ผบ.ทอ. เตรียมลงนามสัญญาซื้อเครื่องบิน Saab Gripen E/F กับสวีเดนในวันที่ 25 ส.ค. นี้

ในที่สุดวันที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง โดยเมื่อวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ได้ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติหลักการโครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่โจมตีรุ่น Gripen E/F ระยะที่ 1 จำนวน 4 ลำ วงเงินกว่า 19,500 ล้านบาท

ถือเป็นความคืบหน้าที่สำคัญเลยทีเดียวสำหรับการปรับปรุงขีดความสามารถของ กองทัพอากาศไทย โดย พล.อ.อ.พันธ์ภักดี ระบุว่า ครม. ได้มอบหมายให้เขาเป็นผู้ไปลงนามในสัญญากับบริษัท SABB (Saab AB) ผู้ผลิตเครื่องบินกริพเพน รวมถึงหัวหน้าหน่วยกองกำลังทางทหาร ส่วนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของสวีเดนจะร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามที่จะมีขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 25 สิงหาคมนี้ ณ ประเทศสวีเดน โดยท่านยืนยันว่า กองทัพอากาศได้เตรียมความพร้อมในเรื่องเอกสารและขั้นตอนสัญญาไว้ครบถ้วนตามกรอบระเบียบสากล และไม่มีข้อกังวลที่จะเกิดขึ้นแต่อย่างใด

ผบ.ทอ. เตรียมลงนามสัญญาสวีเดน 25 ส.ค.นี้ เพื่อจัดหา ‘กริพเพน’

โครงการจัดหาเครื่องบินรบพันธุ์ใหม่นี้ มีเป้าหมายหลักในการเสริมความมั่นคงทางอากาศของประเทศไทยในระยะยาว ซึ่งรัฐบาลได้รับทราบและเข้าใจในความจำเป็นทางยุทธศาสตร์เป็นอย่างดี กองทัพอากาศกำลังเน้นยุทธศาสตร์การทันสมัยพ fleet อย่างเป็นลำดับ ด้วยการเลือกเครื่องบิน Gripen E/F ที่มีสมรรถภาพด้านการสู้รบสูง แต่ยังคงมีประสิทธิภาพด้านต้นทุนการบินและการบำรุงรักษา ไม่สูงจนเกินไป

เหตุการณ์ความคืบหน้าของโครงการ

สำหรับพิธีลงนามสัญญาในวันที่ 25 ส.ค. ได้มีการเตรียมใบสั่งซื้อและเอกสารหลักทั้งหมดเรียบร้อย ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานสากลและกฎระเบียบขององค์การสหประชาชาติ เพื่อสร้างความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือในกระบวนการทางการ เรียกได้ว่าคนไทยจะได้เห็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยโดยเร็ว

โครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่โจมตีระยะที่ 1 มีรายละเอียดสำคัญอย่างไร?

  • จำนวนทั้งหมด 4 เครื่อง
  • รุ่น Gripen E/F – เครื่องบินรุ่นใหม่ล่าสุดจากประเทศสวีเดน
  • วงเงิน 19,500 ล้านบาท
  • ลงนามวันที่ 25 สิงหาคม 2025
  • รัฐบาลหากมีข้อสงสัยสามารถสะท้อนผ่านสื่อได้ทันที

นอกจากการซื้อเครื่องบิน Gripen ที่กำลังจะเกิดขึ้น สำหรับด้านกองทัพเรือนั้นก็มีความเคลื่อนไหวในเชิงยุทธภัณฑ์เช่นเดียวกัน พล.ร.อ. จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้กล่าวถึงการแก้ไขสัญญาเครื่องยนต์เรือดำน้ำ โดยระบุว่าน่าจะได้รับอนุมัติจาก ครม. เช่นเดียวกับกรณีโครงการเรือฟริเกต 2 ลำที่กองทัพเรือเสนอไป

ดังนั้นเราจึงสามารถมองได้ว่า การปรับปรุงอุปกรณ์ทางทหารของประเทศไทยในขณะนี้กำลังเกิดขึ้นในหลายมิติ และเป็นการสำรวจความเป็นไปได้ในการร่วมมือกับนานาชาติหลังยุคสถานการณ์โควิด-19 โดยเฉพาะประเทศที่มีเทคโนโลยีทันสมัยในระดับที่ไทยสามารถจัดหาได้และดำเนินการร่วมกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ

สำหรับผู้ที่ติดตามด้านการทหารและเทคโนโลยีระดับสูง แนวโน้มการลงนามสัญญาแผนจัดหาเครื่องบิน Gripen E/F ในเดือนหน้านี้อาจเป็นแรงส่งสำคัญให้เกิดการลงทุนในโครงการระยะที่ 2 หรือการเสริมขีดความสามารถด้านอากาศยานรบในอนาคต

ที่มา – ‘ผบ.ทอ.’เตรียมลงนามสัญญาสวีเดนซื้อ ‘กริพเพน’ 25 ส.ค.นี้

Tags:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *