
อย่างไรก็ตาม นายรังสิมันต์ โรม กลับออกมาติอย่างรุนแรง ว่าไม่เหมาะสม ซึ่งนายธนกรมองว่า ท่าทีของ“โรม”แสดงให้เห็นถึงการคิดด้วยใจคับแคบและมีอคติ ทั้งที่จะต้องเร่งจัดการเพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และประเทศชาติ
- กองทัพเปิดรับบริจาคเพราะมีความเร่งด่วน
- ระบบราชการใช้เวลาจัดซื้อถึง 1 เดือน
- การบริจาคประชาชนเป็นทางเลือกที่ช่วยสนับสนุนฝ่ายความมั่นคง
- ความคิดของ โรม อาจมีอคติและไม่สร้างสรรค์
นอกจากนี้ นายธนกรยังเปรียบเทียบกับพรรคประชาชนของนายรังสิมันต์ ที่มีการเปิดรับเงินบริจาคลงระบบรายเดือนเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการทำกิจกรรมพรรคตลอดระยะเวลานาน ทั้งที่พรรคประชาชนก็รับเงินสนับสนุนจาก กกต. อยู่แล้ว จึงมองว่าไม่ต่างกันเท่าไร หากจะวิพากษ์วิจารณ์กองทัพ ที่แท้จริงแล้วพรรคของนายรังสิมันต์ก็มีการขับเคลื่อนในทิศทางเดียวกัน
“ผมขอขอบคุณพี่น้องคนไทยทุกภาคส่วนทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ที่ให้การสนับสนุนกองทัพภาคที่ 2 ในการป้องกันอธิปไตยของไทยมาโดยตลอด ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญและเหมาะสมอย่างยิ่งที่คนไทยเราทุกคนจะลุกขึ้นร่วมแรงร่วมใจสามัคคีเป็นหนึ่งเดียวกับกองทัพ สิ่งไหนที่สามารถร่วมด้วยช่วยกันได้ เราก็พร้อมยินดีสนับสนุน ส่งเสริมให้กองทัพได้ปฎิบัติหน้าที่ปกป้องพื้นแผ่นดินไทยอย่างเต็มกำลัง” นายธนกร กล่าวเสริม
ทั้งนี้ นายธนกร ยังมองว่าควรปรับยุทธวิธีและใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัย แทนการใช้กำลังพลเดินลาดตระเวน ซึ่งมีความเสี่ยงต่อชีวิตเจ้าหน้าที่ทหาร และขอเป็นเสียงสนับสนุนให้มีการบริจาคเพื่อพัฒนาอุปกรณ์ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง
ในแง่ของความมั่นคง หน้าที่ของภาคประชาชนร่วมกับกองทัพ จึงไม่ใช่เรื่องไร้สาระ แต่เป็นการปูพรมความร่วมมือที่สร้างความเข้มแข็งให้กับประเทศชาติ อย่างไรก็ตาม การพูดตัดพ้อหรือมีอคติ ไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะสมเลย สิ่งที่ควรใส่ใจคือการเพิ่มประสิทธิภาพหน้าที่ และความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ทหาร
มองไปในระยะยาว ความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่างๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน เป็นสิ่งที่ต้องส่งเสริมมากกว่าการวิจารณ์ด้วยอารมณ์
หากคุณเห็นด้วยกับการร่วมแรงร่วมใจเพื่อประเทศไทย อย่าลังเลที่จะสนับสนุนหรือเปิดใจรับฟังกรณีต่างๆ อย่างเป็นกลาง แล้วคุณจะเห็นว่าสังคมไทยสามารถเดินไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงและสันติ