นายกสมาคมแม่ดีเด่นแห่งชาติ สาขาพังงา ร่วมผลักดันสังคมไทยเกื้อกูล

การสร้างสังคมไทยให้น่าอยู่ ไม่ได้เกิดจากการทำงานของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเท่านั้น แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ องค์กรสาธารณประโยชน์ ผู้นำชุมชน ครอบครัว และประชาชนในพื้นที่ ล่าสุด นายกสมาคมแม่ดีเด่นแห่งชาติ สาขาพังงา ร่วมผลักดันสังคมไทยเกื้อกูล ผ่านการมีส่วนร่วมในเวทีประชุมระดับประเทศ ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการเชื่อมโยงเครือข่ายการทำงานด้านสังคมสงเคราะห์

นางวัลลภา ธีระสานต์ นายกสมาคมแม่ดีเด่นแห่งชาติ สาขาพังงา เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และมูลนิธิแม่ดีเด่นแห่งชาติ เพื่อแม่ทั้งแผ่นดิน หรือ มพม. สมัย พ.ศ. 2569-2573 โดยการประชุมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-9 กันยายน ณ ห้องประชุมวายุภักษ์ 3 ชั้น 4 ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ กรุงเทพมหานคร

นายกสมาคมแม่ดีเด่นแห่งชาติ สาขาพังงา ร่วมผลักดันสังคมไทยเกื้อกูล

หัวใจสำคัญของการประชุมครั้งนี้คือการกำหนดทิศทางและยุทธศาสตร์การดำเนินงานในช่วงปี พ.ศ. 2569-2573 เพื่อให้การทำงานขององค์กรและเครือข่ายมีเป้าหมายที่ชัดเจนมากขึ้น ภายใต้แนวคิด “ต่างบทบาท หนึ่งหัวใจ ร่วมสร้างสังคมไทยที่เกื้อกูล” แนวคิดดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า แม้แต่ละคนจะมีหน้าที่แตกต่างกัน แต่ทุกฝ่ายสามารถร่วมมือกันเพื่อดูแลผู้คนและพัฒนาสังคมให้เข้มแข็งได้

การประชุมยังมุ่งเน้นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างคณะกรรมการและเครือข่ายในแต่ละภาคส่วน โดยให้ความสำคัญกับการวางระบบการทำงานที่เป็นรูปธรรม ลดความซ้ำซ้อน และทำให้ความช่วยเหลือเข้าถึงประชาชนได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น ทั้งในระดับครอบครัว ชุมชน และสังคมโดยรวม

บทบาทของเครือข่ายแม่ดีเด่นกับการพัฒนาสังคม

เครือข่ายแม่ดีเด่นมีบทบาทสำคัญในการส่งต่อแนวคิดเรื่องความรัก ความเสียสละ และความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะสถาบันครอบครัวเป็นพื้นฐานของการสร้างคนที่มีคุณภาพ การทำงานของสมาคมจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการยกย่องเชิดชูเกียรติแม่ดีเด่นเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงการส่งเสริมครอบครัว การช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบ และการสนับสนุนกิจกรรมสาธารณประโยชน์ในพื้นที่

สำหรับจังหวัดพังงา การมีตัวแทนเข้าร่วมเวทีระดับประเทศช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และนำแนวทางที่เหมาะสมกลับมาปรับใช้กับชุมชนได้มากขึ้น ขณะเดียวกัน ปัญหาและความต้องการของประชาชนในพื้นที่ก็มีโอกาสถูกนำเสนอให้เครือข่ายระดับประเทศรับทราบ ทำให้การวางแผนงานมีความสอดคล้องกับสถานการณ์จริง ไม่ว่าจะเป็นการดูแลผู้สูงอายุ การสนับสนุนเด็กและเยาวชน การเสริมความเข้มแข็งของครอบครัว หรือการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง

แนวทางความร่วมมือเพื่อสังคมที่เกื้อกูล

การสร้างสังคมที่เกื้อกูลสามารถเริ่มต้นได้จากการทำงานร่วมกันในหลายด้าน โดยมีแนวทางสำคัญดังนี้

  • เชื่อมโยงเครือข่าย: ประสานความร่วมมือระหว่างองค์กรระดับประเทศกับหน่วยงานและชุมชนในจังหวัดต่าง ๆ
  • ส่งเสริมครอบครัว: สนับสนุนให้ครอบครัวมีความเข้าใจ ดูแลกัน และเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับสมาชิกทุกวัย
  • ช่วยเหลืออย่างตรงจุด: สำรวจปัญหาและความต้องการของประชาชนก่อนวางแผนให้ความช่วยเหลือ
  • พัฒนาศักยภาพคนในชุมชน: เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมและสามารถดูแลชุมชนของตนเองได้
  • สร้างวัฒนธรรมการแบ่งปัน: ส่งเสริมจิตอาสาและน้ำใจระหว่างคนในสังคมให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

การมีส่วนร่วมของนางวัลลภา ธีระสานต์ ในฐานะนายกสมาคมแม่ดีเด่นแห่งชาติ สาขาพังงา จึงเป็นมากกว่าการเข้าร่วมประชุม เพราะเป็นการเชื่อมโยงการทำงานของเครือข่ายแม่ดีเด่นในระดับพื้นที่เข้ากับยุทธศาสตร์ระดับประเทศ การประสานงานลักษณะนี้จะช่วยให้แต่ละพื้นที่สามารถนำแนวคิดและนโยบายไปปรับใช้ได้เหมาะสมกับบริบทของตนเอง พร้อมเปิดโอกาสให้เกิดความร่วมมือใหม่ ๆ ในอนาคต

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ การทำงานด้านสังคมสงเคราะห์จำเป็นต้องอาศัยความต่อเนื่อง ไม่ใช่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเพียงครั้งเดียว หากทุกหน่วยงานร่วมกันวางแผน ติดตามผล และรับฟังเสียงของประชาชนอย่างสม่ำเสมอ ก็จะช่วยให้การช่วยเหลือมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์ในระยะยาว นอกจากนี้ การสร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างองค์กรยังช่วยให้ทรัพยากรและกำลังคนถูกนำไปใช้ได้อย่างคุ้มค่า

ในมุมของประชาชนทั่วไป การร่วมสร้างสังคมเกื้อกูลไม่จำเป็นต้องเริ่มจากโครงการใหญ่เสมอไป ทุกคนสามารถเริ่มได้จากการดูแลคนในครอบครัว การช่วยเหลือเพื่อนบ้าน การแบ่งปันสิ่งของหรือความรู้ และการแจ้งเบาะแสเมื่อพบผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ เมื่อการกระทำเล็ก ๆ เหล่านี้เกิดขึ้นพร้อมกันในหลายชุมชน ก็จะกลายเป็นพลังสำคัญที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำและทำให้สังคมอบอุ่นมากขึ้น

โดยสรุป นายกสมาคมแม่ดีเด่นแห่งชาติ สาขาพังงา ร่วมผลักดันสังคมไทยเกื้อกูล ผ่านการแลกเปลี่ยนแนวทางและร่วมกำหนดยุทธศาสตร์กับเครือข่ายระดับประเทศ การประชุมครั้งนี้จึงเป็นเวทีสำคัญในการขับเคลื่อนงานด้านสังคมสงเคราะห์ ส่งเสริมสถาบันครอบครัว และสร้างความเอื้ออาทรให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม หากทุกภาคส่วนยังคงร่วมมือกันด้วยความตั้งใจ สังคมไทยก็จะก้าวไปข้างหน้าอย่างเข้มแข็งและไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง

มุมมองที่น่าชื่นชมคือ การเปลี่ยนแปลงสังคมเริ่มต้นได้จากความร่วมมือใกล้ตัว ขอชวนทุกคนเป็นส่วนหนึ่งของสังคมเกื้อกูลด้วยการแบ่งปัน ดูแลกัน และลงมือทำสิ่งดี ๆ ในชุมชนของตนเองตั้งแต่วันนี้

ที่มา – นายกสมาคมแม่ดีเด่นแห่งชาติ สาขาพังงา ร่วมผลักดัน สังคมไทยเกื้อกูล

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *