นักวิ่งเวียดนามยึดแชมป์นาคา-นาคีเทรล
นักวิ่งเวียดนามยึดแชมป์นาคา-นาคีเทรล ได้อย่างน่าประทับใจในศึกวิ่งเทรล “อัลตรา นาคา-นาคี เทรล 2026” ซึ่งจัดขึ้นในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬและนครพนม การแข่งขันครั้งนี้ได้รับความสนใจจากนักวิ่งทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เพราะเป็นสนามที่ผสมผสานความท้าทายของเส้นทางธรรมชาติเข้ากับมนต์เสน่ห์ของถ้ำนาคา ถ้ำนาคี และอุทยานแห่งชาติภูลังกาได้อย่างลงตัว
การแข่งขันจัดขึ้นเป็นเวลา 2 วัน โดยมีนักวิ่งจาก 15 ประเทศเข้าร่วมชิงชัย แบ่งการแข่งขันออกเป็น 7 ระยะ เพื่อเปิดโอกาสให้นักวิ่งทุกระดับได้สัมผัสบรรยากาศของสนามเทรลริมแม่น้ำโขง ตั้งแต่นักวิ่งมือใหม่ที่ต้องการทดสอบตัวเอง ไปจนถึงนักวิ่งระดับอัลตราที่เตรียมพร้อมสำหรับระยะทางอันหนักหน่วงและเส้นทางที่มีความสูงสะสมมาก
นักวิ่งเวียดนามยึดแชมป์นาคา-นาคีเทรล
ไฮไลต์สำคัญของการแข่งขันอยู่ที่ผลงานของ ตรัน กวง นักวิ่งจากเวียดนาม ซึ่งสามารถคว้าแชมป์ได้ถึง 2 ระยะ ภายในเวลาเพียง 2 วัน วันแรกเขาลงแข่งขันในระยะนาคา 30 และเข้าเส้นชัยด้วยเวลา 2 ชั่วโมง 47 นาที 17 วินาที ก่อนจะกลับมาลงสนามต่อในวันที่สองกับระยะนาคี 34 และคว้าแชมป์ด้วยเวลา 3 ชั่วโมง 58 นาที 42 วินาที
ผลงานดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่ง ความเร็ว และการฟื้นตัวของนักวิ่งเวียดนามได้เป็นอย่างดี เพราะการลงแข่งขันต่อเนื่องในเส้นทางภูเขาไม่ใช่เรื่องง่าย นักวิ่งต้องรับมือทั้งพื้นดินต่างระดับ ทางชัน รากไม้ หินลื่น และสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงตลอดเส้นทาง
นักวิ่งเวียดนามยึดแชมป์นาคา-นาคีเทรลในสองระยะ
ในประเภทหญิง ฟันยา คนอปส์ จากเบลเยียม ก็ทำผลงานได้โดดเด่นไม่แพ้กัน เธอคว้าแชมป์ทั้งระยะนาคา 30 และนาคี 34 เช่นเดียวกับตรัน กวง ทำให้การแข่งขันในปีนี้มีสีสันและสะท้อนถึงมาตรฐานระดับนานาชาติของสนามนาคา-นาคีเทรลได้อย่างชัดเจน
สำหรับระยะไกลที่สุดอย่างนาคี 50 มีระยะทาง 48.4 กิโลเมตร และมีความสูงสะสม 1,440 เมตร สนามนี้ได้รับคะแนน ITRA จำนวน 2 คะแนน พร้อม UTMB Index ระดับ 50K จึงถือเป็นอีกหนึ่งสนามที่เหมาะสำหรับนักวิ่งซึ่งต้องการสะสมประสบการณ์และคะแนนเพื่อพัฒนาตัวเองไปสู่การแข่งขันระดับนานาชาติ
ผลการแข่งขันระยะนาคี 50 ที่น่าจับตา
ประเภทชายของระยะนาคี 50 แชมป์ตกเป็นของ ตรัน ค็อก อันห์ เฮา จากเวียดนาม โดยใช้เวลา 6 ชั่วโมง 30 นาที 49 วินาที ส่วนประเภทหญิง วาน ลู ฮอง ทำเวลา 8 ชั่วโมง 32 นาที 37 วินาที และคว้าแชมป์ไปครอง ความสำเร็จของนักวิ่งเวียดนามในระยะไกลแสดงให้เห็นถึงการเตรียมตัวที่จริงจัง รวมถึงความเข้าใจในการบริหารแรงตลอดเส้นทาง
การแข่งขันระยะ 50 กิโลเมตรไม่ได้วัดกันเพียงความเร็วเท่านั้น นักวิ่งต้องรู้จักวางแผนการกินและดื่มน้ำ เลือกจังหวะเดินในช่วงทางชัน รวมถึงควบคุมความเหนื่อยล้าในช่วงท้ายของสนาม การทำเวลาได้ดีจึงต้องอาศัยทั้งความฟิต ประสบการณ์ และวินัยในการแข่งขัน
สนามเทรลที่เชื่อมโยงกีฬาและชุมชน
นอกจากความสนุกและความท้าทายของการแข่งขันแล้ว งานอัลตรา นาคา-นาคี เทรล 2026 ยังมีจุดเด่นด้านการเชื่อมโยงกีฬาเข้ากับอัตลักษณ์ท้องถิ่น ผู้ชนะได้รับถ้วยรางวัล “นาคกี้” ซึ่งสร้างสรรค์โดยวัดศรีสามัคคีธรรม อำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ ถ้วยรางวัลดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงของที่ระลึกสำหรับนักวิ่ง แต่ยังสะท้อนเรื่องราวทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาของคนในพื้นที่
ถ้วยรางวัลผลิตโดยวิสาหกิจชุมชน และรายได้ส่วนหนึ่งนำไปสนับสนุนการศึกษาของสามเณรและเด็กในชุมชน แนวคิดนี้ทำให้การแข่งขันมีคุณค่ามากกว่าการชิงชัยเพียงอย่างเดียว เพราะทุกก้าวของนักวิ่งยังช่วยสร้างโอกาสให้คนท้องถิ่น และกระจายรายได้ไปยังชุมชนโดยรอบ
- สร้างชื่อเสียงให้จังหวัดบึงกาฬและนครพนมในฐานะจุดหมายปลายทางด้านกีฬาและธรรมชาติ
- เปิดโอกาสให้นักวิ่งจากหลายประเทศได้สัมผัสวัฒนธรรมอีสาน
- สนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่นและวิสาหกิจชุมชน
- ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬาอย่างมีความรับผิดชอบ
- นำรายได้บางส่วนไปพัฒนาการศึกษาในพื้นที่
เส้นทางที่ผ่านอุทยานแห่งชาติภูลังกาและบริเวณถ้ำนาคา ถ้ำนาคี ทำให้สนามนี้มีเอกลักษณ์แตกต่างจากการแข่งขันเทรลทั่วไป นักวิ่งจะได้สัมผัสทั้งวิวภูเขา ป่าไม้ และบรรยากาศธรรมชาติที่ยังคงความสมบูรณ์ ขณะเดียวกันผู้จัดและผู้เข้าร่วมก็ต้องช่วยกันดูแลพื้นที่ ไม่ทิ้งขยะ และเคารพกฎของอุทยานแห่งชาติ
ภาพรวมของการแข่งขันปีนี้จึงไม่ได้มีเพียงเรื่องชัยชนะของนักวิ่งต่างชาติเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวอย่างของการจัดงานที่ใช้กีฬาเป็นเครื่องมือส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างรายได้ และนำเสนอเสน่ห์ของท้องถิ่นสู่สายตานานาชาติ หากมีโอกาส นักวิ่งและผู้สนใจควรติดตามกำหนดการครั้งต่อไป พร้อมเตรียมร่างกายให้พร้อม เพราะสนามนาคา-นาคีเทรลน่าจะยังคงเป็นอีกหนึ่งความท้าทายที่คุ้มค่าสำหรับคนรักการวิ่งธรรมชาติ
มุมมองส่งท้าย: ความสำเร็จของนักวิ่งเวียดนามในครั้งนี้ช่วยยกระดับการแข่งขันให้เข้มข้นขึ้น และทำให้เห็นว่ากีฬาเทรลสามารถเชื่อมผู้คน ธรรมชาติ และชุมชนเข้าด้วยกันได้อย่างน่าสนใจ ใครที่กำลังมองหาสนามใหม่เพื่อทดสอบตัวเอง นาคา-นาคีเทรลคือรายการที่ควรปักหมุดไว้ในปฏิทิน
ที่มา – นักวิ่งเวียดนามข้ามห้วยยึดแชมป์ใหญ่ ‘นาคา-นาคีเทรล’ ที่บึงกาฬ-นครพนม




