น้ำเจ้าพระยาทะลัก วัดต้นสนจม เร่งสูบน้ำ

น้ำเจ้าพระยาทะลัก วัดต้นสนจม กลายเป็นสถานการณ์ที่ชาวอ่างทองต้องจับตาอย่างใกล้ชิด หลังมวลน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง และไหลลอดใต้แนวเขื่อนเข้ามาบริเวณด้านข้างบ่อเต่าภายในวัดต้นสน ตำบลตลาดหลวง อำเภอเมืองอ่างทอง ส่งผลให้น้ำเอ่อเข้าท่วมพื้นที่โดยรอบอย่างรวดเร็ว ระดับน้ำอยู่ที่ประมาณ 20-30 เซนติเมตร และมีแนวโน้มกระจายไปยังพื้นที่ส่วนอื่นของวัด หากยังมีน้ำไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

เหตุการณ์ น้ำเจ้าพระยาทะลัก วัดต้นสนจม เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา โดยน้ำเริ่มผุดเข้ามาจากบริเวณใต้เขื่อน ก่อนจะไหลขยายเป็นวงกว้างจนเกือบเต็มพื้นที่วัด พระภิกษุ สามเณร และแม่ชีต้องเดินลุยน้ำเพื่อสำรวจจุดต่าง ๆ พร้อมช่วยกันเคลื่อนย้ายสิ่งของสำคัญขึ้นไปเก็บไว้บนชั้น 2 เพื่อป้องกันความเสียหายจากน้ำที่อาจเพิ่มระดับขึ้นอีก

น้ำเจ้าพระยาทะลัก วัดต้นสนจม เร่งรับมือสถานการณ์

ทางวัดติดตั้งเครื่องสูบน้ำจำนวน 2 เครื่อง เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ แต่ปริมาณน้ำที่ไหลเข้ามามีมากกว่ากำลังการสูบ ทำให้การระบายเป็นไปอย่างล่าช้า แม้เจ้าหน้าที่ภายในวัดจะพยายามทำงานอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่สามารถควบคุมระดับน้ำได้เต็มที่ สภาพพื้นที่โดยรอบจึงยังมีน้ำท่วมขังและต้องเฝ้าระวังตลอดเวลา

พระเณรและแม่ชีช่วยกันย้ายของหนีน้ำ

พระปลัดอุดร รองเจ้าอาวาสวัดต้นสน เปิดเผยว่า ระดับน้ำเริ่มเพิ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงกลางคืนที่ผ่านมา เครื่องสูบน้ำทั้ง 2 เครื่องสามารถช่วยระบายได้บางส่วน แต่ยังไม่ทันกับมวลน้ำที่ไหลเข้ามา ส่งผลให้น้ำเอ่อท่วมพื้นที่เกือบทั้งหมดของวัด ขณะนี้สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญคือความปลอดภัยของพระ เณร แม่ชี และประชาชนที่เข้ามาทำบุญ รวมถึงการป้องกันไม่ให้ทรัพย์สินและอุปกรณ์สำคัญได้รับความเสียหาย

ภายในวัดมีการจัดลำดับการเคลื่อนย้ายสิ่งของ โดยนำเอกสาร เครื่องใช้ไฟฟ้า หนังสือธรรมะ และอุปกรณ์ที่จำเป็นขึ้นไว้ในพื้นที่สูง ขณะเดียวกันผู้ปฏิบัติงานยังต้องระมัดระวังพื้นลื่น กระแสไฟฟ้า และสิ่งกีดขวางที่อาจมองไม่เห็นใต้น้ำ ประชาชนที่ไม่มีความจำเป็นจึงควรหลีกเลี่ยงการเดินทางเข้าไปในบริเวณน้ำท่วมจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

เทศบาลเมืองอ่างทองเตรียมเร่งสูบน้ำออกจากวัด

เบื้องต้นเทศบาลเมืองอ่างทองเตรียมส่งเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์เข้าช่วยเหลือวัดต้นสน โดยมีแผนเพิ่มประสิทธิภาพการสูบน้ำและตรวจสอบแนวเขื่อนบริเวณที่น้ำลอดเข้ามา การทำงานจะเน้นป้องกันไม่ให้น้ำขยายวงกว้างไปยังชุมชนใกล้เคียง พร้อมติดตามระดับน้ำเป็นระยะ หากพบว่าระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะพิจารณาเสริมแนวกั้นและจัดกำลังเข้าดูแลพื้นที่เพิ่มเติม

สถานการณ์ในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า พื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาจำเป็นต้องเตรียมพร้อมรับมือน้ำหลากอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เฉพาะช่วงที่เกิดฝนตกหนักเท่านั้น เพราะระดับน้ำอาจเพิ่มขึ้นจากการระบายน้ำของเขื่อนและมวลน้ำจากพื้นที่ตอนบนได้เช่นกัน การติดตามประกาศจากหน่วยงานราชการจึงเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะสำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้แนวแม่น้ำและพื้นที่ลุ่มต่ำ

ระดับน้ำเจ้าพระยาในอ่างทองยังต้องเฝ้าระวัง

เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำท้ายเขื่อนอยู่ที่ประมาณ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้ระดับน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยาในจังหวัดอ่างทองเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พื้นที่อำเภอไชโย อำเภอป่าโมก และอำเภอเมืองอ่างทอง คาดว่าระดับน้ำจะเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 20-30 เซนติเมตร ส่วนอำเภอวิเศษชัยชาญและอำเภอโพธิ์ทองคาดว่าจะเพิ่มขึ้นประมาณ 15-20 เซนติเมตร

บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดอ่างทองมีระดับน้ำเจ้าพระยาอยู่ที่ 8.93 เมตร ขณะที่ระดับวิกฤตอยู่ที่ 8 เมตร และระดับตลิ่งซึ่งมีแนวเขื่อนกั้นน้ำอยู่ที่ประมาณ 10 เมตร โดยมีปริมาณน้ำไหลผ่านจุดดังกล่าวราว 2,393 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ตัวเลขดังกล่าวทำให้หลายฝ่ายต้องติดตามแนวโน้มอย่างใกล้ชิด เพราะหากมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นอีก อาจกระทบต่อชุมชน บ้านเรือน เส้นทางสัญจร และสถานที่สำคัญริมแม่น้ำ

  • ประชาชนควรย้ายสิ่งของมีค่าและเครื่องใช้ไฟฟ้าขึ้นไว้ในที่สูง
  • หลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำใกล้เสาไฟ ปลั๊กไฟ หรือพื้นที่ที่มีกระแสน้ำ
  • ติดตามประกาศระดับน้ำและคำเตือนจากจังหวัด เทศบาล และหน่วยงานป้องกันภัย
  • เตรียมยา อาหาร น้ำดื่ม ไฟฉาย และเอกสารสำคัญไว้ในถุงกันน้ำ
  • หากพบจุดน้ำไหลแรงหรือแนวกั้นชำรุด ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที

สำหรับวัดต้นสนและชุมชนโดยรอบ สิ่งสำคัญในเวลานี้คือการเร่งระบายน้ำ ควบคู่กับการดูแลความปลอดภัยของผู้ที่อยู่ในพื้นที่ เหตุการณ์ น้ำเจ้าพระยาทะลัก วัดต้นสนจม จึงเป็นสัญญาณเตือนให้ทุกฝ่ายเตรียมพร้อมและไม่ประมาท หากประชาชนช่วยกันติดตามข่าวสาร เคลื่อนย้ายสิ่งของล่วงหน้า และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ ก็จะช่วยลดความเสียหายและผ่านสถานการณ์นี้ไปได้อย่างปลอดภัย

ประชาชนในพื้นที่ควรติดตามการแจ้งเตือนอย่างสม่ำเสมอ และหากต้องการความช่วยเหลือควรติดต่อหน่วยงานท้องถิ่นทันที เพราะการเตรียมตัวเร็วสามารถลดความเสี่ยงจากน้ำท่วมได้อย่างมาก

ที่มา – น้ำเจ้าพระยาทะลัก! ‘วัดต้นสน’ จมอ่วม ‘พระ-เณร-ชี’ ต้องลุยน้ำ เร่งสูบหวั่นขยายวงท่วม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *