บ่อล้างทรายกว่า 45 ไร่ รถวิ่งทั้งวันถนนพัง

ชาวบ้านในชุมชนสระแก้ว ซอยเทศบาล 43 ข้างทางรถไฟ หมู่ 3 ตำบลชากหมาก อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง ออกมาเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐเข้าตรวจสอบกรณี บ่อล้างทรายกว่า 45 ไร่ รถวิ่งทั้งวันถนนพัง หลังพบรถบรรทุกขนาดใหญ่เข้าออกพื้นที่อย่างต่อเนื่อง จนถนนลูกรังได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่เส้นทางมีสภาพเฉอะแฉะ เป็นหลุมเป็นบ่อ และเดินทางได้ยากลำบาก

เส้นทางดังกล่าวเป็นถนนที่ประชาชนในพื้นที่ใช้สัญจรในชีวิตประจำวัน ทั้งการเดินทางไปทำงาน ไปโรงเรียน และขนส่งสินค้า เมื่อมีรถบรรทุกวิ่งผ่านตลอดทั้งวัน สภาพถนนจึงทรุดโทรมเร็วกว่าปกติ ชาวบ้านบางรายต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะเกรงว่าจะเกิดอุบัติเหตุจากหลุมลึก พื้นผิวถนนลื่น และรถบรรทุกที่มีขนาดใหญ่

บ่อล้างทรายกว่า 45 ไร่ รถวิ่งทั้งวันถนนพัง

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่าภายในพื้นที่มีบ่อล้างทรายขนาดใหญ่ เนื้อที่มากกว่า 45 ไร่ พร้อมเครื่องจักรหลายรายการ ได้แก่ รถแบ็กโฮสีเหลือง 3 คัน รถแบ็กโฮสีฟ้า 1 คัน ตะกร้อล้างทราย 1 ตัว และเครื่องฉีดทราย 1 เครื่อง นอกจากนี้ยังพบรถบรรทุก 18 ล้ออีก 3 คัน จอดรอคิวเพื่อขนทรายไปส่งให้แพลนต์ปูนในพื้นที่ต่าง ๆ

ผู้ดูแลพื้นที่เปิดเผยว่า กิจการดังกล่าวมีหน้าที่นำทรายมาฉีดล้างและคัดแยกทรายหยาบ ก่อนนำไปจำหน่ายให้กับแพลนต์ปูน โดยดำเนินกิจการมาหลายเดือนแล้ว ส่วนปัญหาถนนเสียหายยอมรับว่าได้รับผลกระทบจากฝนตกและรถบรรทุกที่วิ่งเข้าออกจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม มีการคาดการณ์ว่าสภาพถนนอาจดีขึ้นเมื่อเข้าสู่ช่วงหน้าแล้ง

บ่อล้างทรายกว่า 45 ไร่ รถวิ่งทั้งวันถนนพัง กระทบชุมชนอย่างไร

ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ระบุว่า ที่ดินดังกล่าวมีเอกสารสิทธิ์และเจ้าของที่ดินได้ให้ผู้ประกอบการเช่าพื้นที่เพื่อดำเนินกิจการล้างทราย ต่อมาชาวบ้านและผู้นำชุมชนได้แจ้งให้ผู้ประกอบการตรวจสอบเรื่องการขออนุญาตให้ถูกต้อง เนื่องจากเครื่องจักรที่นำมาใช้อาจมีกำลังแรงม้าเข้าข่ายตามข้อกำหนดของกฎหมาย

ประเด็นที่ชุมชนเป็นห่วงไม่ได้มีเพียงสภาพถนนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผลกระทบด้านความปลอดภัย ฝุ่นละออง เสียงจากเครื่องจักร และความเสี่ยงจากรถบรรทุกขนาดใหญ่ที่ใช้เส้นทางร่วมกับประชาชน แม้ผู้ประกอบการจะระบุว่าเป็นเพียงการล้างทราย แต่การดำเนินงานต่อเนื่องหลายเดือนและมีการใช้เครื่องจักรหลายประเภท ทำให้ชาวบ้านต้องการความชัดเจนว่ากิจการดังกล่าวเข้าข่ายต้องขอใบอนุญาตประเภทใดบ้าง

  • ตรวจสอบใบอนุญาตประกอบกิจการและการใช้เครื่องจักรให้ครบถ้วน
  • ตรวจสอบว่ากิจการเข้าข่ายเป็นโรงงานอุตสาหกรรมหรือไม่
  • เร่งปรับปรุงถนนที่ชำรุดและวางมาตรการลดผลกระทบต่อประชาชน
  • กำหนดเส้นทางและช่วงเวลาการเดินรถบรรทุกให้เหมาะสม
  • ติดตามผลกระทบด้านฝุ่น เสียง และความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง

ในช่วงฝนตก ถนนลูกรังภายในชุมชนมีสภาพเปียกแฉะและเป็นหลุมลึก จนรถบรรทุกบางส่วนต้องเปลี่ยนไปใช้เส้นทางเลียบทางรถไฟเพื่อออกไปยังเส้นทางอื่นแทน การเปลี่ยนเส้นทางดังกล่าวอาจช่วยลดปัญหาบางช่วง แต่ก็ทำให้เกิดคำถามเรื่องความปลอดภัยและผลกระทบต่อพื้นที่ใกล้เคียง จึงควรมีหน่วยงานเข้ามาประเมินเส้นทางอย่างเป็นระบบ

กรณี บ่อล้างทรายกว่า 45 ไร่ รถวิ่งทั้งวันถนนพัง สะท้อนปัญหาที่มักเกิดขึ้นเมื่อกิจการขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใกล้ชุมชน หากไม่มีการกำหนดมาตรการควบคุมตั้งแต่ต้น ภาระในการดูแลถนนและผลกระทบต่าง ๆ อาจตกอยู่กับประชาชนในพื้นที่ การประกอบธุรกิจควรดำเนินไปพร้อมกับความรับผิดชอบต่อสังคม โดยผู้ประกอบการต้องร่วมแก้ไขถนน ดูแลความสะอาด และลดความเดือดร้อนของผู้ใช้เส้นทาง

ขณะนี้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับใบอนุญาตและสถานะของกิจการยังต้องรอหน่วยงานที่มีอำนาจเข้าตรวจสอบและชี้แจงอย่างเป็นทางการ การตรวจสอบควรทำอย่างโปร่งใส พร้อมเปิดโอกาสให้ชาวบ้านรับทราบข้อมูลและเสนอความคิดเห็น เพราะประชาชนคือผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง

หากพบว่าการดำเนินกิจการยังมีเอกสารหรือใบอนุญาตไม่ครบ ผู้ประกอบการควรเร่งดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย ขณะเดียวกันหน่วยงานท้องถิ่นควรจัดทำแผนซ่อมแซมถนนและกำหนดมาตรการป้องกันความเสียหายในระยะยาว ความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการ ชุมชน และภาครัฐจะช่วยให้การพัฒนาเศรษฐกิจเกิดขึ้นได้โดยไม่สร้างภาระให้คนในพื้นที่ ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามผลการตรวจสอบและแจ้งปัญหาเพิ่มเติมต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ทุกฝ่ายร่วมกันหาทางออกอย่างเป็นธรรม

ที่มา – ชาวบ้านโวย บ่อล้างทรายกว่า 45 ไร่ รถวิ่งทั้งวันถนนพังยับ วอนรัฐตรวจสอบ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *