ป.ป.ส. ภาค 4 ลุยแกะรอยสายด่วน 1386 ทลายเครือข่ายยาบ้าเมืองเลย
ปัญหายาเสพติดในชุมชนยังเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันเฝ้าระวัง ล่าสุด สำนักงาน ป.ป.ส. ภาค 4 เดินหน้าขยายผลจากข้อมูลของประชาชนผ่านสายด่วน ป.ป.ส. 1386 จนนำไปสู่การทลายเครือข่ายยาบ้าในพื้นที่จังหวัดเลย ถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นว่าเบาะแสจากประชาชนมีความสำคัญต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่อย่างมาก
ป.ป.ส. ภาค 4 ลุยแกะรอยสายด่วน 1386 ทลายเครือข่ายยาบ้าเมืองเลย
เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2569 พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. เปิดเผยผลการปฏิบัติการของสำนักงาน ป.ป.ส. ภาค 4 โดยมีนายพงศ์ศิริ ชื่นบาน ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ส. ภาค 4 นำกำลังบูรณาการร่วมกับตำรวจตระเวนชายแดนที่ 246 และกรมทหารพรานที่ 21 ลงพื้นที่ติดตามและขยายผลเบาะแสการลักลอบจำหน่ายยาบ้าในอำเภอเมืองเลยและอำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย
การปฏิบัติการครั้งนี้ดำเนินการระหว่างวันที่ 7–9 ตุลาคม 2569 หลังเจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลจากประชาชนผ่านสายด่วน ป.ป.ส. 1386 จากนั้นจึงนำข้อมูลมาวิเคราะห์ ตรวจสอบเส้นทาง และวางแผนเข้าดำเนินการกับกลุ่มผู้ต้องสงสัยอย่างเป็นขั้นตอน โดยประสานงานกับหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่เพื่อให้การปฏิบัติการมีประสิทธิภาพและรัดกุมมากที่สุด
ป.ป.ส. ภาค 4 ลุยแกะรอยสายด่วน 1386 ทลายเครือข่ายยาบ้าเมืองเลย ได้ของกลางหลายรายการ
ผลการปฏิบัติการสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 7 ราย พร้อมตรวจยึดยาบ้า 3,643 เม็ด นอกจากนี้ยังพบอาวุธปืน 1 กระบอก เงินสดจำนวน 34,500 บาท และสร้อยคอทองคำ 1 เส้น รวมถึงยานพาหนะอีกหลายรายการ โดยทรัพย์สินที่ตรวจยึดได้มีมูลค่าประเมินรวมประมาณ 1,045,000 บาท
ของกลางและทรัพย์สินที่ตรวจยึดได้อาจเป็นหลักฐานสำคัญในการขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องรายอื่น เจ้าหน้าที่จึงอยู่ระหว่างดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมตรวจสอบความเชื่อมโยงของผู้ต้องหาแต่ละราย เพื่อให้สามารถสกัดกั้นเครือข่ายยาเสพติดได้อย่างตรงจุด ไม่ใช่เพียงการจับกุมผู้ค้ารายย่อยเท่านั้น
- จับกุมผู้ต้องหาได้ 7 ราย
- ตรวจยึดยาบ้า 3,643 เม็ด
- ตรวจยึดอาวุธปืน 1 กระบอก
- ตรวจยึดเงินสด 34,500 บาท
- ตรวจยึดสร้อยคอทองคำ 1 เส้น
- ตรวจยึดยานพาหนะและทรัพย์สินรวมมูลค่าประมาณ 1,045,000 บาท
ขยายผลจับผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเลย
นอกจากการจับกุมผู้ต้องหาจากเบาะแสสายด่วนแล้ว เจ้าหน้าที่ยังสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญตามหมายจับศาลจังหวัดเลยได้อีกหนึ่งราย พร้อมตรวจยึดรถกระบะ 1 คัน และรถจักรยานยนต์ 2 คัน คิดเป็นมูลค่าประเมินประมาณ 800,000 บาท การตรวจยึดยานพาหนะดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินการตัดวงจรทางการเงินและลดศักยภาพในการเคลื่อนย้ายยาเสพติดของเครือข่าย
ด้านเลขาธิการ ป.ป.ส. ได้ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานและสอบสวนผู้ต้องหาเพิ่มเติมด้วยตนเอง พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่เร่งสืบสวนขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นผู้จัดหา ผู้ลำเลียง ผู้จำหน่าย หรือผู้สนับสนุนด้านการเงิน เพื่อให้การปราบปรามครอบคลุมทั้งเครือข่าย
การทำงานของ ป.ป.ส. ภาค 4 ในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการประสานกำลังระหว่างหน่วยงาน โดยมีทั้งสำนักงาน ป.ป.ส. ตำรวจตระเวนชายแดน และกรมทหารพรานร่วมกันปฏิบัติภารกิจ การแลกเปลี่ยนข้อมูลและการทำงานเชิงรุกช่วยให้เจ้าหน้าที่เข้าถึงปัญหาในพื้นที่ได้รวดเร็วขึ้น และสามารถลดความเสี่ยงที่ยาเสพติดจะถูกกระจายไปยังชุมชนใกล้เคียง
สายด่วน ป.ป.ส. 1386 พลังจากข้อมูลของประชาชน
สำนักงาน ป.ป.ส. ขอเชิญชวนประชาชนร่วมแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติดผ่าน สายด่วน ป.ป.ส. 1386 ซึ่งเป็นช่องทางสำหรับรับข้อมูลการลักลอบจำหน่าย การมั่วสุม หรือพฤติกรรมที่อาจเกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยข้อมูลของผู้แจ้งจะได้รับการเก็บรักษาเป็นความลับ ประชาชนจึงสามารถแจ้งข้อมูลได้อย่างมั่นใจและไม่จำเป็นต้องเข้าไปเผชิญหน้ากับผู้ต้องสงสัยด้วยตนเอง
เบาะแสเล็ก ๆ จากคนในชุมชนอาจนำไปสู่การจับกุมเครือข่ายขนาดใหญ่ได้ เหตุการณ์ครั้งนี้จึงเป็นเครื่องยืนยันว่า การมีส่วนร่วมของประชาชนช่วยสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ และช่วยสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กับครอบครัว โรงเรียน และชุมชนในระยะยาว
ประชาชนควรติดตามข่าวสารอย่างมีสติ ไม่เผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เกี่ยวข้อง และหากพบเห็นพฤติกรรมต้องสงสัย ให้หลีกเลี่ยงการเข้าไปตรวจสอบด้วยตนเอง แต่ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ผ่านช่องทางที่เหมาะสม การร่วมมืออย่างถูกวิธีจะช่วยลดอันตรายและทำให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดมีประสิทธิภาพมากขึ้น
หากพบเบาะแสยาเสพติดในพื้นที่ อย่านิ่งเฉย สามารถแจ้งสายด่วน ป.ป.ส. 1386 เพื่อร่วมกันเฝ้าระวัง ตัดวงจรเครือข่าย และช่วยให้ชุมชนปลอดภัยยิ่งขึ้น
ที่มา – ป.ป.ส. ภาค 4 ลุยแกะรอยสายด่วน 1386 ทลายเครือข่ายยาบ้าเมืองเลย





