นฤมล ฝากการบ้านคุรุสภา ปรับประเมินสมรรถนะวิชาชีพครู หลังพบผู้ผ่านทดสอบได้น้อย

นฤมล ฝากการบ้านคุรุสภา ปรับประเมินสมรรถนะวิชาชีพครู หลังพบผู้ผ่านทดสอบได้น้อย

เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการคุรุสภาว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบการรับรองผลการประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ด้านการปฏิบัติงานและการปฏิบัติตนตามมาตรฐานวิชาชีพครูของผู้ผ่านเกณฑ์การประเมิน จำนวน 2,630 คน แบ่งเป็นผู้ที่อยู่ระหว่างศึกษาในหลักสูตรปริญญาและประกาศนียบัตรทางการศึกษา จำนวน 2,604 คน ซึ่งมีทั้งหลักสูตรปริญญาตรีทางการศึกษา 1,799 คน หลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู 761 คน และหลักสูตรปริญญาโททางการศึกษา (วิชาชีพครู) 44 คน ส่วนอีก 26 คน เป็นผู้ที่สำเร็จการศึกษาหลักสูตรปริญญาอื่นที่ผ่านการรับรองความรู้

นฤมล ฝากการบ้านคุรุสภา ปรับประเมินสมรรถนะวิชาชีพครู หลังพบผู้ผ่านทดสอบได้น้อย โดยมีเป้าหมายเพื่อให้การประเมินมีความเหมาะสมและสามารถส่งเสริมคุณภาพของครูได้อย่างแท้จริง รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ข้อมูลที่ได้แสดงให้เห็นว่ามีผู้ผ่านการประเมินสมรรถนะวิชาชีพครูได้จำนวนน้อย ซึ่งเป็นสัญญาณที่น่าเป็นห่วง เพราะหากสถานการณ์นี้ยังคงดำเนินต่อไป จะส่งผลให้เกิดปัญหาเชิงโครงสร้างในระบบการศึกษาไทย

ความจำเป็นในการปรับปรุงการประเมิน

ศ.ดร.นฤมล ได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการทบทวนและปรับปรุงการประเมินสมรรถนะวิชาชีพครู โดยเฉพาะในส่วนของข้อสอบและกรอบการประเมิน เพราะหากต้องการผลิตครูที่มีคุณภาพและสามารถตอบโจทย์ความต้องการของโรงเรียนทั้งในส่วนของรัฐและเอกชน ก็ควรจะต้องมีการพิจารณาทบทวนรูปแบบการสอบ ตลอดจนกระบวนการคัดเลือก ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับความเป็นจริงในสนามการศึกษา

การประเมินสมรรถนะวิชาชีพครู ด้านการปฏิบัติงานและการปฏิบัติตนตามมาตรฐานวิชาชีพครู ไม่ใช่เพียงแค่การทดสอบความรู้ แต่ยังเป็นการตรวจสอบความพร้อมในการเป็นครูที่มีจรรยาบรรณ มีทักษะในการจัดการเรียนรู้ และสามารถดูแลนักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นการประเมินที่มีความเข้มงวดเกินไป หรือไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงในห้องเรียน ก็อาจทำให้ครูรุ่นใหม่หลายคนไม่สามารถผ่านเกณฑ์ได้ แม้ว่าจะมีศักยภาพและความตั้งใจในการสอนก็ตาม

ความร่วมมือระหว่างคุรุสภากับ อว.

รมว.ศึกษาธิการ ยังได้มอบหมายให้คุรุสภาและกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบหลักสูตรการผลิตครูและข้อสอบที่ใช้ในการประเมิน ได้ร่วมกันทบทวนและปรับปรุงการประเมินสมรรถนะวิชาชีพครู ให้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น โดยยังคงรักษาคุณภาพและมาตรฐานวิชาชีพครูไว้ ไม่ให้ลดทอนลง

การปรับปรุงดังกล่าวจะต้องคำนึงถึงความหลากหลายของนักศึกษาครู ซึ่งมาจากหลากหลายภูมิหลัง ทั้งด้านวิชาการ ด้านประสบการณ์ และด้านทักษะการสอน ดังนั้นการประเมินควรมีความยืดหยุ่นและสามารถวัดศักยภาพของผู้เข้ารับการประเมินได้อย่างครอบคลุมและเป็นธรรม

การเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ

นอกจากเรื่องการประเมินสมรรถนะวิชาชีพครูแล้ว ในการประชุมดังกล่าว ยังได้เห็นชอบรายชื่อบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นคณะอนุกรรมการพิจารณาขอพระราชทานน้อมเกล้าฯ ถวายพระราชสมัญญา เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสฉลองพระชนมายุ 6 รอบ วันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2570 โดยมี ศาสตราจารย์กิตติคุณสมหวัง พิธิยานุวัฒน์ เป็นประธาน และมอบสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

การดำเนินการดังกล่าวถือเป็นการร่วมเฉลิมพระเกียรติและแสดงความจงรักภักดีต่อสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งทรงมีพระกรุณาธิคุณอันล้นพ้นต่อวงการการศึกษาของประเทศไทย

บทสรุป

นฤมล ฝากการบ้านคุรุสภา ปรับประเมินสมรรถนะวิชาชีพครู หลังพบผู้ผ่านทดสอบได้น้อย ถือเป็นการส่งสัญญาณเตือนให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการผลิตครู ได้หันกลับมามองและทบทวนกระบวนการคัดเลือกครูอีกครั้ง ว่ามีความเหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการของระบบการศึกษาไทยหรือไม่

การประเมินสมรรถนะวิชาชีพครู ควรจะเป็นกระบวนการที่สามารถคัดเลือกครูที่มีคุณภาพและศักยภาพได้อย่างแท้จริง แต่ก็ไม่ควรจะเป็นอุปสรรคที่ทำให้ครูรุ่นใหม่จำนวนมากไม่สามารถเข้าสู่วิชาชีพนี้ได้ เพราะหากเกิดปัญหาขาดแคลนครูในอนาคต ก็จะส่งผลกระทบต่อคุณภาพการศึกษาของประเทศโดยรวม

ดังนั้น การปรับปรุงและทบทวนการประเมินสมรรถนะวิชาชีพครู จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นและเร่งด่วน ที่ทุกภาคส่วนควรร่วมมือกัน เพื่อให้การศึกษาไทยมีครูที่มีคุณภาพและเพียงพอต่อความต้องการของโรงเรียนทั้งในส่วนของรัฐและเอกชน

ที่มา – “นฤมล” ฝากการบ้านคุรุสภา ปรับประเมินสมรรถนะวิชาชีพครู หลังพบผู้ผ่านทดสอบได้น้อย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *