ประธาน กกต. ยันพิจารณาสำนวนคดีฮั้วเลือก สว. เสร็จตามกรอบ
กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมต่างให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง สำหรับความคืบหน้ากรณีการตรวจสอบคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ล่าสุดนายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกมาสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่า ประธาน กกต. ยันพิจารณาสำนวนคดีฮั้วเลือก สว. เสร็จตามกรอบ 12 นัดแน่นอน โดยยืนยันว่าการทำงานของ กกต. นั้นเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมายอย่างเคร่งครัด
ประธาน กกต. ยันพิจารณาสำนวนคดีฮั้วเลือก สว. เสร็จตามกรอบ 12 นัดแน่นอน
หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมขั้นตอนการตรวจสอบถึงดูเหมือนต้องใช้เวลานาน ในเรื่องนี้ทางประธาน กกต. ได้ชี้แจงว่า ปัจจุบัน กกต. มีการประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องนี้ทุกวันจันทร์ ซึ่งดำเนินมาแล้ว 3 ครั้ง และเหลืออีกเพียงไม่กี่ครั้งก็จะครบกำหนด 12 นัดตามที่วางแผนไว้ เพื่อให้การตรวจสอบสำนวนที่มีจำนวนมหาศาลเป็นไปอย่างรอบคอบที่สุด
กกต. มีหน้าที่วินิจฉัยไม่ใช่ไปรษณีย์
ประเด็นที่น่าสนใจและเป็นหัวใจสำคัญคือคำชี้แจงที่ว่า ประธาน กกต. ยันพิจารณาสำนวนคดีฮั้วเลือก สว. เสร็จตามกรอบ 12 นัดแน่นอน โดยย้ำว่า กกต. ไม่ใช่บุรุษไปรษณีย์ที่จะหยิบเอกสารส่งต่อให้ศาลทันทีตามแรงกดดัน เพราะตามกฎหมายแล้ว กกต. มีหน้าที่ต้องสืบสวนและวินิจฉัยข้อเท็จจริงด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการยกคำร้องหรือส่งเรื่องให้ศาลพิจารณาต่อ เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย
- มั่นใจหลักฐานในสำนวนครอบคลุมทั้งพยานบุคคลและพยานวิทยาศาสตร์
- ยืนยันไม่มีการยื้อเวลา แต่ต้องใช้เวลาอ่านสำนวนอย่างละเอียด
- การทำงานต้องสอดคล้องกับวาระการเลือกตั้งท้องถิ่นและเรื่องร้องเรียนอื่นๆ ด้วย
ในมุมมองของการทำงานระดับนี้ ความรวดเร็วเป็นเรื่องสำคัญ แต่ความถูกต้องแม่นยำสำคัญยิ่งกว่า การที่ กกต. ยืนหยัดทำตามกระบวนการแทนที่จะรีบร้อนทำตามกระแสสังคม ถือเป็นบทพิสูจน์ความอดทนและหน้าที่ความรับผิดชอบที่หนักอึ้ง ถึงแม้ว่าจะมีเสียงเรียกร้องจากฝ่ายต่างๆ เข้ามา แต่สิ่งที่ประชาชนคาดหวังได้คือความเป็นธรรมที่จะเกิดขึ้นจากข้อสรุปที่มีหลักฐานแน่นหนาที่สุด
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ติดตามเรื่องนี้อยู่ อย่าลืมติดตามผลการประชุม กกต. ครั้งต่อไปอย่างใกล้ชิด เพราะบทสรุปจากการตรวจสอบนี้จะเป็นตัวชี้วัดความโปร่งใสในกระบวนการสรรหาบุคลากรระดับประเทศที่สำคัญยิ่งในอนาคต