บราซิลหารือ “ภาษีทรัมป์” ร้องเรียน WTO
ประธานาธิบดี ลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ผู้นำบราซิล ประกาศว่าจะหยิบยกประเด็นเรื่อง “ภาษีทรัมป์” ของสหรัฐฯ ขึ้นมาหารือกับกลุ่มประเทศสมาชิกบริกส์ (BRICS) โดยเตรียมพูดคุยทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน และนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดีของอินเดีย เพื่อหาทางออกร่วมกัน
ในฐานะประธานกลุ่มบริกส์ประจำปีนี้ ผู้นำบราซิลมองว่ามาตรการ “ภาษีทรัมป์” เป็นการทำลายกลไกการค้าพหุภาคี และตั้งคำถามถึง “เป้าหมายที่แท้จริง” ของการใช้มาตรการดังกล่าวกับนานาประเทศ
นอกจากนี้ รัฐบาลบราซิลได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อองค์การการค้าโลก (WTO) อย่างเป็นทางการ กรณีที่สหรัฐฯ ตั้งกำแพงภาษีสูงถึง 50% กับสินค้าจากบราซิล โดยให้เหตุผลว่าเป็นการตอบโต้ที่อดีตประธานาธิบดี ฌาอีร์ โบลโซนารู ซึ่งเป็นพันธมิตรของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถูกดำเนินคดีในข้อหาพยายามล้มล้างอำนาจ
รัฐบาลบราซิลประเมินว่า มาตรการ “ภาษีทรัมป์” ส่งผลกระทบต่อสินค้าส่งออกจากบราซิลไปยังสหรัฐฯ คิดเป็นมูลค่าราว 14,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 468,828.50 ล้านบาท) เมื่อปีที่ผ่านมา หรือคิดเป็น 36% ของมูลค่าการส่งออกสินค้าทั้งหมดไปยังสหรัฐฯ
บราซิลหารือ “ภาษีทรัมป์” กับสมาชิกบริกส์ ร้องเรียนองค์การการค้าโลก
ผลกระทบจาก “ภาษีทรัมป์” ที่มีต่อเศรษฐกิจบราซิลนั้นร้ายแรงอย่างเห็นได้ชัด รัฐบาลบราซิลจึงจำเป็นต้องดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ
ท่าทีของบราซิลต่อมาตรการภาษีของสหรัฐฯ
การที่บราซิลตัดสินใจหารือเรื่องนี้กับสมาชิกกลุ่มบริกส์ แสดงให้เห็นว่าบราซิลต้องการสร้างแนวร่วมเพื่อต่อต้านมาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ การพูดคุยกับจีนและอินเดียซึ่งเป็นสองประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ มีศักยภาพในการสร้างแรงกดดันต่อสหรัฐฯ และอาจนำไปสู่การเจรจาเพื่อแก้ไขปัญหาได้
นอกจากนี้ การร้องเรียนต่อองค์การการค้าโลก (WTO) เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่บราซิลใช้เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม หาก WTO พิจารณาว่ามาตรการภาษีของสหรัฐฯ ขัดต่อกฎระเบียบทางการค้า สหรัฐฯ อาจถูกบังคับให้ยกเลิกหรือปรับลดภาษี
สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความท้าทายที่ประเทศต่างๆ เผชิญในการรับมือกับนโยบายการค้าที่ไม่แน่นอนของสหรัฐฯ การรวมกลุ่มและความร่วมมือระหว่างประเทศเป็นสิ่งสำคัญในการต่อรองและปกป้องผลประโยชน์ของตนเอง
ผลกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศ
มาตรการ “ภาษีทรัมป์” ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อบราซิลเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศโดยรวม มาตรการกีดกันทางการค้าสร้างความไม่แน่นอนและลดปริมาณการค้าโลก ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว
หลายฝ่ายกังวลว่า หากสหรัฐฯ ยังคงใช้นโยบายกีดกันทางการค้าต่อไป จะนำไปสู่การตอบโต้จากประเทศอื่นๆ และเกิดสงครามการค้า ซึ่งจะส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจโลก
การรักษาระบบการค้าพหุภาคีที่เป็นธรรมและโปร่งใสเป็นสิ่งสำคัญในการส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ ความร่วมมือและการเจรจาเป็นทางออกที่ดีกว่าการใช้มาตรการกีดกันทางการค้า
การที่บราซิลพยายามหาทางออกให้กับปัญหา “ภาษีทรัมป์” ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะรักษาระบบการค้าที่เป็นธรรมและส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ
ที่มา – บราซิลหารือ “ภาษีทรัมป์” กับสมาชิกบริกส์ ร้องเรียนองค์การการค้าโลก