ธรรมาภิบาลแพลตฟอร์มดิจิทัล: สู่ความร่วมมือ

ปัจจุบัน “แพลตฟอร์มดิจิทัล” ได้ถูกพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการใช้เพื่อติดสื่อสาร การซื้อของ การใช้เดินทาง ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับชีวิตประจำวันของผู้คนมากขึ้น!!

แน่นอนว่า การใช้งานที่เพิ่มมากขึ้นก็เกิดปัญหาตามมาไม่ว่าจะเป็น การหลอกลวงผ่านโซซียลมีเดีย การซื้อของอออนไลน์ได้ของไม่ตรงปก การคิดค่าธรรมเนียม หรือจีพี ที่สูงเอาเปรียบ ผู้บริโภค พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ หรือผูกขาดตลาดรายเดียว ฯลฯ ซึ่งเป็นปัญหาที่มีการพูดกันมายาวนาน

ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) โดยสำนักงานพัฒนาธุรกรรม ทางอิเล็กทรอนิกส์ (เอ็ตด้า) ร่วมกับสำนักเลขาธิการอาเซียน (ASEAN Secretariat) องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) และโครงการ Global Initiative on the Future of the Internet (GIFI) ภายใต้ สถาบัน European University Institute (EUI) ปิดเวทีการประชุม ‘ASEAN–UNESCO Multistakeholder Forum on the Governance of Digital Platforms’

ซึ่งเป็นเวที ความร่วมมือครั้งสำคัญระดับภูมิภาคอาเซียน ที่รวมพลังจากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม นักวิชาการ และองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์และหารือแนวทางพัฒนาเชิงนโยบายว่าด้วย “การกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่าง มีธรรมาภิบาล โปร่งใส และเป็นธรรม” โดยยึดหลักสิทธิมนุษยชน ความปลอดภัย และความรับผิดชอบร่วมกันของทุกภาคส่วน ตามกรอบแนวทางสากล

“ไชยชนก ชิดชอบ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม( ดีอี) บอกว่า การใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลที่ขยายวงกว้างขึ้น นำมาซึ่งความเสี่ยงและความท้าทายหลายประการ ทั้งในระดับบุคคล ระดับประเทศ และระดับภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเนื้อหาผิดกฎหมาย การฉ้อโกงและหลอกลวงออนไลน์ การบิดเบือนข้อมูล ความเสี่ยงต่อเด็กและเยาวชน รวมถึงประเด็นเกี่ยวกับการรู้เท่าทันสื่อและข้อมูล ซึ่งล้วนเป็นประเด็นซับซ้อนที่เกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วน

ประเทศไทย จึงมีความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อน “ธรรมาภิบาลดิจิทัล” ให้สอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาลที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล พร้อมทั้งคงไว้ซึ่งความเชื่อมโยงกับบริบทของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน โดยกระทรวงดีอีให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับมิติทางสังคมของการใช้เทคโนโลยี โดยเฉพาะบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล เช่น แอปพลิเคชันอีคอมเมิร์ซ เกมออนไลน์ แพลตฟอร์มคอนเทนต์ และชุมชนออนไลน์ ซึ่งได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตประจำวันของประชาชน ไม่เพียงในฐานะเครื่องมือสื่อสาร แต่ยังเป็นช่องทางในการทำธุรกรรมออนไลน์และสร้างรายได้อีกด้วย

ภาพ pixabay.com

“การเร่งพัฒนา ‘กรอบธรรมาภิบาลดิจิทัล’ ที่เข้มแข็ง และสร้าง ‘กลไกการกำกับดูแลแพลตฟอร์มอย่างมีธรรมาภิบาล’ ที่มีประสิทธิภาพ ผ่านการมีส่วนร่วมอย่างครอบคลุมจากทุกภาคส่วน ภายใต้หลักสิทธิมนุษยชน ความโปร่งใส และความรับผิดชอบร่วมกัน จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง”

อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี โดย เอ็ตด้า ได้พัฒนากรอบแนวทางและกลไกสำคัญเพื่อส่งเสริมการกำกับดูแลดิจิทัลอย่างมีความรับผิดชอบ หนึ่งในมาตรการสำคัญคือ พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. 2565 หรือกฎหมาย DPS ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความโปร่งใสและการแข่งขันที่เป็นธรรมในตลาดแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยใช้กลไกการกำกับดูแลตนเองที่เปิดโอกาสให้หลายภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อส่งเสริมการให้บริการอย่างเป็นธรรม โปร่งใส และมีความรับผิดชอบ

นอกจากนี้ยังมีการสนับสนุนให้ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มปราบปรามอาชญากรรม ทางเทคโนโลยีผ่านพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 ซึ่งกำหนดให้ ผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ต้องระงับหรือลบข้อมูลเท็จหรือข้อมูลที่อาจก่อให้เกิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อเป็นการเสริมหลัก “ความรับผิดชอบในการดูแล” (Duty of Care) ของแพลตฟอร์มดิจิทัล

ภาพ pixabay.com

ในขณะเดียวกัน กระทรวงฯ ยังเร่งผลักดันในการแก้ปัญหาการหลอกลวงออนไลน์ (Online Scam) พร้อมส่งเสริมให้ประชาชนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีพื้นฐานอย่างเสมอภาค ไม่ว่าจะเป็นอินเทอร์เน็ตหรือปัญญาประดิษฐ์ (AI) พร้อมทั้งยกระดับทักษะด้านการรู้เท่าทันดิจิทัล (Digital Literacy) และ การรู้เท่าทันสื่อและข้อมูล (Media and Information Literacy – MIL) เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้เทคโนโลยีและแพลตฟอร์มดิจิทัลได้อย่างปลอดภัย รอบคอบและมีความรับผิดชอบ ภายใต้ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน

“ประเทศไทยมุ่งพัฒนาและกำกับดูแลระบบนิเวศแพลตฟอร์มดิจิทัลให้มีความสมดุล ซึ่งนโยบายเหล่านี้ถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อน ธรรมาภิบาลดิจิทัล อย่างเป็นรูปธรรม สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ความปลอดภัยสาธารณะ และความเชื่อมั่นของประชาชน สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ของกระทรวงฯ ที่มุ่งเน้นผลลัพธ์เชิงรูปธรรมใน ระยะสั้น เพื่อแก้ไขปัญหาสังคมที่สำคัญตามกรอบนโยบายของรัฐบาล”

ทั้งนี้โลกดิจิทัลกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีและข้อมูลได้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญของ การเติบโตทางเศรษฐกิจ พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนโครงสร้างของสังคมไปในเวลาเดียวกัน ดังนั้น การพัฒนา ‘กรอบธรรมาภิบาล’ สำหรับบริการดิจิทัลจึงจำเป็นต้องรักษาสมดุลระหว่าง “การคุ้มครองสิทธิของผู้ใช้”และ “การส่งเสริมนวัตกรรมอย่างมีความรับผิดชอบ” การประชุมครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับประเทศไทยและประเทศสมาชิกอาเซียน ร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรระหว่างประเทศ ในการแลกเปลี่ยนมุมมองและร่วมออกแบบแนวทางการกำกับดูแลที่เข้มแข็ง โปร่งใส และยั่งยืนสำหรับบริการดิจิทัลและแพลตฟอร์ม

“Maki Katsuno-Hayashikawa” ,Director of the UNESCO Liaison Office to ASEAN and the Regional Office in Jakarta บอกว่า การจัดการประชุมครั้งสำคัญนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันของภูมิภาคในการสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่เปิดกว้าง ปลอดภัย และยึดหลักสิทธิมนุษยชน ซึ่งบทบาทเชิงเปลี่ยนแปลงของแพลตฟอร์มดิจิทัลในการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนนั้นเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง อย่างไรก็ดีแพลตฟอร์มเดียวกันที่เปิดโอกาสให้ผู้คนเข้าถึงความรู้และวัฒนธรรมอย่างเท่าเทียมและเชื่อมโยงผู้คนทั่วโลก ได้กลายมาเป็นพื้นที่ที่มีการแพร่กระจายของข้อมูลบิดเบือน ความแตกต่างทางขั้วความคิด และการกระตุ้นให้เกิดความรุนแรง การเลือกปฏิบัติ และความเกลียดชัง

ภาพ pixabay.com

“การกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพจำเป็นต้องยึดแนวทางที่อ้างอิงสิทธิมนุษยชนและพหุภาคี เพื่อให้ทุกภาคส่วนมีบทบาทในการร่วมออกแบบแนวทางแก้ไขร่วมกันในการขับเคลื่อน ‘Internet for Trust’ ซึ่งแนวทางแบบพหุภาคีนี้ยังมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการคุ้มครองเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและ การเข้าถึงข้อมูลอีกด้วย”

อย่างไรก็ตาม การอภิปรายภายในเวทีครั้งนี้ยังมีส่วนช่วยขับเคลื่อนพัฒนา ร่างข้อเสนอแนะการกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัลในอาเซียนอย่างมีธรรมาภิบาล (Draft Recommendations on Digital Platform Governance in ASEAN) สะท้อนถึงเจตนารมณ์ร่วมกันในการเสริมสร้างกรอบความร่วมมือของภูมิภาคให้มีความรับผิดชอบ โปร่งใส และเปิดกว้าง เพื่อธรรมาภิบาลดิจิทัลที่ครอบคลุมและยั่งยืน

สุดท้ายแล้วในการประชุมครั้งนี้ได้มีการอภิปรายหารือ ในการร่างข้อเสนอแนะการกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัลในอาเซียนอย่างมีธรรมาภิบาล สะท้อนถึงเจตนารมณ์ร่วมกันในการเสริมสร้างกรอบความร่วมมือของภูมิภาคให้มีความรับผิดชอบ โปร่งใส และเปิดกว้าง เพื่อธรรมาภิบาลดิจิทัลที่ครอบคลุมและยั่งยืน.

จิราวัฒน์ จารุพันธ์

ธรรมาภิบาลแพลตฟอร์มดิจิทัล

ความสำคัญของธรรมาภิบาลแพลตฟอร์มดิจิทัล

การมีธรรมาภิบาลแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ดี เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยให้กับผู้ใช้งาน รวมถึงส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืน การสร้างความเข้าใจและความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจึงเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ

ประเทศไทยกำลังก้าวไปข้างหน้าในการพัฒนาด้านดิจิทัล และ ธรรมาภิบาลแพลตฟอร์มดิจิทัล ที่แข็งแกร่งจะช่วยให้เราสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีได้อย่างเต็มศักยภาพ ในขณะเดียวกันก็สามารถลดความเสี่ยงและผลกระทบด้านลบที่อาจเกิดขึ้นได้

ที่มา – “ธรรมาภิบาลแพลตฟอร์มดิจิทัล” สู่กรอบความร่วมมือระดับภูมิภาค

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *