ป.ป.ช.ผนึก 39 หน่วยงาน สรุปผลแผนงานบูรณาการต่อต้านทุจริตปี 69
ป.ป.ช.ผนึก 39 หน่วยงาน สรุปผลแผนงานบูรณาการต่อต้านทุจริตปี 69 หลังร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจป้องกันและปราบปรามการทุจริตตลอดปีงบประมาณ 2569 โดยสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อสรุปผลการดำเนินงาน ติดตามความก้าวหน้า และแลกเปลี่ยนแนวทางพัฒนาการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
การประชุมครั้งนี้มีผู้บริหารส่วนราชการ ผู้บริหารสำนักงาน ป.ป.ช. และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม เพื่อสะท้อนภาพรวมการทำงานตามแผนงานบูรณาการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ โดย ป.ป.ช. ทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพหลักในการกำกับ ดูแล ติดตาม ประเมินผลสัมฤทธิ์ และตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณของหน่วยงานต่าง ๆ
ป.ป.ช.ผนึก 39 หน่วยงาน สรุปผลแผนงานบูรณาการต่อต้านทุจริตปี 69
สำหรับปีงบประมาณ 2569 แผนงานดังกล่าวได้รับการจัดสรรงบประมาณรวม 943.3323 ล้านบาท มีหน่วยงานเข้าร่วมบูรณาการทั้งหมด 39 หน่วยงาน ข้อมูล ณ วันที่ 28 สิงหาคม 2569 ระบุว่า มีการเบิกจ่ายงบประมาณแล้ว 814.6260 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 86.36 ขณะที่อีก 12 หน่วยงานอยู่ระหว่างดำเนินงานในไตรมาสที่ 4
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐในการเดินหน้าภารกิจต่อต้านการทุจริตอย่างเป็นระบบ อย่างไรก็ตาม การติดตามผลไม่ได้พิจารณาเฉพาะยอดเบิกจ่ายเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงต่อประชาชน สังคม และระบบราชการด้วย
ป.ป.ช.ผนึก 39 หน่วยงาน สรุปผลแผนงานบูรณาการต่อต้านทุจริตปี 69 กับผลลัพธ์ที่น่าสนใจ
หนึ่งในผลการดำเนินงานที่โดดเด่นคือการปลูกฝังความซื่อสัตย์สุจริตให้แก่เด็ก เยาวชน และประชาชน โดยสัดส่วนเด็กและเยาวชนไทยที่มีพฤติกรรมยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริตอยู่ที่ร้อยละ 89.90 สูงกว่าเป้าหมายซึ่งกำหนดไว้ที่ร้อยละ 86 ส่วนประชาชนที่มีวัฒนธรรม ค่านิยมสุจริต และทัศนคติต่อต้านการทุจริต มีสัดส่วนร้อยละ 89.20 ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายเช่นกัน
นอกจากนี้ ยังมีการปรับปรุงแผนการจัดการเรียนรู้หลักสูตรต้านทุจริตศึกษา 13 แผน เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน รวมถึงการร่วมมือกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อนำกฎหมาย ป.ป.ช. และหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาเข้าสู่สถาบันอุดมศึกษา 89 แห่งผ่านระบบ e-Learning พร้อมพัฒนาวิทยากรตัวคูณสำหรับขยายความรู้ไปยังเด็กและเยาวชนทั่วประเทศ
ด้านการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ หรือ ITA ปีงบประมาณ 2569 มีหน่วยงานเข้าร่วม 8,319 หน่วยงาน และยังขยายการประเมินไปยังภาคเอกชนที่เป็นคู่ค้าและคู่สัญญาของรัฐผ่าน ITAGC เพื่อยกระดับความโปร่งใสตลอดห่วงโซ่การทำงาน
มาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
ในด้านการป้องกันการทุจริต มีการขับเคลื่อนมาตรการตามมาตรา 32 ในประเด็นสำคัญ เช่น การรับและให้สินบน การใช้ประโยชน์ที่ราชพัสดุ โครงการอาหารกลางวันนักเรียน การทุจริตเชิงนโยบาย และประเด็นความเสี่ยงในระดับพื้นที่ ผลที่เห็นได้ชัดคือจำนวนคดีทุจริตโดยรวมลดลงร้อยละ 47.13 จาก 3,429 เรื่องในปีฐาน 2565 เหลือ 1,813 เรื่องในปี 2569
- ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของเจ้าพนักงานของรัฐ 28,890 บัญชี
- ตรวจสอบและไต่สวนคดีร่ำรวยผิดปกติ 133 เรื่อง
- นำระบบจัดการต่อต้านการติดสินบนตามมาตรฐาน ISO 37001:2016 มาใช้
- พัฒนาเกณฑ์ประเมินความเสี่ยงเรื่องผลประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม
- พัฒนาแพลตฟอร์มป้องกันการทุจริตด้านการจัดซื้อจัดจ้าง
สำหรับการปราบปรามการทุจริต หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดกระบวนการดำเนินคดีให้แล้วเสร็จภายในกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด พร้อมนำเทคโนโลยีดิจิทัลและระบบปัญญาประดิษฐ์มาใช้บริหารจัดการคดีและวิเคราะห์พยานหลักฐาน ข้อมูล ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2569 พบว่ามีการดำเนินงานด้านปราบปรามการทุจริต 5,428 เรื่อง และมีการยึดหรืออายัดทรัพย์สินตามกฎหมายฟอกเงินรวมมูลค่า 114,847,235.84 บาท
อย่างไรก็ตาม ยังมีโจทย์สำคัญที่ต้องเร่งแก้ไข โดยสัดส่วนกระบวนการดำเนินคดีทุจริตที่ต้องขอขยายระยะเวลาเกินกรอบปกติอยู่ที่ร้อยละ 73.11 สูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ไม่เกินร้อยละ 20 ประเด็นนี้จึงเป็นเรื่องที่ทุกหน่วยงานควรร่วมกันวิเคราะห์สาเหตุและปรับปรุงกระบวนการทำงานให้รวดเร็วขึ้น
ก้าวต่อไปของการสร้างสังคมโปร่งใส
ผลประเมิน ITA ปี 2568 ของประเทศไทยมีคะแนนเฉลี่ย 93.82 คะแนน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 0.77 คะแนน และเป็นคะแนนเฉลี่ยสูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มการประเมิน ขณะเดียวกัน ดัชนีการรับรู้การทุจริต หรือ CPI ปี 2568 ประเทศไทยได้ 33 คะแนน อยู่ในอันดับที่ 116 จาก 182 ประเทศ ส่วนผลตัวชี้วัดปีงบประมาณ 2569 ยังรอประกาศในช่วงต้นปี 2570
อีกความคืบหน้าที่น่าจับตาคือการเตรียมความพร้อมเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD รวมถึงการยื่นคำขอเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาต่อต้านการให้สินบนของ OECD ซึ่งจะช่วยผลักดันให้กฎหมายและการบังคับใช้ของไทยสอดคล้องกับมาตรฐานสากลมากขึ้น
โดยสรุป ป.ป.ช.ผนึก 39 หน่วยงาน สรุปผลแผนงานบูรณาการต่อต้านทุจริตปี 69 แสดงให้เห็นทั้งความก้าวหน้า ตัวเลขผลสัมฤทธิ์ และปัญหาที่ต้องเร่งพัฒนา การสร้างความโปร่งใสจะเกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืนเมื่อหน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน และประชาชนร่วมกันตรวจสอบ ใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม และไม่เพิกเฉยต่อพฤติกรรมทุจริต หากทุกฝ่ายเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน สังคมไทยก็มีโอกาสลดช่องโหว่และสร้างวัฒนธรรมสุจริตได้อย่างเป็นรูปธรรม
ที่มา – ‘ป.ป.ช.’ผนึก 39 หน่วยงาน สรุปผลแผนงานบูรณา’การต้านทุจริตปี 69’