ผู้นำฝ่ายค้านสภาผู้แทนราษฎรลงพื้นที่รับฟังปัญหาชายแดน

เมื่อเร็วๆ นี้ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะ ได้เดินทางไปยังพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ เพื่อเข้ารับฟังข้อมูล แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ เพื่อ了解สถานการณ์ปัจจุบันของพื้นที่ที่มีความขัดแย้งทางชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะในบริเวณอำเภอพนมดงรัก ซึ่งเพิ่งประสบกับเหตุการณ์ปะทะที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 เวลาประมาณ 08.30 น. ซึ่งลูกกระสุน BM-21 ได้ตกในบริเวณ โรงพยาบาลพนมดงรักเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จนทำให้ต้องมีการอพยพผู้ป่วย และบุคลากรทางการแพทย์อย่างฉับพลัน

ผู้นำฝ่ายค้านสภาผู้แทนราษฎรลงพื้นที่รับฟังปัญหาชายแดน

ทั้งนี้ คณะผู้นำฝ่ายค้านได้รับการต้อนรับจาก นายชำนาญ ชื่นตา ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ นอภ.พนมดงรัก ปชส.จังหวัดสุรินทร์ เจ้าหน้าที่บุคลากรแพทย์ พยาบาล และหน่วยงานราชการท้องถิ่น ณ โรงพยาบาลพนมดงรักเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งได้ถูกกำหนดให้เป็นโรงพยาบาลสนาม ด้านวัตถุประสงค์คือการสำรวจความเสียหายทางชีวภาพและวัตถุที่เกิดจากการปะทะ รวมถึงวางแผนแนวทางการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ

ผู้นำฝ่ายค้านลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหาย

จากนั้นคณะยังได้เดินทางไปยังศาลาประชาคมบ้านเกษตรสมบูรณ์ ตำบลบักได อ.พนมดงรัก เพื่อรับฟังปัญหาสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา จากประชาชนโดยตรง อีกทั้งยังชี้แจงแนวทางการแก้ไขปัญหา รวมถึงมาตรการเยียวยาที่จะดำเนินการกับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว

สถานการณ์ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

จังหวัดสุรินทร์มีทั้งหมด 17 อำเภอ โดยมีประชากรกว่า 1.36 ล้านคน ในจำนวนนี้ ทั้ง 5 อำเภอ ได้แก่ อ.พนมดงรัก อ.กาบเชิง อ.บัวเชด อ.สังขะ และ อ.ปราสาท ถูกกระทบจากเหตุการณ์ปะทะ โดยมีทั้งสิ้น 25 ตำบลบ้านหมู่ 296 หมู่บ้าน ประชากรได้รับผลกระทบรวมทั้งสิ้น 188,826 คน ภายในนี้มีการอพยพเข้าสู่ศูนย์พักพิงชั่วคราวในพื้นที่ 154 แห่ง ซึ่งมีจำนวนผู้อพยพรวม 55,898 คน และอีก 49,572 คน อาศัยอยู่กับญาติพี่น้อง ส่งผลให้ผู้อพยพทั้งหมดมีจำนวน 105,470 คน

  • จำนวนผู้บาดเจ็บ: 10 ราย
  • จำนวนผู้เสียชีวิต: 7 ราย
  • บ้านเรือนเสียหาย: 101 หลัง
  • วัดเสียหาย: 3 แห่ง
  • โรงพยาบาล: 1 แห่ง
  • สัตว์เลี้ยงล้มตาย: 641 ตัว
  • พื้นที่เกษตร: เสียหายอย่างหนักในพื้นที่ 5 อำเภอ
  • สาธารณูปโภค: แผงโซลาร์เซลล์ ถนนหลายสายอยู่ระหว่างตรวจสอบ

การลงพื้นที่ครั้งนี้ของผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ถือเป็นการแสดงความใส่ใจต่อปัญหาเชิงรุก โดยมุ่งเน้นการฟังความเสียหายของประชาชนและการเข้าไปจัดหาวิธีการแก้ปัญหาที่สอดคล้องกับความเป็นจริงของพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งเป็นเรื่องที่ควรได้รับการติดตามอย่างใกล้ชิดจากภาครัฐ

หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดน ลองติดตามข่าวสารอัปเดตอย่างสม่ำเสมอ หรือรายงานข้อความความเสียหายของคุณเพื่อช่วยให้ภาครัฐได้นำไปประเมินและวางแผนเยียวยาอย่างเหมาะสมต่อไป

ที่มา – ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่รับฟังข้อมูลแลกเปลี่ยนความคิดเห็นปัญหาสถานการณ์ชายแดน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *