ธปท.สั่งแบงก์เร่งช่วยลูกหนี้ฝ่าวิกฤติ เติมทุนสินเชื่อ-ด้านเครดิต
ในวันที่ 7 พฤษภาคม ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. ได้ส่งหนังสือเวียนไปยังสถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจทุกแห่ง เพื่อขอความร่วมมือในการสนับสนุนสินเชื่อใหม่ ผ่านกลไกและมาตรการของภาครัฐ โดยมุ่งช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยและราคาพลังงานที่พุ่งสูง จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
ธปท.สั่งแบงก์เร่งช่วยลูกหนี้ฝ่าวิกฤติ เติมทุนสินเชื่อ-ด้านเครดิต
สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงมีความไม่แน่นอน ส่งผลให้ราคาน้ำมันและพลังงานในตลาดโลกผันผวนอย่างหนัก ผู้ประกอบการต่างเผชิญต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ประชาชนทั่วไปถูกกดดันจากค่าครองชีพที่สูงขึ้นและรายได้ที่ลดลง สิ่งเหล่านี้กระทบโดยตรงต่อสภาพคล่องและความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้หลายราย แม้สถาบันการเงินจะกำลังประเมินผลกระทบ แต่การปล่อยสินเชื่อใหม่ก็ยังคงทำด้วยความระมัดระวัง
ที่ผ่านมา รัฐบาลและ ธปท. ได้ออกมาตรการช่วยเหลือมากมาย เพื่อลดภาระและความเสี่ยงทั้งฝั่งลูกหนี้และเจ้าหนี้ โดยหวังให้ธนาคารและสถาบันการเงินนำมาตรการเหล่านี้ไปใช้แบบผสมผสาน เพิ่มโอกาสให้ลูกหนี้เข้าถึงแหล่งทุนได้ต่อเนื่อง มาตรการสำคัญที่ถูกหยิบยกมารวมถึง
โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) จากธนาคารออมสิน
โครงการนี้ช่วยลดต้นทุนทางการเงินให้สถาบันการเงิน ส่งผ่านต้นทุนดอกเบี้ยที่ถูกลงไปยังลูกหนี้ ทำให้ผ่อนปรนอัตราดอกเบี้ยได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากราคาพลังงาน
โครงการ SMEs Credit Boost เพื่อ SMEs
กลไกนี้ลดความเสี่ยงด้านเครดิตในการปล่อยสินเชื่อใหม่ให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและย่อม (SMEs) ช่วยยกระดับศักยภาพธุรกิจ เช่น การลงทุนปรับตัวลดต้นทุนพลังงาน (energy transition) หรือเสริมสภาพคล่องในช่วงต้นทุนสูง
กรอบหลักการ “มีทรัพย์เพิ่ม เติมสภาพคล่อง (SMEs Secure+)”
ช่วยให้ธนาคารพิจารณาหลักประกันได้ยืดหยุ่น โดยนำกระแสเงินสดของลูกหนี้มาพิจารณาควบคู่ ชั่วคราว เพื่อให้ SMEs เข้าถึงสินเชื่อได้สะดวกยิ่งขึ้น
ธปท.สั่งแบงก์เร่งช่วยลูกหนี้ฝ่าวิกฤติ เติมทุนสินเชื่อ-ด้านเครดิต โดยเร่งใช้กลไกเหล่านี้ทั้งด้านการเงิน เครดิต และกฎเกณฑ์ เพื่อสนับสนุนสินเชื่อให้ภาคธุรกิจและประชาชนที่ต้องการสภาพคล่องหรือทุนปรับตัวท่ามกลางวิกฤตราคาพลังงาน
หากธนาคารมีข้อจำกัด สามารถหารือกับ ธปท. เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือเพิ่มเติม ภายใต้กรอบเสถียรภาพระบบการเงิน มาตรการเหล่านี้ไม่เพียงช่วยลูกหนี้ฝ่าวิกฤติ แต่ยังกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวมให้ฟื้นตัวเร็วขึ้น
ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ มาตรการจาก ธปท. ถือเป็นก้าวสำคัญในการรักษาสมดุลระหว่างการช่วยเหลือและความมั่นคงทางการเงิน หากธนาคารเร่งดำเนินการ จะช่วยลด NPL (หนี้เสีย) และเพิ่มการหมุนเวียนเงินในระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับผู้ประกอบการและประชาชนที่กำลังเผชิญปัญหา แนะนำให้ติดต่อธนาคารเพื่อตรวจสอบสิทธิ์ในมาตรการเหล่านี้โดยด่วน อย่ารอช้าเพื่อไม่ให้พลาดโอกาสฟื้นฟูธุรกิจ หากคุณมีประสบการณ์หรือคำถาม สามารถแชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย
ที่มา – ธปท.สั่งแบงก์เร่งช่วยลูกหนี้ฝ่าวิกฤติ เติมทุนสินเชื่อ-ด้านเครดิต