นายกฯเมิน ‘ไอลอว์’ จัดกิจกรรมปลุกคน บี้ ‘กกต.’คดีฮั้วสว.
นายกฯเมิน ‘ไอลอว์’ จัดกิจกรรมปลุกคน บี้ ‘กกต.’คดีฮั้วสว.
กลายเป็นประเด็นที่หลายคนกำลังจับตามองอยู่ในขณะนี้ เมื่อความเคลื่อนไหวทางการเมืองเริ่มเข้มข้นขึ้นอีกครั้ง โดยเฉพาะกรณีที่กลุ่มไอลอว์ (iLaw) และพรรคประชาชนได้จัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อเรียกร้องให้ตรวจสอบคดีฮั้วเลือกตั้ง สว. ที่ผ่านมา ซึ่งสร้างแรงกระเพื่อมในวงการเมืองไทยไม่น้อย
ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ดังกล่าวว่า นายกฯเมิน ‘ไอลอว์’ จัดกิจกรรมปลุกคน บี้ ‘กกต.’คดีฮั้วสว. โดยระบุว่าหากทุกอย่างดำเนินการภายใต้กรอบของกฎหมาย ก็ถือเป็นสิทธิที่สามารถทำได้ตามระบอบประชาธิปไตย ไม่ได้มีปัญหาอะไรตราบใดที่ไม่ล้ำเส้นกฎหมาย
ท่าทีของรัฐบาลต่อการชุมนุมวันที่ 13 ก.ย.
เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงความกังวลใจต่อการนัดหมายชุมนุมใหญ่ของกลุ่มผู้ชุมนุมในวันที่ 13 กันยายนที่จะถึงนี้ ทางนายกรัฐมนตรีได้กล่าวย้ำจุดยืนเดิมอย่างชัดเจนว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือการปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มใดก็ตามที่ออกมาเคลื่อนไหวทางเมือง ทางภาครัฐพร้อมเปิดพื้นที่ให้แสดงความคิดเห็น แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ไม่ก่อให้เกิดความวุ่นวายหรือผิดกฎหมายบ้านเมือง
หากวิเคราะห์สถานการณ์ที่ นายกฯเมิน ‘ไอลอว์’ จัดกิจกรรมปลุกคน บี้ ‘กกต.’คดีฮั้วสว. เราจะเห็นได้ว่านี่คือบททดสอบสำคัญของรัฐบาลชุดนี้ในการรับมือกับกระแสเรียกร้องจากภาคประชาชน ซึ่งความเห็นต่างในทางการเมืองเป็นเรื่องปกติ แต่การจัดการภายใต้หลักนิติธรรมคือสิ่งที่สังคมคาดหวัง
- การตรวจสอบการเลือกตั้ง สว. เป็นกลไกที่ประชาชนให้ความสนใจ
- การแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ต้องอยู่ในกรอบที่กฎหมายกำหนด
- รัฐบาลยืนยันยึดหลักความสงบเรียบร้อยเป็นสำคัญ
ในมุมมองของผู้ที่ติดตามสถานการณ์ การที่ นายกฯเมิน ‘ไอลอว์’ จัดกิจกรรมปลุกคน บี้ ‘กกต.’คดีฮั้วสว. อาจถูกมองได้สองมุม ทั้งในแง่ของการปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการตรวจสอบอิสระ หรือในแง่ของการลดทอนความสำคัญของพลังมวลชน อย่างไรก็ตาม บทสรุปของคดีนี้จะเป็นตัวพิสูจน์ว่าองค์กรอิสระอย่าง กกต. จะสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้มากน้อยเพียงใด เพราะความโปร่งใสคือหัวใจสำคัญของระบอบประชาธิปไตยที่แข็งแรงครับ
ที่มา – นายกฯเมิน ‘ไอลอว์’ จัดกิจกรรมปลุกคน บี้ ‘กกต.’คดีฮั้วสว.