ปริมาณพัสดุสู่สหรัฐลดฮวบ หลังทรัมป์ระงับเว้นภาษี “พัสดุมูลค่าต่ำ”

ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา การขนส่งพัสดุระหว่างประเทศมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก โดยเฉพาะการส่งพัสดุไปยังสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการตัดสินใจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการยกเลิกกฎการยกเว้นภาษีพัสดุมูลค่าต่ำ หรือที่เรียกกันว่า “ดี มินิมิส” (de minimis) ทำให้เกิดการหยุดชะงักของปริมาณพัสดุสู่สหรัฐลดฮวบอย่างเห็นได้ชัด

ปริมาณพัสดุสู่สหรัฐลดฮวบ ผลกระทบหลังยกเลิกกฎดี มินิมิส

ตามรายงานของสำนักข่าวซินหัวจากเมืองเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 7 กันยายนที่ผ่านมา สำนักงานไปรษณีย์สากลแห่งสหประชาชาติ (Universal Postal Union หรือ UPU) ได้ออกแถลงการณ์ว่า ผู้ให้บริการไปรษณีย์อย่างน้อย 88 ประเทศได้แจ้งว่า ได้ระงับหรือลดบริการไปรษณีย์บางส่วนหรือทั้งหมดที่ส่งมายังสหรัฐแล้ว และจะกลับมาดำเนินการอีกครั้งเมื่อสถานการณ์คลี่คลายลง

นายมาซาฮิโกะ เมโทกิ ผู้อำนวยการ UPU กล่าวว่า ขณะนี้ยูพียูกำลังเร่งพัฒนาวิธีแก้ไขทางเทคนิคใหม่ เพื่อช่วยให้ระบบการขนส่งพัสดุกลับสู่สภาวะปกติอีกครั้ง โดยเหตุการณ์นี้ไม่ใช่เพียงผลกระทบที่เกิดขึ้นแพร่หลายทั่วโลก แต่ก็เป็นกรณีที่เกิดขึ้นครั้งแรกที่รัฐบาลของสหรัฐฯ กำหนดให้ผู้ขนส่ง หรือกิจการที่เกี่ยวข้องกับการรับส่งพัสดุ เช่น สายการบินพาณิชย์ต้องรับผิดชอบในการจัดเก็บภาษีศุลกากรแทน

อุปสรรคในการรับผิดชอบภาษีจากยูพียู

ข้อมีอยู่แต่เดิม ทั้งผู้ขนส่งพัสดุต่างประเทศ และผู้ให้บริการขนส่งในสหรัฐฯ มีการใช้ช่องทางที่ได้รับการยอมรับจากหน่วยงานศุลกากรสหรัฐ (U.S. Customs and Border Protection หรือ CBP) ในการติดตามและจัดเก็บภาษี แต่ในปัจจุบัน ตัวแทนเหล่านี้ยังไม่สามารถจัดตั้งช่องทางการเชื่อมต่ออย่างเหมาะสมกับระบบของซีบีพี ทำให้ระบบขนส่งทั้งในและต่างประเทศต้องเผชิญกับความวุ่นวาย และมีความล่าช้าอย่างมาก

ทางด้านผู้ขนส่งพัสดุจำนวนมาก ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับความสามารถในการรับผิดชอบในส่วนของตนเอง โดยระบุว่า พวกเขาไม่ได้รับการเตรียมการ หรือการจัดสรรสิ่งอำนวยความสะดวกเพียงพอให้สามารถปฏิบัติตามกฏการใหม่ของสหรัฐฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

และที่สำคัญ การดำเนินการนี้เกิดขึ้นหลังจากประธานาธิบดีทรัมป์ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม เพื่อยุติกฎการยกเว้นภาษีขั้นต่ำ “ดี มินิมิส” ซึ่งเดิมอนุญาตให้สินค้าที่มีมูลค่าต่ำกว่า 800 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 26,000 บาท) สามารถเข้าสู่สหรัฐได้โดยไม่ต้องเสียภาษี แต่มีผลใช้บังคับนับตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม ที่ผ่านมา

  • ผลกระทบจากกฎใหม่
  • ระบบการขนส่งยังไม่พร้อม
  • ปริมาณพัสดุที่เข้าสหรัฐลดลง
  • ผู้ให้บริการยังไม่สามารถเชื่อมต่อกับ CBP ได้

รายงานจากยูพียูระบุชัดว่า การประกาศใช้กฎดีมินิมิสใหม่ส่งผลโดยตรงต่อปริมาณพัสดุที่ส่งเข้าสหรัฐฯ โดยลดลงไปอย่างมาก จนแทบจะหยุดชะงัก และในช่วงระยะเวลานี้เป็นครั้งแรกที่มีการกำหนดให้ผู้ขนส่งและผู้ให้บริการขนส่งพัสดุมีหน้าที่รับผิดชอบในการรายงานและจัดเก็บภาษีศุลกากรแทน ซึ่งสร้างความไม่แน่นอนให้กับทั้งผู้ส่งและผู้รับพัสดุในหลายประเทศ

แนวโน้มในอนาคตอย่างไร?

แม้สหรัฐฯ จะมีวัตถุประสงค์ในการเพิ่มรายได้จากการเก็บภาษีศุลกากร และปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศ แต่การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบอย่างฉับพลันนี้มีแนวโน้มที่จะกระทบต่อกิจกรรมการค้าออนไลน์ระหว่างประเทศ ตลอดจนห่วงโซ่อุปทานของผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลางที่ใช้ระบบขนส่งพัสดุระหว่างประเทศเป็นหลักสำคัญในการเข้าถึงตลาดโลก

ในระยะยาว หากสหรัฐฯ หรือผู้ให้บริการขนส่งในประเทศยังไม่หาทางออกที่เหมาะสม การลดฮวบของปริมาณพัสดุสู่สหรัฐอาจส่งผลกระทบซ้ำซากต่อระบบโลจิสติกส์และปัจจุบันอาจกระทบต่อเศรษฐกิจโลกได้เพิ่มขึ้นอีกด้วย

ที่มา – ปริมาณพัสดุสู่สหรัฐลดฮวบ หลังทรัมป์ระงับเว้นภาษี “พัสดุมูลค่าต่ำ”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *