นาโตอ้างรัสเซียสูญเสียทหารกว่า 5 หมื่นนาย

สถานการณ์สงครามรัสเซีย–ยูเครนยังคงได้รับความสนใจจากทั่วโลก หลังเจ้าหน้าที่ระดับสูงขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต เปิดเผยข้อมูลว่า กองทัพรัสเซียสูญเสียกำลังพลในยูเครนมากกว่า 50,000 นาย เฉพาะเดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยในจำนวนนี้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 28,000 นาย ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนความรุนแรงของการสู้รบที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และทำให้หลายฝ่ายจับตาทิศทางของสงครามอย่างใกล้ชิด

รายงานเรื่อง นาโตอ้างรัสเซียสูญเสียทหารกว่า 5 หมื่นนาย ระบุว่า ความสูญเสียของรัสเซียสูงกว่าฝ่ายยูเครนอย่างมากในช่วงเวลาเดียวกัน โดยยูเครนสูญเสียกำลังพลราว 5,000 นาย ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่นาโตซึ่งให้ข้อมูลโดยไม่เปิดเผยชื่อย้ำว่า ตัวเลขดังกล่าวเป็นข้อมูลละเอียดอ่อน และเกิดขึ้นท่ามกลางการรุกคืบของกองทัพรัสเซียในหลายพื้นที่ของแนวรบ

นาโตอ้างรัสเซียสูญเสียทหารกว่า 5 หมื่นนายในเดือนเดียว

เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวอธิบายว่า กองทัพรัสเซียพยายามผลักดันกำลังเข้าสู่พื้นที่ที่มีการป้องกันอย่างแน่นหนา จนถูกเปรียบว่าเป็น “พื้นที่สังหาร” เนื่องจากเต็มไปด้วยโดรนติดอาวุธ ทุ่นระเบิด การยิงปืนใหญ่ และแนวป้องกันรูปแบบต่าง ๆ การโจมตีในลักษณะนี้ทำให้ทหารที่กำลังรุกคืบต้องเผชิญความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะเมื่อฝ่ายยูเครนสามารถใช้เทคโนโลยีและข้อมูลข่าวกรองติดตามความเคลื่อนไหวของกองกำลังรัสเซียได้อย่างต่อเนื่อง

นาโตอ้างรัสเซียสูญเสียทหารกว่า 5 หมื่นนาย ท่ามกลางสงครามที่ยืดเยื้อ

ความสูญเสียที่เพิ่มขึ้นเกิดขึ้นในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของสงคราม ซึ่งดำเนินมาตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากการรุกรานยูเครนในเดือนกุมภาพันธ์ 2565 ตลอดช่วงที่ผ่านมา ทั้งสองฝ่ายต่างพยายามสร้างความได้เปรียบทั้งในสนามรบและในด้านยุทธศาสตร์ ขณะที่ความคืบหน้าของแต่ละฝ่ายอาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วตามสภาพอากาศ เสบียง อาวุธ และกำลังพลที่มีอยู่

ฝ่ายยูเครนยังคงใช้การโจมตีทางอากาศระยะไกลเพื่อทำลายเป้าหมายสำคัญของรัสเซีย ทั้งโรงกลั่นน้ำมัน ศูนย์ข้อมูล และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนทางทหาร นอกจากนี้ ยูเครนยังเปิดปฏิบัติการภาคพื้นดินจนสามารถยึดคืนพื้นที่ได้มากกว่า 125 ตารางกิโลเมตร ความเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้แนวรบมีความซับซ้อนมากขึ้น และกดดันให้รัสเซียต้องเร่งส่งกำลังพลเข้าไปเสริมในพื้นที่สำคัญ

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขความสูญเสียจากสงครามมักตรวจสอบได้ยาก เนื่องจากแต่ละฝ่ายมีข้อจำกัดด้านข้อมูลและอาจนำเสนอข้อมูลตามมุมมองของตนเอง ดังนั้น ตัวเลขที่นาโตเปิดเผยจึงควรพิจารณาร่วมกับรายงานจากแหล่งข่าวอิสระ หน่วยงานด้านความมั่นคง และภาพรวมของสถานการณ์ในสนามรบ การนำเสนอข้อมูลอย่างรอบคอบจะช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจบริบทได้ดีกว่าการดูตัวเลขเพียงอย่างเดียว

ด้านหน่วยข่าวกรองกลางเยอรมนี หรือบีเอ็นดี ระบุว่า สงครามที่ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน เป็นผู้เปิดฉาก ได้สร้างเงื่อนไขที่ทำให้ผู้นำรัสเซียยุติการรุกรานได้ยากขึ้น หากต้องการถอนกำลังโดยไม่เผชิญต้นทุนทางการเมือง การประเมินนี้สะท้อนว่าความขัดแย้งไม่ได้มีเพียงมิติทางทหาร แต่ยังเกี่ยวข้องกับการเมืองภายในประเทศ ความน่าเชื่อถือของผู้นำ และแรงกดดันจากประชาชน

ในอีกด้านหนึ่ง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ประกาศว่ารัสเซียและยูเครนตกลงหยุดโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน โดยมีผลทันที อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดของข้อตกลงอย่างชัดเจน และประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กล่าวในเวลาต่อมาว่ายังไม่มีการบรรลุข้อตกลงอย่างเป็นทางการ สถานการณ์จึงยังคงมีความไม่แน่นอน และการสู้รบยังดำเนินต่อไป

งบประมาณกลาโหมของรัสเซียในปีนี้คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเกือบแตะระดับ 17 ล้านล้านรูเบิล หรือประมาณ 6.69 ล้านล้านบาท สูงกว่าแผนเดิมที่รัฐบาลประกาศไว้เมื่อปลายปี 2568 ราว 40% การเพิ่มงบประมาณดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า รัสเซียยังเตรียมทรัพยากรจำนวนมากเพื่อรองรับปฏิบัติการทางทหาร แม้ต้องเผชิญต้นทุนด้านกำลังพล เศรษฐกิจ และแรงกดดันจากนานาชาติ

โดยสรุป รายงาน นาโตอ้างรัสเซียสูญเสียทหารกว่า 5 หมื่นนาย ชี้ให้เห็นว่าสงครามรัสเซีย–ยูเครนยังมีความรุนแรงและอาจยืดเยื้อต่อไป ผู้อ่านควรติดตามข้อมูลจากหลายแหล่งและแยกแยะระหว่างข้อเท็จจริง การประเมิน และความคิดเห็น เพื่อทำความเข้าใจสถานการณ์อย่างรอบด้าน ในมุมมองของผู้เขียน การหยุดโจมตีโครงสร้างพื้นฐานและการเจรจาที่ตรวจสอบได้จะเป็นก้าวสำคัญที่สุดในการลดความสูญเสียของประชาชนและทหารทั้งสองฝ่าย

ติดตามข่าวต่างประเทศอย่างมีวิจารณญาณ และตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนแชร์ทุกครั้ง

ที่มา – นาโตอ้างรัสเซียสูญเสียทหารมากกว่า 5 หมื่นนาย เมื่อก.ย.เพียงเดือนเดียว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *