บก.จร. ตั้งด่านสกัดจับ 2 คดีรวด หนุ่มใหญ่ซุกอาวุธปืน-โชเฟอร์รถตู้ขนยาบ้า
บก.จร. ตั้งด่านสกัดจับ 2 คดีรวด หนุ่มใหญ่ซุกอาวุธปืน-โชเฟอร์รถตู้ขนยาบ้า
เหตุการณ์ระทึกขวัญเกิดขึ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เมื่อวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา หลังจากที่ทาง บก.จร. ได้มีการจัดตั้งจุดตรวจเพื่อคุมเข้มความปลอดภัยและตรวจวัดควันดำตามนโยบายของรัฐบาล แต่กลับกลายเป็นว่าสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ถึง 2 รายในคดีที่แตกต่างกัน ซึ่งถือเป็นผลงานที่น่าชื่นชมในการรักษาความสงบเรียบร้อย
สำหรับเหตุการณ์ บก.จร. ตั้งด่านสกัดจับ 2 คดีรวด หนุ่มใหญ่ซุกอาวุธปืน-โชเฟอร์รถตู้ขนยาบ้า ในรายแรกนั้น เจ้าหน้าที่ได้ทำการเรียกตรวจรถยนต์บริเวณถนนเลียบทางด่วนวงแหวนรอบนอก ก่อนจะพบว่านายอนุสรณ์ อายุ 44 ปี มีพฤติกรรมน่าสงสัย ภายหลังการตรวจค้นพบอาวุธปืนกึ่งอัตโนมัติขนาด .45 มม. พร้อมเครื่องกระสุนซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าสีดำ ซึ่งถือเป็นความผิดฐานครอบครองและพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต
รายละเอียดการจับกุมโชเฟอร์รถตู้ขนยาเสพติด
ในส่วนของรายที่สองนั้น ถือเป็นเรื่องที่น่าตกใจไม่แพ้กัน เมื่อเจ้าหน้าที่ บก.จร. ได้ตั้งด่านตรวจวัดควันดำบนถนนสุวินทวงศ์ และได้เรียกตรวจรถตู้ป้ายแดงยี่ห้อโตโยต้า ซึ่งมีนายอนุชา อายุ 52 ปี เป็นคนขับ โดยจากการสังเกตพบพิรุธอย่างเห็นได้ชัด ทำให้เจ้าหน้าที่ขอเข้าตรวจค้นตัวรถอย่างละเอียด ผลปรากฏว่าพบยาบ้าจำนวน 313 เม็ดซุกซ่อนอยู่บริเวณที่วางของด้านบนคนขับ ซึ่งผู้ต้องหาได้ยอมรับสารภาพว่ายาเสพติดดังกล่าวเป็นของตนเองจริง ส่งผลให้ต้องถูกแจ้งข้อหาครอบครองยาเสพติดและเสพสารเสพติดให้โทษประเภท 1 ทันที
จากเหตุการณ์ บก.จร. ตั้งด่านสกัดจับ 2 คดีรวด หนุ่มใหญ่ซุกอาวุธปืน-โชเฟอร์รถตู้ขนยาบ้า ครั้งนี้ ทำให้เราเห็นถึงความสำคัญของการตั้งจุดตรวจที่ไม่ได้มีเพียงแค่การตรวจวัดมลพิษจากควันดำเท่านั้น แต่ยังเป็นการสอดส่องอาชญากรรมที่แฝงมากับการจราจรบนท้องถนนอีกด้วย ซึ่งถือเป็นด่านหน้าในการปกป้องสังคมให้ปลอดภัยจากอาวุธและยาเสพติดอย่างแท้จริง
บทเรียนจากเรื่องนี้คือการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดและการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงเข้มงวดในการตรวจตรา ช่วยให้เรามั่นใจได้ว่าถนนหนทางในกรุงเทพฯ จะปลอดภัยขึ้น หากทุกคนร่วมมือกันไม่ยุ่งเกี่ยวกับสิ่งผิดกฎหมาย สังคมก็น่าอยู่ขึ้นอย่างแน่นอน
ที่มา – ‘บก.จร.’ ตั้งด่านสกัดจับ 2 คดีรวด หนุ่มใหญ่ซุกอาวุธปืน-โชเฟอร์รถตู้ขนยาบ้า
