ปทส. ลุยบุกรุก “อุทยานแหลมสน” ส.ค.1 งอกเป็น 45 ไร่

เชื่อว่าหลายคนคงได้ยินข่าวคราวความคืบหน้าเกี่ยวกับการปราบปรามการบุกรุกพื้นที่ป่าไม้ โดยเฉพาะกรณีล่าสุดที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปทส. ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบการบุกรุก ปทส. ลุยบุกรุก “อุทยานแหลมสน” ส.ค.1 งอกเป็น 45 ไร่ เปลี่ยนมือ 5 ครั้ง ตกอยู่ในมือนายทุน ซึ่งถือเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจอย่างมากครับ

ตรวจสอบที่มา ปทส. ลุยบุกรุก “อุทยานแหลมสน” ส.ค.1 งอกเป็น 45 ไร่ เปลี่ยนมือ 5 ครั้ง ตกอยู่ในมือนายทุน

เหตุการณ์เริ่มต้นจากการที่ พ.ต.อ.อภิสัณฐ์ ไชยรัตน์ ผกก.5 บก.ปทส. เข้าตรวจสอบพื้นที่ นส.3 แปลงที่ 915 หมู่ 2 ต.กำพวน อ.สุขสำราญ จ.ระนอง ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายที่กรมอุทยานฯ ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดี โดยสภาพพื้นที่ที่พบนั้นค่อนข้างน่าตกใจครับ เพราะเป็นพื้นที่ลาดชัน แต่กลับมีร่องรอยการตัดถนนและแผ้วถางอย่างผิดปกติ ซึ่งขัดกับหลักฐานการขอออกเอกสารสิทธิ์เดิมอย่างสิ้นเชิง

เบื้องลึก ส.ค.1 จาก 6 ไร่ กลายเป็น 45 ไร่ได้อย่างไร?

ความผิดปกติที่พบคือจากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า เดิมทีพื้นที่นี้มีการอ้างสิทธิ์ครอบครองด้วย ส.ค.1 เพียง 6 ไร่เท่านั้น แต่เมื่อมีการรังวัดเพื่อออกเอกสารสิทธิ์ นส.3 ก. ในปี 2537 กลับกลายเป็นว่าที่ดินขยายตัวขึ้นเป็น 45 ไร่ 2 งาน 40 ตารางวา ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญของการติดตามที่ดินทำกินของรัฐ โดยมีประเด็นที่น่าสังเกตดังนี้ครับ

  • พื้นที่ดังกล่าวมีการเปลี่ยนมือมาแล้วถึง 5 ครั้ง
  • ปัจจุบันกลุ่มนิติบุคคลและนายทุนเป็นผู้ครอบครองตัวจริง
  • ชาวบ้านในพื้นที่แทบไม่มีส่วนร่วม เหลือเพียงไม่กี่รายที่ยังถือครองอยู่

จากการลงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ยังพบอีกว่า บริเวณจุดสูงสุดของที่ดินแปลงนี้มองเห็นวิวทะเลที่สวยงามมาก ซึ่งไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมนายทุนถึงพยายามกว้านซื้อที่ดินบริเวณนี้ไปครอบครอง ทั้งที่เป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติที่ควรจะเป็นสมบัติของคนไทยทุกคนครับ

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปทส. กำลังเร่งตรวจสอบข้อมูลจากทะเบียนราษฎร์และเอกสารสิทธิ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาตัวผู้กระทำความผิดที่มีรายชื่ออยู่ในสารระบบที่ดินทั้ง 3 แปลงมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด โดยจะมีการเข้าตรวจสอบแปลงที่ดินหมายเลข 916 และ 917 เพิ่มเติมเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานให้แน่นหนาขึ้นครับ

ในมุมมองของผม กรณี ปทส. ลุยบุกรุก “อุทยานแหลมสน” ส.ค.1 งอกเป็น 45 ไร่ เปลี่ยนมือ 5 ครั้ง ตกอยู่ในมือนายทุน นี้ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของการบุกรุกป่าธรรมดา แต่เป็นสัญญาณเตือนภัยถึงกลไกการออกเอกสารสิทธิ์ที่อาจมีช่องโหว่ให้กลุ่มผู้มีอิทธิพลหรือนายทุนเข้ามาแสวงหาประโยชน์จากพื้นที่รัฐได้ง่ายเกินไป เราคงต้องจับตาดูกันยาวๆ ว่าบทสรุปของคดีนี้จะสามารถทวงคืนพื้นที่แหลมสนกลับมาเป็นของส่วนรวมได้สำเร็จหรือไม่ และผู้เกี่ยวข้องจะต้องได้รับโทษอย่างไรบ้างครับ

ที่มา – ปทส. ลุยบุกรุก “อุทยานแหลมสน” ส.ค.1 งอกเป็น 45 ไร่ เปลี่ยนมือ 5 ครั้ง ตกอยู่ในมือนายทุน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *