ปกรณ์เดินหน้าโครงการ 1 กรม 1 โปร่งใสไร้เทา

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเปิดและประกาศเจตนารมณ์ร่วมขับเคลื่อน โครงการ 1 กรม 1 โปร่งใสไร้เทา ภายใต้แนวคิด “Shift for Transparency: มองให้ไกล เปลี่ยนให้ทัน สร้างรัฐโปร่งใส” ณ ทำเนียบรัฐบาล โดยมีผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนเข้าร่วม เพื่อผลักดันการเปลี่ยนแปลงระบบราชการให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ และตอบโจทย์ประชาชนมากขึ้น

นายปกรณ์ย้ำว่า ปัญหาการทุจริตเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยไม่สามารถพัฒนาได้อย่างเต็มศักยภาพ หากลดการทุจริตลงได้ ประชาชนจะมีโอกาสมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เศรษฐกิจจะเดินหน้า และประเทศจะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้อย่างยั่งยืน ที่ผ่านมาสังคมอาจพูดถึงปัญหานี้มานาน แต่การแก้ไขอย่างจริงจังจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย

โครงการ 1 กรม 1 โปร่งใสไร้เทา เดินหน้าปรับระบบราชการ

รัฐบาลมองว่าเป้าหมายสูงสุดของโครงการคือการทำให้ประชาชนได้รับบริการที่สะดวก รวดเร็ว และเป็นธรรมมากขึ้น การสร้างรัฐโปร่งใสจึงไม่ได้หมายถึงการจับผิดหรือเอาผิดเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเริ่มตั้งแต่การออกแบบกระบวนการทำงานที่ดี ลดช่องว่างที่อาจนำไปสู่การเรียกรับผลประโยชน์ และเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบ

โครงการ 1 กรม 1 โปร่งใสไร้เทา กับ 3 แนวทางสำคัญ

การขับเคลื่อนโครงการมีแนวทางหลักที่มุ่งแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ โดยเน้นการปรับวิธีทำงานให้ทันสมัยและลดภาระของประชาชน ดังนี้

  • ปรับกระบวนการทำงาน: หน่วยงานรัฐต้องทบทวนขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน ล่าช้า หรือสร้างภาระเกินความจำเป็น แล้วปรับให้มีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น การลดขั้นตอนยังช่วยลดโอกาสที่เจ้าหน้าที่จะใช้ดุลยพินิจโดยไม่จำเป็น
  • นำเทคโนโลยีมาใช้: ระบบดิจิทัลสามารถช่วยให้การให้บริการมีมาตรฐาน ตรวจสอบย้อนหลังได้ และลดการติดต่อที่ไม่จำเป็นระหว่างเจ้าหน้าที่กับประชาชน เทคโนโลยียังช่วยลดต้นทุน เพิ่มความแม่นยำ และทำให้การทำงานมีความโปร่งใสมากขึ้น
  • ปรับปรุงกฎหมายและระเบียบ: รัฐบาลจะทบทวนกฎหมายลำดับรองและกฎระเบียบที่ใช้มาเป็นเวลานาน โดยเฉพาะข้อกำหนดที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อให้ประชาชนเข้าใจและปฏิบัติตามได้ง่าย ลดความคลุมเครือ และแก้ปัญหาการทุจริตตั้งแต่ต้นทาง

นอกจาก 3 แนวทางดังกล่าว การตรวจสอบและการสอบสวนเรื่องร้องเรียนต้องมีความรวดเร็ว มีกรอบเวลาที่ชัดเจน และดำเนินการอย่างเป็นธรรมกับทุกฝ่าย หากกระบวนการตรวจสอบใช้เวลานานเกินไป อาจทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่น ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ที่ถูกกล่าวหาก็ไม่ได้รับความเป็นธรรม ดังนั้น ทุกหน่วยงานจึงควรมีระบบติดตามผลและสื่อสารความคืบหน้าอย่างเหมาะสม

การทำงานครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน และกลุ่มภาคประชาชนที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาชนถือเป็นหัวใจสำคัญ เพราะปัญหาความไม่โปร่งใสไม่ได้กระทบเฉพาะหน่วยงานรัฐ แต่ส่งผลต่อผู้ประกอบการ ผู้ใช้บริการ และภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศ

หน่วยงานที่ได้รับเลือกเข้าร่วมโครงการไม่ได้หมายความว่าเป็นหน่วยงานที่มีปัญหามากที่สุด แต่ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานนำร่องและเป็นพี่เลี้ยงให้กับหน่วยงานอื่น การทดลองปรับเปลี่ยนกระบวนการในหน่วยงานกลุ่มแรกจะช่วยให้เกิดบทเรียน ตัวอย่างที่ดี และแนวทางที่สามารถขยายผลไปยังส่วนราชการทั่วประเทศได้

นายปกรณ์ยังระบุว่า ความสำเร็จของ โครงการ 1 กรม 1 โปร่งใสไร้เทา จะไม่วัดจากจำนวนผู้เข้าร่วมงานเท่านั้น แต่ต้องวัดจากผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง เช่น การเปลี่ยนกระบวนการทำงาน การใช้เทคโนโลยี การแก้ไขกฎหมายและระเบียบ รวมถึงการเปิดช่องทางรับฟังปัญหาจากประชาชน หากประชาชนติดต่อหน่วยงานได้ง่ายขึ้น รู้ขั้นตอนชัดเจน และสามารถติดตามเรื่องของตนเองได้ นั่นคือสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมาย

การสร้างวัฒนธรรมความโปร่งใสควรเริ่มตั้งแต่การปลูกฝังจิตสำนึกในหลักสูตรการศึกษาและการอบรมบุคลากรทุกระดับ เจ้าหน้าที่รัฐควรเข้าใจว่าหน้าที่ของตนคือการให้บริการประชาชนอย่างสุจริต ขณะที่ประชาชนและภาคธุรกิจก็ควรมีส่วนร่วมในการแจ้งเบาะแสและเสนอแนวทางปรับปรุงบริการ การร่วมมือกันเช่นนี้จะช่วยให้การป้องกันมีประสิทธิภาพมากกว่าการรอให้เกิดปัญหาแล้วจึงติดตามจับกุม

ในมุมมองของประชาชน รัฐโปร่งใสไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การขอใบอนุญาต การเข้าถึงสวัสดิการ การติดต่อหน่วยงาน ไปจนถึงการประกอบธุรกิจ หากระบบราชการชัดเจนและเป็นธรรม ทุกคนจะประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย พร้อมได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียม ขณะเดียวกันประเทศก็จะมีบรรยากาศที่เอื้อต่อการลงทุนและการพัฒนา

การประกาศเจตนารมณ์ครั้งนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ แต่การทำให้เกิดผลจริงต้องอาศัยความต่อเนื่อง ความรับผิดชอบ และการประเมินผลที่เปิดเผย โครงการ 1 กรม 1 โปร่งใสไร้เทา จะประสบความสำเร็จได้เมื่อทุกฝ่ายเปลี่ยนจากการพูดถึงปัญหาไปสู่การลงมือทำอย่างจริงจัง หากภาครัฐ เอกชน และประชาชนเดินหน้าไปด้วยกัน ประเทศไทยก็มีโอกาสสร้างระบบราชการที่น่าเชื่อถือและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยได้ในระยะยาว

การเปลี่ยนแปลงอาจไม่เกิดขึ้นภายในวันเดียว แต่ทุกหน่วยงานสามารถเริ่มต้นได้ตั้งแต่วันนี้ ด้วยการเปิดเผยข้อมูล ลดขั้นตอน รับฟังเสียงประชาชน และยึดความสุจริตเป็นหลัก หากทุกคนช่วยกันขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง รัฐโปร่งใสจะไม่ใช่เพียงเป้าหมาย แต่จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของประเทศไทย

ที่มา – ‘ปกรณ์’ ประกาศเจตนารมย์ร่วมขับเคลื่อนโครงการ 1 กรม 1 โปร่งใสไร้เทา

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *