ผู้ว่าฯตากพบปะภาคเอกชนหารือแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจจังหวัด
ผู้ว่าฯตากพบปะภาคเอกชนหารือแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจจังหวัด เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมร่วมกันวางแนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดตาก โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอแม่สอดซึ่งเป็นศูนย์กลางการค้าชายแดนที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศ การประชุมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของภาครัฐในการเปิดพื้นที่พูดคุยอย่างสร้างสรรค์ และนำข้อเสนอจากภาคธุรกิจไปพิจารณาแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม
การหารือจัดขึ้นที่ห้องประชุมชั้น 2 หอการค้าจังหวัดตาก สำนักงานแม่สอด อำเภอแม่สอด โดยมีนายภาสกร บุญญลักษม์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก เป็นประธาน พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ประธานหอการค้าจังหวัดตาก ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดตาก ประธานสมาคมธนาคารไทยจังหวัดตาก นายกสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดตาก กลุ่ม YEC หอการค้าตาก สมาคมขนส่งสินค้า สมาคมการค้าเครือข่ายธุรกิจเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก และภาคประชาสังคมในพื้นที่
ผู้ว่าฯตากพบปะภาคเอกชนหารือแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจจังหวัด
ผู้ว่าราชการจังหวัดตากเน้นย้ำว่า การฟื้นฟูและพัฒนาเศรษฐกิจจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย โดยภาคเอกชนถือเป็นกำลังสำคัญในการสร้างงาน สร้างรายได้ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของจังหวัด ขณะที่ภาครัฐมีหน้าที่สนับสนุนด้านนโยบาย อำนวยความสะดวก และประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างคล่องตัวมากขึ้น
แนวคิด “สานงานต่อ ก่องานใหม่” ถูกนำมาใช้เป็นแนวทางในการทำงาน เพื่อสานต่อโครงการที่มีประโยชน์และปรับปรุงมาตรการให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน นอกจากเป้าหมายด้านการเติบโตทางเศรษฐกิจแล้ว จังหวัดยังให้ความสำคัญกับความมั่นคงควบคู่กัน เพราะการค้าชายแดน การเดินทาง และการลงทุนจะเกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืนเมื่อประชาชนและผู้ประกอบการมีความเชื่อมั่นในระบบความปลอดภัย
ประเด็นสำคัญจากการหารือของผู้ว่าฯตากพบปะภาคเอกชนหารือแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจจังหวัด
ภาคเอกชนได้สะท้อนปัญหาและเสนอแนวทางแก้ไขหลายด้าน โดยมองว่าการกำหนดนโยบายควรพิจารณาผลกระทบต่อประชาชน ผู้ประกอบการรายเล็ก และห่วงโซ่การค้าทั้งระบบ ข้อเสนอที่ได้รับความสนใจมีดังนี้
- ทบทวนมาตรการ 3 ตัด: ภาคเอกชนเสนอให้พิจารณาการตัดการส่งน้ำมัน อินเทอร์เน็ต และไฟฟ้า เพื่อแก้ปัญหาแก๊งสแกมเมอร์อย่างรอบคอบ โดยควรมีมาตรการแยกแยะพื้นที่และผู้ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน
- ผลักดันแม่สอดเป็นเขตการค้าเสรี: การพัฒนาแม่สอดให้มีความคล่องตัวด้านการค้าอาจช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ ดึงดูดการลงทุน และส่งเสริมให้จังหวัดตากเป็นประตูเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน
- ปรับปรุงจุดตรวจท่าอากาศยานแม่สอด: ภาคธุรกิจมองว่ากระบวนการตรวจสอบบางประการอาจเป็นอุปสรรคต่อการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว จึงเสนอให้พิจารณาแนวทางที่สะดวก รวดเร็ว และยังคงรักษาความมั่นคง
- วางกลไกการประกาศสินค้าควบคุม: การกำหนดประเภทสินค้าและหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนจะช่วยให้ผู้ประกอบการวางแผนธุรกิจได้ดีขึ้น ลดความไม่แน่นอน และป้องกันผลกระทบต่อการค้าชายแดน
- ดูแลต้นทุนน้ำมัน: ราคาพลังงานที่สูงขึ้นส่งผลโดยตรงต่อการขนส่งและราคาสินค้า จึงควรมีแนวทางช่วยลดภาระต้นทุนหรือเพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์
- พัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ: จังหวัดควรเร่งสร้างระบบสนับสนุนการลงทุน พัฒนาสาธารณูปโภค และประชาสัมพันธ์สิทธิประโยชน์ให้ผู้ประกอบการเข้าใจง่าย
- ส่งเสริมการนำเข้าแร่พลวงและสินค้าอื่น: ควรวางระบบกำกับดูแลที่โปร่งใส พร้อมคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน
- ยกระดับการท่องเที่ยวชายแดน: การเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยว วัฒนธรรม อาหาร และกิจกรรมในท้องถิ่น จะช่วยเพิ่มรายได้ให้ผู้ประกอบการและกระจายรายได้สู่ชุมชน
ความร่วมมือคือหัวใจของเศรษฐกิจตาก
การประชุมครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการรับฟังปัญหา แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานร่วมกันระหว่างจังหวัดกับภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด ผู้ว่าราชการจังหวัดตากพร้อมนำข้อเสนอไปหารือในที่ประชุมด้านความมั่นคง รวมถึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางดำเนินการ โดยเฉพาะเรื่องการทบทวนนโยบาย 3 ตัด ซึ่งมีความเกี่ยวข้องทั้งด้านความปลอดภัยและการดำเนินธุรกิจในพื้นที่
สำหรับผู้ประกอบการ การมีช่องทางสื่อสารโดยตรงกับภาครัฐจะช่วยให้ปัญหาหน้างานถูกส่งต่อไปยังผู้รับผิดชอบได้รวดเร็วขึ้น ขณะเดียวกันภาครัฐก็จะได้รับข้อมูลที่สะท้อนสภาพเศรษฐกิจจริงจากผู้ที่ทำธุรกิจในพื้นที่ การแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างต่อเนื่องจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยออกแบบมาตรการที่สมดุล ไม่สร้างภาระเกินจำเป็น และยังคงรักษาความมั่นคงของจังหวัด
โดยสรุป ผู้ว่าฯตากพบปะภาคเอกชนหารือแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจจังหวัด แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการรวมพลังทุกภาคส่วนเพื่อสร้างอนาคตทางเศรษฐกิจที่มั่นคง การพัฒนาแม่สอดและจังหวัดตากให้เติบโตอย่างยั่งยืนต้องเดินหน้าไปพร้อมกับการแก้ปัญหาความปลอดภัย การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน และการสนับสนุนผู้ประกอบการ หากทุกฝ่ายร่วมกันติดตามผลและเปลี่ยนข้อเสนอให้เป็นการปฏิบัติจริง จังหวัดตากก็มีโอกาสก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวชายแดนที่โดดเด่นยิ่งขึ้น
ประชาชนและภาคธุรกิจสามารถร่วมติดตามความคืบหน้า เสนอความคิดเห็น และสนับสนุนสินค้าหรือบริการท้องถิ่น เพื่อช่วยกันสร้างเศรษฐกิจตากให้แข็งแรงจากฐานรากสู่ระดับภูมิภาค
ที่มา – “ผู้ว่าฯตาก”พบปะภาคเอกชนหารือแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจจังหวัด
