บิ๊กเกรียงตอกกลับคนพาดพิงฮั้ว สว.ร้ายยกว่ารัฐประหาร

เมื่อวันที่ 2 กันยายน พล.อ. เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่ง ได้ออกมายืนยันอย่างชัดเจนในการให้สัมภาษณ์รายการออนไลน์รัฐสภา “เปิดทุกมุมมอง สไตล์ สว. รั้วของชาติ สู่รั้วรัฐสภา” เมื่อวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา เกี่ยวกับกรณีที่มีบางฝ่ายในวงการการเมืองออกมาพาดพิงว่า “การรัฐประหารร้อยครั้ง ไม่เท่ากับการฮั้วเลือก สว. เพียงครั้งเดียว” ซึ่งเป็นประเด็นที่สร้างความตื่นตันในสังคมอย่างมาก

บิ๊กเกรียงตอกกลับคนพาดพิงฮั้ว สว.ร้ายยกว่ารัฐประหาร

พลเอกเกรียงไกรระบุว่า ความจริงแล้วตนเองไม่ได้ต้องการจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องการเมืองมากนัก แต่เนื่องจากกรณีที่เกิดขึ้นนั้นเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับตำแหน่งที่ตนดำรงอยู่ จึงจำเป็นต้องออกมายืนยันความชัดเจนอย่างเป็นทางการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เพราะขณะนี้ กรณีการถูกกล่าวหาว่ามีพฤติกรรม ฮั้ว สว. ได้ถูกคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับไว้ทำการสอบสวนและไต่สวนอย่างเป็นทางการแล้ว

บิ๊กเกรียงยืนยันไม่ได้ขายชาติ

หนึ่งประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์ในครั้งนี้คือ ข้อกล่าวหาว่ามีการ ฮั้ว สว. เพื่อประโยชน์ส่วนตัว โดยเปรียบเทียบให้เป็นเรื่องร้ายแรงกว่าถึงขั้นรัฐประหาร ซึ่งพล.อ. เกรียงไกรได้บอกว่า ตนยืนยันอย่างเด็ดขาดว่าไม่ได้มีเจตนาจะ “ขายชาติ” หรือ “ขายแผ่นดิน” แต่อย่างใด เนื่องจากการกระทำในลักษณะนั้นจะมีเพียงในกรณีที่มีคำตัดสินจากศาลเท่านั้นที่จะสามารถสรุปได้ว่าเป็นความผิดตามกฎหมาย

ทั้งนี้ การที่มีคนออกมาพูดว่า ฮั้ว สว. เป็นเรื่องหนักกว่ารัฐประหารนั้น เป็นการแสดงออกทางความคิดเห็นที่อาจสะท้อนความไม่พอใจในระบบที่มีอยู่ แต่หากไม่มีหลักฐานชัดเจน หรืออยู่ในกระบวนการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กกต. ก็ไม่ควรพูดจาเพิ่มเติมในทางลบมากเกินไป

พล.อ. เกรียงไกร กล่าวอีกว่า สิ่งที่ตนทำอยู่นั้น คือทำหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด และตนเชื่อว่าทุกคนที่เข้ามาทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภา มีความตั้งใจในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ แม้บางครั้งจะมีการตีความหรือวิจารณ์กันอยู่บ้าง แต่หากอยู่ในกระบวนการยุติธรรม ก็ควรให้เวลาและโอกาสกับคนที่ถูกกล่าวหาให้ได้ชี้แจงอย่างเป็นธรรม

นอกเหนือจากการให้สัมภาษณ์แล้ว ยังเป็นที่น่าสังเกตว่าประชาชนจำนวนมากเริ่มให้ความสนใจต่อประเด็นการ ฮั้ว สว. อย่างจริงจัง ทำให้เกิดการสนทนาและอภิปรายในวงกว้างเกี่ยวกับความโปร่งใสของกระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภาว่าควรได้รับการปรับปรุงหรือไม่ เพื่อไม่ให้เกิดข้อกังขาในอนาคต

ทั้งนี้ ข้อความของ พล.อ. เกรียงไกร สื่อให้เห็นถึงเจตนารมณ์ที่ต้องการให้เรื่องราดเดินไปตามกติกา และอยู่ในกรอบของกฎหมาย เพราะเมื่อใดที่ประชาชนหรือสื่อมวลชนมีข้อสงสัย หน่วยงานที่รับผิดชอบก็ควรเข้ามาตรวจสอบและตัดสินอย่างเป็นธรรม ไม่ใช่ปล่อยให้เรื่องตกค้างและกลายเป็นประเด็นที่ถูกใช้ในการโจมตีทางการเมือง

สุดท้ายนี้ การพูดถึงกรณี ฮั้ว สว. อาจมีความละเอียดอ่อน แต่หากจัดการด้วยความโปร่งใสและความรับผิดชอบ ก็สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคมในระดับหนึ่งได้ การเมืองไทยต้องการการพัฒนาที่ยั่งยืนและมีมาตรฐาน การรักษาความน่าเชื่อถือขององค์กรต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นวุฒิสภา หรือ กกต. จึงเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายควรให้ความสำคัญ

ที่มา – ‘บิ๊กเกรียง‘ตอกกลับคนพาดพิง‘ฮั้ว สว.’ร้ายยกว่ารัฐประหาร-ซัด ‘สว.’ไม่ขายชาติเหมือนคดีที่ถูกศาลเอาผิด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *