น้ำท่วมบึงสำราญ ปลาอัลลิเกเตอร์หลุดกว่า 300 ตัว
สถานการณ์ น้ำท่วมบึงสำราญ ปลาอัลลิเกเตอร์หลุดกว่า 300 ตัว กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจ หลังพื้นที่หมู่ 13 ตำบลศาลาแดง อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา ต้องเผชิญน้ำท่วมขังต่อเนื่องเกือบ 4 สัปดาห์ ระดับน้ำสูงกว่า 30 เซนติเมตร จนกระทบต่อบ่อตกปลา ร้านอาหาร บังกะโล และห้องพักทั้งหมด ทำให้บึงสำราญต้องหยุดให้บริการชั่วคราว
น้ำที่ไหลเข้าพื้นที่ไม่ได้สร้างความเสียหายเฉพาะอาคารและการให้บริการเท่านั้น แต่ยังทำให้ปลาที่สะสมอยู่ภายในบ่อหลุดออกไปจำนวนมาก โดยเฉพาะปลาอัลลิเกเตอร์ หรือปลาจระเข้ ซึ่งเป็นปลาขนาดใหญ่และมีฟันคม เจ้าของบึงเลี้ยงปลาเหล่านี้มานานกว่า 18 ปี จึงนับเป็นความเสียหายครั้งใหญ่ของกิจการ
น้ำท่วมบึงสำราญ ปลาอัลลิเกเตอร์หลุดกว่า 300 ตัว
นายหงเงิน เอื้อชื่นชม อายุ 69 ปี เจ้าของบึงสำราญ เปิดเผยว่า ช่วงแรกที่น้ำทะลักเข้าท่วม ปลาภายในบ่อซึ่งมีน้ำหนักรวมประมาณ 20-30 ตัน ถูกกระแสน้ำพัดหลุดออกไป โดยปลาอัลลิเกเตอร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดยาวประมาณ 2-3 เมตร หลุดออกจากบ่อราว 300 ตัว
เบื้องต้นชาวบ้านสามารถจับปลาอัลลิเกเตอร์กลับมาขายคืนให้บึงสำราญได้ประมาณ 40-50 ตัวเท่านั้น ขณะที่ปลาส่วนใหญ่ยังไม่สามารถติดตามกลับมาได้ เจ้าของคาดว่าปลาบางส่วนอาจหลุดลงไปตามคลองธรรมชาติ ซึ่งทำให้เกิดความกังวลเรื่องความปลอดภัยและผลกระทบต่อระบบนิเวศในพื้นที่
ผลกระทบจากน้ำท่วมและปลาที่หลุดจากบ่อ
แม้บึงสำราญจะหยุดดำเนินกิจการชั่วคราว แต่ภาระค่าใช้จ่ายยังคงเกิดขึ้นทุกวัน เจ้าของยังต้องจ่ายเงินเดือนให้พนักงานเกือบร้อยชีวิต รวมถึงจัดหาอาหารให้พนักงานวันละ 3 มื้อ นอกจากนี้ยังต้องเปิดเครื่องตีน้ำเพื่อเติมออกซิเจนตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยรักษาคุณภาพน้ำและป้องกันปลาที่เหลืออยู่ในบ่อตายจากภาวะน้ำเน่าเสีย
น้ำที่ไหลเข้าพื้นที่มาจากบริเวณทุ่งนาโดยรอบและมีคุณภาพไม่เหมาะสมต่อการเลี้ยงปลา เมื่อระดับน้ำภายนอกยังคงสูง บึงสำราญจึงไม่สามารถสูบน้ำออกจากบ่อได้เต็มที่ ส่งผลให้การฟื้นฟูพื้นที่ทำได้อย่างจำกัด เจ้าของกิจการจึงฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาโดยเร็ว
- เร่งเปิดประตูระบายน้ำเพื่อระบายน้ำออกจากพื้นที่
- วางแผนลดระดับน้ำโดยรอบบึงสำราญอย่างเป็นระบบ
- ตรวจสอบคุณภาพน้ำและผลกระทบต่อปลาที่เหลืออยู่
- ติดตามปลาอัลลิเกเตอร์ที่อาจหลุดเข้าสู่คลองธรรมชาติ
- แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ให้หลีกเลี่ยงการจับปลาด้วยมือเปล่า
กรมประมงเตือนระวังปลาอัลลิเกเตอร์
กรมประมงเตือนประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวัง หากพบปลาอัลลิเกเตอร์ในคลอง หนอง หรือแหล่งน้ำธรรมชาติ เพราะเป็นปลาต่างถิ่นที่มีขนาดใหญ่ ฟันแหลมคม และอาจทำให้เกิดบาดแผลได้ ผู้ที่พบเห็นไม่ควรพยายามจับ ขนย้าย หรือเข้าใกล้ด้วยตัวเอง แต่ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ประมงหรือหน่วยงานท้องถิ่นให้เข้าดำเนินการ
อีกประเด็นสำคัญคือ ห้ามรับประทานไข่ปลาอัลลิเกเตอร์โดยเด็ดขาด เนื่องจากไข่ปลาชนิดนี้มีพิษและอาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค การนำปลาหรือไข่ปลาที่จับได้จากพื้นที่น้ำท่วมมาปรุงอาหารเองจึงไม่ใช่เรื่องที่ควรทำ แม้จะไม่แน่ใจว่าเป็นปลาอัลลิเกเตอร์หรือไม่ก็ตาม
กรณี น้ำท่วมบึงสำราญ ปลาอัลลิเกเตอร์หลุดกว่า 300 ตัว สะท้อนให้เห็นว่าน้ำท่วมที่เกิดขึ้นเป็นเวลานานสามารถสร้างผลกระทบต่อธุรกิจ ประชาชน สัตว์น้ำ และสิ่งแวดล้อมในเวลาเดียวกัน การจัดการจึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากเจ้าของกิจการ หน่วยงานรัฐ และชุมชนโดยรอบ
ประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้แหล่งน้ำควรติดตามประกาศจากทางการอย่างต่อเนื่อง หากพบปลาขนาดใหญ่หรือปลาที่มีลักษณะผิดปกติ ไม่ควรไล่จับเพื่อขายหรือประกอบอาหารเอง การแจ้งข้อมูลให้เจ้าหน้าที่อย่างรวดเร็วจะช่วยลดความเสี่ยง และเพิ่มโอกาสในการควบคุมปลาที่หลุดออกจากบ่อได้อย่างปลอดภัย
เหตุการณ์นี้ยังเป็นบทเรียนให้ผู้ประกอบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเตรียมแผนรับมือน้ำท่วมล่วงหน้า เช่น ตรวจสอบแนวคันกั้นน้ำ ติดตั้งอุปกรณ์สำรอง และจัดทำระบบแจ้งเตือนเมื่อระดับน้ำเปลี่ยนแปลง การเตรียมพร้อมที่ดีอาจช่วยลดความสูญเสียและป้องกันสัตว์น้ำต่างถิ่นไม่ให้หลุดสู่ธรรมชาติได้
หากพบปลาอัลลิเกเตอร์หรือสัตว์น้ำผิดปกติในพื้นที่ อย่าเข้าใกล้และอย่ารับประทาน ควรถ่ายภาพจากระยะปลอดภัย พร้อมแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยกันดูแลความปลอดภัยของชุมชนและระบบนิเวศอย่างถูกวิธี
ที่มา – น้ำท่วมบึงสำราญ ฉะเชิงเทรา จม 4 สัปดาห์ “ปลาอัลลิเกเตอร์” ยาว 3 เมตร หลุดบ่อกว่า 300 ตัว

